No Image

ตะลิงปลิง ผลไม้ สมุนไพรรสเปรี้ยว สรรพคุณและโทษ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 27, 2019 Sharee 0

ตะลิงปลิง ไม้ผลรสเปรี้ยว สมุนไพร นิยมรับประทานผลสด ลักษณะของต้นตะลิงปลิง คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง

ตะลิงปลิง ( Bilimbi ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของตะลิงปลิง คือ Averrhoa bilimbi L. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของตะลิงปลิง เช่น มูงมัง , กะลิงปริง , ลิงปลิง, ปลีมิง , บลีมิง , มะเฟืองตรน, หลิงปลิง เป็นต้น ตะลิงปลิง เป็นพืชท้องถิ่นของภาคใต้ สามารถพบได้ตามป่าดิบชื้นในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงประเทศใกล้เคียง อย่าง มาเลเชีย และ อินโดนีเชีย

ตะลิงปลิง

ตะลิงปลิง เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อน และ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศบราซิล นิยมปลูกทั่วไป เพื่อใช้รับประทานผล ตะลิงปลิงคล้ายกับมะเฟือง แต่มีความแตกต่างกันตรงขนาดของผลมะเฟืองใหญ่กว่าตะลิงปลิง

ลักษณะของต้นตะลิงปลิง

สำหรับต้นตะลิงปลิง เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ การตอนกิ่ง และ การเสียบยอด เป็นต้น ลักษณะของตะลิงปลิง มีดังนี้

  • ลำต้นตะลิงปลิง ลักษณะลำต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 8 เมตร มีใบจำนวนมาก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะยม เปลือกลำต้นสีน้ำตาล แต่ผิวเปลือกลำต้นเรียบ เนื้อไม้ไม่แข็ง ค่อนข้างเปราะ กิ่งหักง่าย
  • ใบตะลิงปลิง ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ ลักษณะใบรีปลายใบแหลม คล้ายหอก ใบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีส้มแดง ใบแก่สีเขียวสด
  • ดอกตะลิงปลิง ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกตามลำต้น และ โคนกิ่ง ช่อดอกมีสีน้ำตาลอมม่วง กลีบดอกมีสีแดงอมม่วง
  • ผลตะลิงปลิง ลักษณะทรงกลมรียาว เป็นทรงกระบอก ผลอ่อนสีเขียวสด เนื้อในผลสีเขียวอ่อนอมขาว ส่วนผลสุกสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว
  • เมล็ดตะลิงปลิง อยู่ภายในผลตะลิงปลิง เมล็ดสีน้ำตาล เมล็ดเป็นทรงกระบอกแบน

คุณค่าทางโภชนาการของตะลิงปลิง

สำหรับการบริโภคตะลิงปลิง นิยมกินผล ซึ่งให้รสเปรี้ยว นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลตะลิงปลิง พบว่ารายละเอียด ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของผลตะลิงปลิง ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย โปรตีน 0.61 กรัม เบต้า แคโรทีน 0.035 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.010 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.026 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.302 มิลลิกรัม วิตามินซี 15.5 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 3.4 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.01 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 11.1 มิลลิกรัม

สรรพคุณของตะลิงปลิง

สำหรับประโยชน์ของตะลิงปลิง ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ผล ดอก ใบ เมล็ด เปลือกลำต้น และ ราก โดย สรรพคุณของตะลิง รายละเอียด ดังนี้

  • ผลตะลิงปลิง สรรพคุณบำรุงร่างกาย ป้องกันมะเร็ง ช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยขับสารพิษ แก้ไอ แก้คออักเสบ ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาโรคหอบหืด รักษาแผลร้อนใน เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาสิว รักษาฟ้า รักษากะ และ รักษาผิวด่างดำ ช่วยรักษาตาอักเสบ
  • ดอกตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ไอ บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว ลดรอยกะ ลดรอยฟ้า และ รักษารอยด่างดำ
  • ใบตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยแก้ผดผื่นคัน รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลฝี ช่วยรักษาสิว แก้ท้องเสีย ช่วยลดไข้ รักษาโรคซิฟิลิส และ แก้ปวดตามข้อกระดูก
  • เมล็ดตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับพยาธิ แก้ท้องอืด และ ช่วยขับลม
  • เปลือกลำต้นตะลิงปลิง และ แก่นไม้ตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคผิวหนัง
  • รากตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหาย ช่วยลดไข้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้อาการคันตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง ช่วยรักษาแผล

โทษของตะลิงปลิง

ตะลิงปลิง เป็นผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งการกินอาหารเปรี้ยวจัด i99betส่งเสียต่อสุขภาพของฟัน ทำให้ฟันกันกล่อนง่าย ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และทำให้บาดแผลหายช้า

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

No Image

หม่อน มัลเบอรร์รี่ พืชเศรษฐกิจ สรรพคุณหลากหลาย รู้จักกับต้นหม่อน

กุมภาพันธ์ 26, 2019 Sharee 0

หม่อน มัลเบอรรี่ คือ พืชท้องถิ่น สมุนไพร สรรพคุณของหม่อน เช่น ลดไข้ ช่วยขับลม บำรุงสายตา ลักษณะของต้นหม่อน เป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของหม่อน โทษของหม่อน มีอะไรบ้าง

หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่ ภาษาอังกฤษ เรียก Mulberry ชื่อวิทยาศาสตร์ของหม่อน คือ Morus alba Linn เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขนุน สำหรับชื่อเรียกอื่นๆ ของหม่อน คือ มอน ,ซึงเฮียะ, ซึงเอียะ , ซางเย่ เป็นต้น ต้นหม่อนในประเทศไทยนิยมนำมาใช้เลี้ยงตัวไหม สำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตเส้นไหม

หม่อน

ต้นหม่อน นั้นมี 2 ชนิด คือ ต้นหม่อนสำหรับใช้รับประทานผล เรียก Black Mulberry และ ต้นหมอนสำหรับนำมาเลี้ยงไหม เรียก White Mulberry

  • black mulberry ผลจะโตเป็นช่อ ,uสีดำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน นิยมนำมารับประทานและทำอาหารแปรรูป เช่น แยม เป็นต้น
  • White Mulberry มีใบขนาดใหญ่ ใช้เป็นอาหารของตัวไหมได้ดี ส่วนผลสุกมีรสเปรี้ยว ใช้รับประทานได้ครับ แต่ไม่เป็นที่นิยม
    หม่อน หรือ มัลเบอร์รี เป็นพืชที่มีอายุนานถึง 100 ปี หากไม่ถูกทำลายจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง หรือ ศัตรุพืช สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นจนถึงเขตร้อน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นหม่อน

ต้นหม่อน จัดเป็น พืชพื้นเมืองของประเทศจีน ทางตอนใต้ในแถบเทือกเขาหิมาลัย จากนั้นได้มีการนำเอามาเลี้ยงและกระจายพันธ์สู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้พุ่ม มีขนาดกลาง พบได้ทั่วไปในป่าดิบในประเทศไทยปลูกกันมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ลำต้นหม่อน ลำต้นจะตั้งตรง ความสูงประมาณ 250 เซ็นติเมตร บางสายพันธุ์สามารถสูงถึง 700 เซ็นติเมตร เปลือกของลำต้นมีลักษณะ เรียบ มีสีน้ำตาลแดง หรือ สีขาวปนสีน้ำตาล หรือ สีเทาปนขาว
  • รากหม่อน มีเปลือกรากสีน้ำตาลแดง หรือ สีเหลือแดง มีเส้นร้อยแตกที่เปลือกผิว
  • ใบหม่อน มีลักษณะเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน ใบรูปทรงไข่ ปลายแหลมยาว โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเว้า
  • ดอกหม่อน จะดอกเป็นช่อ ตามซอกใบและปลายยอด ดอกเป็นรูปทรงกระบอก มีขนาดเล็ก วงกลีบเป็นสีขาวหม่น ช่อดอกเป็นหางกระรอก ยาวได้ประมาณ 2 เซนติเมตร ขอบมีขน
  • ผลหม่อน เกิดจากช่อดอก ผลออกเป็นกระจุกเดียวกัน ออกตามซอกใบ ลักษณะของผลมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ความยาวประมาณ 2 เซนติเมตร มีสีเขียว ส่วนผลสุกเป็นสีม่วงแดง เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ และมีรสหวานอมเปรี้ยว

คุณค่าทางโภชนาการของหม่อน

ในใบหม่อนมีคุณค่าทางอาหารสูง ประกอบด้วย โปรตีน 22.60 % คาร์โบไฮเดรต 42.25 % และ ไขมัน 4.57 % ยังมีกรดอะมิโน 18 ชนิด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ โดยเฉพาะแคลเซียมที่สูงเป็นพิเศษ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีพีนอลรวม เควอซิติน เคม-เฟอรอล และรูติน

สรรพคุณของหม่อน

สำหรับหม่อนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ ลำต้น ใบ ผล และราก โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ใบหม่อน มีสรรพคุณ เป็นยาระงับประสาท ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ ช่วยลดไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยขับลมร้อน ช่วยขับเหงื่อ แก้ไอ บำรุงสายตา แก้ริดสีดวงจมูก ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดไขมันในเลือด ใช้ทาแก้แมลงกัด ใช้รักษาแผลกดทับ
  • รากของหม่อน มีสรรพคุณมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขับน้ำในปอด ช่วยขับพยาธิ ยาขับปัสสาวะ ช่วยลดอาการบวมน้ำที่ขา ช่วยแก้แขนขาหมดแรง
    ผลของหม่อน มีสรรพคุณช่ยวบำรุงหัวใจ เป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ ช่วยดับร้อน ทำให้ชุ่มคอ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้อาการท้องผูก ยาระบายอ่อน ๆ ช่วยบำรุงตับ ช่วยบำรุงไต แก้โรคปวดข้อ ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ
  • กิ่งของหม่อน มีสรรพคุณ ช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก ช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ช่วยลดความร้อนในปอด ช่วยรักษาอาการปัสสาวะสีเหลือง
    เมล็ดหม่อน มีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร

ประโยชน์ของใบหม่อน

 

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกัน โรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
  • มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด บำรุงตับ บำรุงไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
  • ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก
  • มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด
  • มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว
  • มีกรดโฟลิค หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค
  • ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด
  • ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำป้องกันผมหงอกก่อนวั
  • ใช้แก้อาการเวียนศีรษะ หูอื้อ ใจสั่น นอนไม่หลับ เบาหวาน ท้องผูก i99bet

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

No Image

งาดำ สมุนไพร สรรพคุณของงาดำ ช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโรคหัวใจ

กุมภาพันธ์ 25, 2019 Sharee 0

งาดำ สมุนไพร เมล็ดงาดำ นิยมนำมาบริโภค ลักษณะของต้นงาดำ เป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของงาดำ สรรพคุณของงาดำ เช่น ชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ

งาดำ สมุนไพร คุุณค่าทางโภชนาการของงาดำ สรรพคุณของงาดำ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยซ่อมแซมผิวพรรณ ช่วยบำรุงรากผม ช่วยให้ผมดกเงางาม ช่วยป้องกันการเกิดผมหงอก ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยสลายไขมัน ใช้ลดความอ้วน ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย

งาดำ สมุนไพร

งาดำ ถือเป็นพืชชนิดพืชล้มลุก งาดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum indicum L งาเป็นพืชท้องถิ่นของเอเชีย และแถบตะวันออกของทวีปแอฟริกา ในปัจจุบันสามารถพบงานได้ในประเทศเขตร้อน ต้นงา จะมีความสูงประมาณ 2 เมตร เมื่อผลของงาเแห้งจะมีเมล็ดเล็กๆสีดำ สามารถนำมารับประทานได้ งาถือว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก หากรับประทานอย่างต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ในงาดำ จะมาสารอาหารมากมายประกอบด้วย วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี9 ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี และธาตุเหล็ก

งาดำ เป็นพืชล้มลุก เป็นไม้เนื้ออ่อน มีขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรงถึงยอด ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมสีเขียวเข้มปนม่วง มีร่องตามยาวและมีขนปกคลุม อวบน้ำ สูงประมาณ 0.5-2 เมตร ใบมีลักษณะคล้ายกับใบหญ้างวงช้าง มีขนตลอดทั้งใบ เป็นใบเดียวรูปไข่ หรือรูปหอก ขอบใบเป็นจัก ใบมีสีเขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์ใบอาจเป็นสีเหลือง ก้านใบยาว 5 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลุ่มละ 1-3 ดอก ก้านดอกสั้น กลีบรองดอกมี 5 แฉก กลีบดอกมีสีขาว ขาวอมชมพู หรือม่วงอ่อน ผลหรือฝักขนาดค่อนข้างกลม รูปทรงกระบอกหรือแบน มีขนสั้น ๆ ปกคลุมรอบฝัก ปลายฝักมีจงอยแหลม เมล็ดมีรูปไข่ งาดำจะมีเมล็ดเป็นสีดำขนาดใหญ่กว่าเม็ดแมงลักเล็กน้อย ส่วนงาขาวจะมีสีนวล

สรรพคุณของงาดำ

สำหรับ สรรพคุณทางยาของงาดำ ประกอบด้วย ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยซ่อมแซมผิวพรรณ ช่วยบำรุงรากผม ช่วยให้ผมดกเงางาม ช่วยป้องกันการเกิดผมหงอก ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยสลายไขมัน ใช้ลดความอ้วน ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยให้นอนหลับสบาย ป้องกันโรคหวัด ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม

ข้อควรระวังในการบริโภคงาดำ

สำหรับคนที่ลดน้ำหนักโดยการกินงาดำ เนื่องจากงาดำมีน้ำหนักเบา ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวลดมาก อาจไม่ดีต่อสุขภาพ
การบริโภคเมล็ดงาดำ มากเกินไปทำให้ลำไส้ใหญ่ถูกทำลายได้ และเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
เมล็ดงา ทำให้ลำไส้ใหญ่อักเสบได้ และอาจทำให้ท้องผูก ปวดท้องได้
อาการแพ้งาดำ ในการบริโภคงาดำสามารถทำให้แพ้ได้ อาการการแพงงาดำ เช่น ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ตาอักเสบ น้ำมูกไหล หายใจลำบาก เป็นต้น หรือบางรายมีอาการแพ้อย่างรุนแรง คือ หอบ ความดันโลหิตต่ำ รู้สึกแน่นหน้าอก และทางเดินหายใจตีบตัน อาจเสียชีวิตได้ในที่สุด
การบริโภคงาดำมากเกินไปอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ไส้ติ่งได้
คุณสมบัติหนึ่งของาดำคือ เป็นยาระบาย ซึ่งถ้าบริโภคมากเกินไปจะทำให้มีการถ่ายท้องมากเกินไป
งาดำมีสรรพคุณในการบำรุงผม แต่ถ้าหากใช้มากเกินไป จะทำให้ผมร่วงได้
ในสตรีมีครรภ์ ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ควรรับประทานงาดำ อาจทำให้แท้งบุตรได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร โทษและสรรพคุณ มีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร

กุมภาพันธ์ 23, 2019 Sharee 0

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร นิยมรับประทานผลของมังคุด ประโยชน์ของมังคุด สรรพคุณของมังคุด ช่วยสมานแผล แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ลดอาการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย เปลือกมังคุดนำมาทำเครื่องสำอางค์ได้

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณ ช่วยสมานแผล แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ลดอาการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย มังคุด ภาษาอังกฤษ เรียก Mangosteen มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangostana Linn. ชื่ออื่นของมังคุด เช่น แมงคุด เมงค็อฟ เป็นต้น

มังคุด ผลไม้

สรรพคุณด้านสมุนไพรไทยของมังคุด

นำเปลือกมาใช้ประโยชน์ ซึ่งสรรพคุณของเปลือกมังคุดมี ดังนี้

รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ โดยใช้เปลือกมังคุดครึ่งผลต้มกับน้ำรับประทานครั้งละ 1 แก้ว
รักษาอาการท้องเดิน ท้องร่วง โดยเปลือกมังคุต้มกับน้ำปูนใส ในเด็กให้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาทุก 4 ชั่วโมง ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชั่วโมง
รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกผลสดหรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใส ทาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง วันละ 2-3 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด

รับประทานสดเป็นผลไม้หรือทำเป็นน้ำผลไม้อย่าง น้ำมังคุดและน้ำเปลือกมังคุด
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย
มีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส แข็งแรง
ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง
ช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์
เปลือกมังคุดมีสารช่วยป้องกันเชื้อราจึงเหมาะแก่การหมักปุ๋ย
นำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด เป็นต้น
นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ทอฟฟี่มังคุด
มังคุดมีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้
นำมาแปรรูปเป็นสบู่เปลือกมังคุด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่นเต่า รักษาสิวฝ้า บรรเทาอาการของโรคผิวหนัง
โทษของมังคุด

ในมังคุดมีสารแซนโทน (Xanthone) ในปริมาณมาก แม้จะมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง และอาการแพ้ต่าง ๆ แต่ก็ยังขาดข้อมูลในการสนับสนุนว่ามังคุดจะสามารถรักษาอาการต่าง ๆ เหล่านี้ได้จริง ถึงแม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาความเป็นพิษในมนุษย์ แต่ก็พบอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่างในแต่ละบุคคล เช่น มีอาการผิวหนังบวมแดง เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว ปวดศีรษะ ปวดบริเวณข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น

นอกจากนี้มังคุดยังมีสารแทนนิน (Tannin) ที่อยู่ในเปลือกของมังคุด หากบริโภคมากเกินไปและต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดเป็นพิษต่อตับ ไต การเกิดมะเร็งในร่องแก้ม ในทางเดินอาหารส่วนบน และยังไปลดจำนวนของเม็ดเลือดขาวจนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลงจากปกติ

มังคุดในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกมังคุดมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ไปสู่ในหลายๆประเทศทั่วโลกเช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเนเธอแลนด์ โดยมีมูลค่าการส่งออกปีละมากกว่า 1,500 ล้านบาท มังคุดที่ถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมีทั้งในรูปของผลสดและมังคุดแปรรูป ภาคใต้จัดเป็นแหล่งปลูกมังคุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถผลิตมังคุดที่มีคุณภาพดีและมีรสชาติดีเมื่อเทียบกับมังคุดในภูมิภาคอื่นของประเทศ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จากการที่มังคุดมีเอกลักษณ์ทั้งในรูปร่างของผลที่สวยงาม และมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว เป็นที่ชื่นชอบของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจนได้รับฉายาว่า “Queen of Fruits” ในปัจจุบันมังคุดจึงจัดเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูงในการส่งออกของประเทศไทย และในอนาคตมีแนวโน้มว่ามังคุดจะมีความสำคัญมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากว่าประเทศไทยได้ทำการขยายตลาดการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งมีประชากรสูง ก็ให้ความสนใจกับไม้ผลชนิดนี้ด้วย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

มะลิ ไม้ประดับ

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 21, 2019 Sharee 0

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร พืชท้องถิ่น ดอกมะลิ มีกลิ่นหอม นิยมนำดอกมะลิมาใช้ประโยชน์ ลักษณะของต้นมะลิเป็นอย่างไร สรรพคุณของมะลิ เช่น ช่วยสมานแผล บำรุงหัวใจ แก้อักเสบ

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร เป็นพืชมีถิ่นกำเนิด ดั้งเดิมอยู่ในแถบประเทศเอเชีย เช่น อินเดีย คาบสมุทรอาระเบีย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เป็นทรงพุ่ม ใบแน่น ความสูงประมาณ 5 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นมะลิไว้ประจำบ้าน ซึ่งมะลิจะทำให้เกิดความรักความคิดถึงในครอบครัว เพราะ ดอกมะลิ เป็นดอกไม้ประจำวันแม่แห่งชาติ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความรักของลูกที่มีต่อแม่ คนไทยนิยมใช้ดอกมะลิร้อยเป็นพวงมาลัยแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ คนไทยโบราณยังเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นมะลิไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ เพราะดอกมะลิมีสีขาวบริสุทธิ์

มะลิ ไม้ประดับ

สรรพคุณของมะลิ

ต้นมะลิ เราสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้อย่างไรบ้าง ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกส่วน เช่น ดอกมะลิ ใบมะลิ และ รากของต้นมะลิ โดยรายละเอียด ดังนี้

ดอกมะลิ สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ(jasmine oil) ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด บรรเทาอาการปวดหัว น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลินำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำเครื่องสำอางค์ ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ สามารถใช้ทาภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน หรือใส่ในอาหาร หรือ ขนม จะเป็นอันตรายมากในสตรีมีครรถ์
ดอกมะลิกับการทำอาหาร สามารถนำดอกมะลิมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร และ ขนมไทย เพื่อเพิ่มความหอมของอาหารและขนมไทย เช่น ซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ ลอดช่องน้ำกะทิ
ดอกมะลิแก่ นำมาเป็นส่วนผสมของยาหอม สรรพคุณ แก้หืดหอบและบำรุงหัวใจ
ใบของต้นมะลิ สามารถนำมาทำยา แก้อาการไข้ พอกแก้ฟกชำ ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย แผลเรื้อรัง บำรุงสายตา ช่วยขับถ่าย โรคผิวหนัง
รากของต้นมะลิ สามารถนำมาทำเป็นยา แก้ร้อนใน ขับประจำเดือน เสียดท้อง รักษาหลอดลมอักเสบ แก้ปวดเคล็ดขัดยอก
ต้นมะลิ ภาษาอังกฤษ เรียก Arabian jasmine ในหลายท้องที่ในประเทศไทย เรียก ต้นมะลิว่า ข้าวแตก เตียงมุน มะลิป้อม มะลิหลวง แต่ชื่อเหล่านี้ก็คือ ต้นมะลิแต่แตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น ต้นมะลิ เป็นพืช ที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นไม้พุ่ม ความสูงไม่เกิน 200 เซ็นติเมตร กลีบดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอม ต้นมะลิมีมากมายรวม 200 สายพันธ์

โทษของมะลิ

ต้นมะลิมีกลิ่นหอม ซึ่งมาจากน้ำมันหอมระเหยที่ออกมาจากดอกของมะลิ การนำเอามะลิมาใช้ประโยชน์นั้น ต้องใช้ในปริมาณที่พอดี จึงจะเกิดประโยชน์ โดยรายละเอียดของการข้อควรระวังการใช้ต้นมะลิมีดังนี้

รากของมะลิ หากรับประทานมาก ๆ อาจทำให้สลบได้
ดอกมะลิ นำมาใช้แต่งกลิ่น แต่ไม่ควรนำมารับประทานเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลต่อระบบประสาทและสมองได้
ดอกมะลิ มีฤทธิ์เป็นยาหอมเย็น แต่อย่าใช้มากเกินไป เพราะ อาจเกิดภาวะจุกเสียดแน่นท้องได้
การดื่มน้ำลอยดอกมะลิ นั้นในปัจจุบันการปลูกต้นมะลิเพื่อการค้าอาจมีสารเคมีปนเปื้อนได้ต้องล้างให้สะอาด แต่หากเป็นมะลิที่เชื่อได้ว่าไม่มีสารตกค้างหรือสารเคมี ก็สามารถนำมารับประทานได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

สะเดาดิน ผักขวง

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร โทษและสรรพคุณ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 19, 2019 Sharee 0

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร ประโยชน์ของสะเดาดิน สรรพคุณของสะเดาดิน แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนใน แก้อาการปวดหู ยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สมุนไพรไทย นำมาทำอาหาร ลวกกินกับน้ำพริก สรรพคุณ แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี แก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าเชื้อ

สะเดาดิน ผักขวง

สรรพคุณของสะเดาดิน

การนำสะเดาดินมาใช้ประโยชน์ สามารถนำทั้งต้นมาใช้ประโยชน์ รายละเอียด ดังนี้ คือ นำมาทำเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี แก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าเชื้อ

ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงเป็นยาบำรุงธาตุ โดยใช้ทั้งต้น
ต้นสดนำมาตำผสมกับขิงใช้เป็นยาสุมกระหม่อมเด็ก จะช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงทั้งต้นมีรสขมเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ทั้งปวง โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ระงับความร้อน โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้ผสมกับน้ำมันละหุ่ง แล้วนำไปอุ่นใช้เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู โดยใช้ทั้งต้น
ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงทั้งต้นปรุงเป็นยาระบาย โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำดี โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง หรือเป็นยาฆ่าเชื้อ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาทาแก้อาการฟกช้ำบวมอักเสบ โดยใช้ทั้งต้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com

ปอผี ผักกระเดียง

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์ของปอผี

กุมภาพันธ์ 18, 2019 Sharee 0

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร หรือ ผักกระเดียง ชื่อวิทยาศาสตร์ของปอผี คือ Hydrolea zeylanica (L.) Vahl สมุนไพร พืชล้มลุก สรรพคุณของปอผี บำรุงหัวใจ ตับ รักษามาลาเรีย แก้เบาหวาน ยาฆ่าเชื้อ รักษาโรคตาฟาง สมานแผลพุพอง

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร ต้นปอผี หรือ ผักกะเดียง เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ปอผีจะเลื้อยไปตามพื้นดินและแตกแขนงชูยอดขึ้นสูง ต้นปอผีมีความสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นกลมและแข็ง รากของปอผีจะออกตามข้อ สามารถขยายพันธุ์ได้โดยใช้เมล็ด ปอผีชอบความชื้น ชอบดินที่มีน้ำขัง ใบของปอผี เป็นใบเดี่ยวลักษณะใบเป็นรูปรี ปลายแหลม ดอกของปอผี จะออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว กลีบดอกเป็นสีน้ำเงินอมม่วง ปอผีจะออกดอกในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ผลของปอผี ผลจะเป็นผลแห้งรูปทรงรี ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก ปอผีจะติดผลในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ของทุกปีี

ปอผี ผักกระเดียง

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของต้นปอผี

ต้นปอผี ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แตกแขนงมาก ชูยอดตั้งขึ้น สูงได้ประมาณ 10-100 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะกลมและแข็ง มีรากออกตามข้อ ลำต้นเรียบหรือมีขนนุ่ม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในเขตร้อนของทวีปออสเตรเลีย ชอบขึ้นบริเวณที่ชื้นแฉะ บนดินชื้นและมีน้ำขัง ตามนาข้าว หนองน้ำ ริมหนองน้ำ หรือขึ้นแผ่คลุมผิวน้ำ สามารถพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลไปจนถึงที่ความสูงประมาณ 1,000 เมตร
ใบปอผี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียน ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกถึงรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ไม่มีหูใบ
ดอกปอผี ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะแยกแขนงหรือออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบและที่ปลายยอด ช่อดอกยาวได้ถึง 5 เซนติเมตร มีดอกย่อยสมบูรณ์เพศจำนวนมาก ดอกย่อยนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว ลักษณะเป็นรูปหอก มีขนนุ่ม วงกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ปลายกลีบแหลมด้านนอกมีขนขึ้นปกคลุม ขนาดประมาณ 4.5-8 มิลลิเมตร เรียงสลับกับกลีบดอก ส่วนกลีบดอกนั้นมีลักษณะเป็นรูปไข่ มี 5 กลีบ กลีบดอกเป็นสีน้ำเงินอมม่วงหรือสีม่วงอมเขียว กลางดอกเป็นสีขาว ขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน เรียงสลับกับกลีบดอก ก้านชูเกสรเพศเมียมี 2 อัน อับเรณูเป็นสีแดงเข้ม ออกดอกในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ผลปอผี ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี มีขนาดกว้างประมาณ 2.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ห่อด้วยกลีบรองดอก มีกลีบเลี้ยงติดคงทน ภายในมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน มีขนาดประมาณ 0.3-0.4 มิลลิเมตร จะติดผลในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
สรรพคุณของปอผีหรือผักกระเดียง

สำหรับ ปอผี นั้นสามารถนำ ต้น และใบ มาใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

ทั้งต้นปอผี มาต้ม สามารถรักษาโรคตาฟางได้ เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับ รักษาโรคมาลาเรีย และแก้เบาหวาน
ใบของต้นปอผี สามารถนำมาใช้ รักษาลำไส้ผิดปกติ และใช้เป็นยาสมานแผล เป็นยาฆ่าเชื้อ
ข้อควรระวังในการบริโภคปอผี

ในสตรีหลังคลอดไม่ควรรับประทานเป็นผักสด เนื่องจากจะทำให้น้ำนมขม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

พวงชมพู สมุนไพร พืชไม้เลี้อย ประโยชน์และโทษ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 16, 2019 Sharee 0

พวงชมพู สมุนไพร ไม้เถา ชื่อวิทยาศาสตร์ของพวงชมพู ชื่อเรียกอื่นๆ หงอนนาก พวงนาก เป็นต้น

พวงชมพู สมุนไพร  พืชไม้เลือย สมุนไพร ไม้เถา ชื่อวิทยาศาสตร์ของพวงชมพู ชื่อเรียกอื่นๆ หงอนนาก พวงนาก เป็นต้น ลักษณะของต้นพวงชมพู สรรพคุณของพวงชมพู ถิ่นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโก

พวงชมพู สมุนไพร

พวงชมพู สมุนไพร มี ถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากลาง สามารถพบได้มากที่เม็กซิโก เป็น พืชชนิด ไม้เลื้อย เถามีสีเขียว จะพันตามกิ่งไม้สามารถเลื้อยได้ไกลถึง 30 เมตร ใน การขยายพันธุ์พวงชมพู นั้น สามารถทำได้ หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง และ การปักชำกิ่ง เป็นต้น พวงชมพู ชอบอยู่กลางแจ้ง ชอบแสงแดด นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบของพวงชมพู เป็นใบเดี่ยว ซึ่งเรียงสลับกันตามข้อของเถา ใบเป็นรูปหัวใจ ใบเกลี้ยง ดอกของพวงชมพู จะออกดอกเป็นช่อ ตามซอกใบ ซอกกิ่ง และ ปลายยอด

สรรพคุณของพวงชมพู เรานิยมนำ พวงชมพู มาใช้ประโยชน์ในส่วนเถาและราก นำเถาและ รากมาต้มน้ำ และ ดื่ม ช่วยกล่อมประสาท ให้ผ่อนคลาย ช่วยเป็นยาทำให้หลับสบาย ในส่วนของช่ออ่อนและดอก สามารถนำมารับประทานได้ โดยบางคนนิยมลวก หรือ บางคนนิยมนำมาชุบแป้งทอด รับประทาน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

อัญชัน สมุนไพร โทษและสรรพคุณ มีอะไรบ้าง สีน้ำเงินจากธรรมชาติ

กุมภาพันธ์ 14, 2019 Sharee 0

อัญชัน สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของอัญชัน ขับปัสสาวะ บำรุงผม ยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ อาเจียน บำรุงความงาม ทำเครื่องสำอางค์ สีผสมอาหาร สีม่วง ดอกอัญชัน สรรพคุณชั้นเลิศ บำรุงสายตา และช่วยให้ผมดกดำ

อัญชัน สมุนไพร เป็นพืชผัก สมุนไพรประเภทไม้เลื้อย มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย เขตร้อน และมีการแพร่พันธ์ไปในแอฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกา อัญชัน มีประโยชน์หลายด้าน สรรพคุณของอัญชัน ใช้ขับปัสสาวะ บำรุงเส้นผม และเป็นยาระบายอ่อนๆ แก้อาการคลื้นไส้ อาเจียน ใช้บำรุงความงาม ใช้ทำเครื่องสำอางค์ ให้สีผสมอาหาร สีม่วง ดอกไม้สีม่วง ที่ประโยชน์หลากหลาย

อัญชัน สมุนไพร

สรรพคุณของอัญชัน

อัญชัญสามารถนำมาทำเครื่องสำอางและนำมาทำเป็นยา นิยมนำดอก เมล็ด และรากมาใช้ประโยชน์

ดอกอัญชัน นิยมนำมาทำแชมพูสระผม ดอกอัญชันจะช่วยให้ ผมดกดำ ผมนุ่มสวย ดอกอัญชันนำมาคั้นให้สีม่วง ในการทำสีผสมอาหาร นิยมนำมาผสมขนมไทย เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร ขนมขี้หนู ขนมน้ำดอกไม้ นำมาทำน้ำอัญชัน
เมล็ดของอัญชัญ มีสรรพคุณเป็นยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ อาเจียน
รากของอัญชัญ มีรสขม นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะ และทำยาระบาย แก้อาการปวดฟัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น
ใบของอัญชัน ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงสายตาและอาการตาแฉะได้
ข้อควรระวังในการบริโภคอัญชัน

ดอกอัญชัน หากบริโภคมากเกิน จะทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เนื่องจากไตต้องทำการขับสารสีของอัญชันออก และผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง ไม่ควรจะรับประทานอัญชัน เพราะดอกอัญชันมีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด จะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโลหิตจาง และไม่ควรดื่มน้ำสมุนไพรอัญชันในขณะอุณหภูมิร้อนจัด เพราะอาจจะทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันได้ ทำให้ดูดซับสารก่อมะเร็งได้ง่าย

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ประโยชน์ของอัญชัน

ควรดื่มทันทีเมื่อทำเสร็จ เพื่อรักษาคุณค่าทางสารอาหารและยา
ไม่ควรดื่มน้ำสมุนไพรในอุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือมีอุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เพราะอาจจะทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหารเสียสภาพภูมิคุ้มกันได้ ทำให้ดูดซับสารก่อมะเร็งและสารอื่น ๆได้ง่าย
ไม่ควรดื่มน้ำสมุนไพรใด ๆ ชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี
แม้ว่าดอกอัญชันจะเป็นสมุนไพรชั้นยอด แต่ก็มีโทษ ถ้าหากบริโภคมากเกินไป ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำอัญชันสีเข้มเกินไป เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ผู้ป่วยโรคโลหิตจางก็ไม่ควรดื่มน้ำอัญชัน หรือ อาหารจากดอกอัญชัน เพราะในดอกอัญชันมีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

ถั่งเช่า สมุนไพร 

ถั่งเช่า สมุนไพร สรรพคุณของถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

กุมภาพันธ์ 12, 2019 Sharee 0

ถั่งเช่า สมุนไพร ประโยชน์ของถั่งเช่า สรรพคุณของถั่งเช่า เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงกำลัง ถั่งเช่า รสขมอมหวาน พบแถบเทือกเขาหิมาลัย

ถั่งเช่า สมุนไพร หรือ หญ้าหนอน คือ สมุนไพรตัวเดียวกัน เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในเรื่องรเพิ่ม สมรรถภาพทางเพศ บำรุงกำลังและเชื่อว่ารักษามะเร็ง สมุนไพรชนิดนี้ มีอยู่ในประเทศจีน พบที่ทิเบต มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยุนนาน และแทบเทือกเขาหิมาลัย สมุนไพรถั่งเช่า นั้นมีกลิ่นหอม รสขมอมหวาน ช่วยบำรุงปอดและบำรุงไต รักษาอาการอ่อนเพลีย

ถั่งเช่า สมุนไพร 

ประโยชน์ของถั่งเช่า

หากนำมาใช้ประโยชน์จะเหมาะกับผู้ที่อาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด มะเร็งปอด วัณโรค หลอดลมตีบ โรคหัวใจ โรคตับ โรคสมอง ถั่งเช่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานของปอด ลดอาการอักเสบในเยื่อบุโพรงจมูก ผนังหลอดลม เพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ช่วยลดอาการโรคอัลไซเมอร์ ช่วยลดอาการโรคพาร์กินสัน ชะลอความแก่

การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของถั่งเช่า พบว่าในถั่งเช่า มีสารอาหารที่มีประโชน์ต่อร่างกาย ถึง 5 ชนิด คือ

สารคอร์ไดเซปิน ( Cardycepin ) สารชนิดนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของระบบโลหิต ต้านเชื้อแบคทีเรีย บำรุงระบบการทำงานของไตและปอด ช่วยบรรเทาอาการไตอักเสบ รักษาโรคนิ่วในไต
กรดคอร์ไดเซปิก ( Cordycepic acid ) กรดชนิดนี้ช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอริซิม ( Metabolism ) ช่วยเพิ่มพลัง ชะลออาการเลือดออกในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด
สารสเตรอล ( sterol ) สารชนิดนี้ช่วยป้องกันไตอักเสบเรื้อรังได้ ป้องกันโรคหอบหืด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
โปรตีน กรดอะมิโน และวิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี1 วิตามินบี2 และวิตามินบี12
สารโพลีแซคคาไรด์ ( Polysacharide ) เป็นสารที่ช่วยต้านและยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยบรรเทาอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาท รักษาสมดุลของระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันของร่างกาย
มีสารไนตริกออกไซด์ ( Nitric Oxide ) ช่วยสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิ และทำให้อสุจิแข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
สรรพคุณของถั่งเช่า

ถั่งเช่ามีสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรค แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยระงับประสาท ช่วยเพิ่มความจำ ป้องกันโรคความจำเสื่อม ช่วยลดการตายของเซลล์สมอง ช่วยบำรุงหลอดเลือด ช่วยบำรุงปอด ช่วยบรรเทาการเจ็บหน้าอก ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง รักษาถุงลมโป่งพอง รักษาโรคหลอดลมอักเสบ รักษาโรคหอบหืด รักษาวัณโรค ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาเบาหวาน ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด ช่วยบำรุงตับ บำรุงไต ช่วยลดการอักเสบ ช่วยห้ามเลือด ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง

ข้อควรระวังในการบริโภคถั่งเช่า

ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาลดน้ำตาลในเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ( immunosuppressive )
ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงระยะให้นมบุตร และในเด็ก เพราะยังมีข้อมูลมาเพียงพอ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

1 2