No Image

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

พฤษภาคม 31, 2019 Sharee 0

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

อาการปวดฟันเป็นอาการทีทราบกันดีว่าเป็นอาการที่สร้างความทรมานและสร้างความรู้สึกรำคาญได้ในเวลาเดียวกัน ยา แก้ปวดฟัน จึงอาจเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนเลือกใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดฟันได้เองด้วยของใช้ในครัวเรือน ซึ่งในบทความนี้ได้รวบรวมยาแก้ปวดฟันที่สามารถหาซื้อได้ใกล้บ้าน รวมถึงวิธีการรักษาอาการปวดฟันโดยไม่ต้องพึ่งยามาให้ได้ศึกษากัน

อาการปวดฟันเป็นอาการผิดปกติภายในช่องปากที่เกิดได้จากหลายเหตุ อย่างฟันผุ ฟันแตก การอักเสบ การติดเชื้อ หรือแม้แต่ขาดสุขอนามัยที่ดี ซึ่งสาเหตุของอาการปวดฟันเหล่านี้อาจเกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง การแปรงฟันที่ไม่สะอาด หรือการใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ เป็นต้น

วิธีแก้ปวดฟันที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

ยาแก้ปวดฟันส่วนใหญ่นั้นสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยา โดยยาที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้มี ดังนี้

ไอบูโพรเฟน ผู้ใหญ่รับประทานยาไอบูโพรเฟนปริมาณ 200-400 มิลลิกรัมทุก 4-6 ชั่วโมง
พาราเซตามอล ผู้ใหญ่รับประทานยาพาราเซตามอลชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 325-1,000 มิลลิกรัมทุก 4-6 ชั่วโมง เด็กรับประทานยาพาราเซตามอลปริมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวต่อกิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงและไม่ควรรับประทานเกิน 5 ครั้งต่อวัน
นาพรอกเซน ผู้ใหญ่รับประทานยานาพรอกเซนชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 550 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง หรือรับประทานยานาพรอกเซนชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 275 มิลลิกรัมทุก 6-8 ชั่วโมง
เบนโซเคนชนิดทา ใช้ยาเบนโซเคนชนิดทารูปแบบเจลความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ทาบริเวณที่มีอาการปวด 4 ครั้งต่อวัน โดยยาเบนโซเคนนั้นมีความเข้มข้นของยาชาแตกต่างกันไป จึงควรขอคำแนะนำจากแพทย์ถึงปริมาณและความถี่ในการทายาก่อนการใช้
อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

วิธีบรรเทาอาการ

วิธีแก้ปวดฟันโดยไม่พึ่งยา

วิธีแก้ปวดฟันโดยไม่รับประทานยาอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา หรือนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดชั่วคราวในกรณีที่ไม่สามารถหายาได้ โดยวิธีแก้ปวดฟันที่สามารถทำเองได้ที่บ้านมี ดังนี้

1.ประคบเย็น
ใช้ผ้าขนหนูผื่นเล็กห่อน้ำแข็งหรือถุงน้ำแข็งและประคบเย็นบริเวณที่ปวดฟันราว 20 นาที และทำซ้ำอีกครั้งในช่วง 2-3 ชั่วโมง โดยความเย็นนั้นจะไปช่วยลดการอักเสบและบวมบริเวณนั้น

2.บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ
น้ำเกลือนั้นมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค สมานแผลในปาก ต้านการอักเสบ และยังช่วยชะล้างคราบหรือเศษอาหารตามซอกฟันที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดฟันได้ โดยนำเกลือป่น 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นหนึ่งแก้วสำหรับใช้บ้วนปาก

3.ใช้ไหมขัดฟัน
การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากหากใช้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยกำจัดเศษอาหารที่ติดในซอกฟันบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึงได้ นอกจากนี้ ไหมขาดฟันยังอาจช่วยลดคราบพลัคที่เป็นสาเหตุของหินปูนด้วย

4.รักษาด้วยสมุนไพร
สมุนไพรนั้นนับว่าเป็นยาแก้ปวดฟันจากธรรมชาติ โดยสมุนไพรที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ เช่น ใบฝรั่งมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ลดการอักเสบ วิธีการใช้เริ่มต้นด้วยการนำใบฝรั่งไปล้างให้สะอาดแล้วนำมาเคี้ยวหรือนำไปบดและต้มในน้ำเดือดเพื่อใช้ในการบ้วนปาก น้ำมันกานพลูมีสารฆ่าเชื้อโรคจากธรรมชาติสามารถนำมาหยดใส่ก้อนสำลีและทาบริเวณที่ปวดหรือใช้ผสมกับน้ำสะอาดเพื่อใช้บ้วนปากช่วยในลดอาการปวดและการอักเสบ กระเทียมออกฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดและฆ่าเชื้อโรคภายในปาก นำมารักษาด้วยวิธีการเคี้ยวอย่างช้า ๆ หรือนำมาบดและทาบริเวณที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
การรักษาเหล่านี้เป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการปวดฟันเท่านั้น ไม่สามารถรักษาอาการติดเชื้อหรือรักษาโรคได้ อาการปวดฟันอาจเป็นสัญญาณของผิดปกติภายในช่องปาก จึงควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้ที่ทราบว่าตนเองมีโรคประจำตัว ควรดูแลตนเองตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาอาการปวดฟันคือการป้องกันการปวดฟันไม่ให้เกิดขึ้น ด้วยการดูแลช่องปากและฟันให้สะอาดและดีอยู่เสมอ อย่างแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบพลัค รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำเพื่อสุขภาพปากที่ดี

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.pobpad.com

ยิ่งทานบ่อย

ยิ่งทานบ่อย ยิ่งทำร้ายสุขภาพ ระวัง! 5 อาหารเช้า..คลิป

พฤษภาคม 30, 2019 Sharee 0

ยิ่งทานบ่อย ยิ่งทำร้ายสุขภาพ ระวัง! 5 อาหารเช้า..คลิป

ยิ่งทานบ่อย ยิ่งทำร้ายสุขภาพ

ที่จริงแล้วอาหารเช้าสำคัญมาก และควรเป็นมื้อที่เน้นสารอาหารที่มีประโยชน์ที่สุดด้วยซ้ำ เพราะเราต้องนำ พลังงาน ไปใช้เรียน ทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ไปตลอดทั้งวัน แต่อาหารเช้า ที่หลายคนเลือกทานก็ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อร่างกายเท่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า ในอาหารเช้าเหล่านี้ มีเมนูไหนที่คุณทานอยู่เป็นประจำบ้าง ต้องเปลี่ยนด่วนเลยค่ะ
1. นม
บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า นมไม่ควรดื่มตอนท้องว่าง เป็นเรื่องที่เข้าใจถูกแล้วล่ะค่ะ เพราะหากเราดื่มนมตอนท้องว่าง อาจทำให้ท้องอืดได้ หรือในบางคนยังอาจทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องเดิน ท้องเสียได้อีกด้วย วิธีแก้ก็ง่ายๆ ห้ามดื่มนมเพียวๆ เพียงอย่างเดียวค่ะ กินควบคู่ไปกับอาหารอื่น โดยกินอาหานเข้าไปก่อน แล้วค่อยตามด้วยนม เท่านี้ก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ แต่หากใครที่มีปัญหา กับการดื่มนมจริงๆ อาจหมายถึงน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคุณไม่สามารถย่อยนมได้ค่ะ
2. ไส้กรอก แฮม เบคอน
เรามักจะเห็นอาหารเหล่านี้อยู่ในบาร์อาหารแบบ อเมริกัน เบรกฟาสต์ หรืออาหารเช้าแบบอเมริกันนั่นเอง อย่างที่หลายคนทราบกันว่าเอาเข้าจริงแล้ว อาหารเหล่านี้ไม่ได้มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายนัก หากนานๆ ทานครั้งหนึ่งก็ไม่เป็นอะไร แต่หากทานอย่างเดิมบ่อยๆ แล้วไม่มีอาหารอื่นควบคู่ไปด้วย นั่นหมายถึงเราได้รับสารอาหารในตอนเช้าแค่แป้ง โปรตีนที่ไม่ได้คุณภาพ และไขมันเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควร ทานบ่อย หรือเมื่อไรที่ทานไส้กรอก แฮม เบคอน ควรทานควบคู่กับคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และเกลือแร่จากผักสดๆ ด้วยค่ะ

3. ขนมปังทาช็อคโกแลต
บ้านใครที่มีเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่น หรือเป็นครอบครัวที่ชอบทานช็อคโกแลต คงจะมีช็อคโกแลตสเปรดติดบ้านไว้กระปุกใหญ่ๆ ทาขนมปัง แล้วทาน อิ่มอร่อยถูกใจคุณหนูๆ แต่สารอาหารที่จะได้ มีเพียงแป้งและน้ำตาลเท่านั้น ดังนั้นเราแนะนำให้นานๆ ทานครั้งหนึ่ง หรือทานควบคู่ไปกับสเต็ก ไข่ดาว หรือสลัดผักด้วยค่ะ
4. ซีเรียล
อาหารเช้าง่ายๆ สไตล์ตะวันตก ที่สามารถทานได้ อิ่มเร็วภายในไม่กี่นาที แต่แพทย์ค้นพบว่าในซีเรียล โดยเฉพาะซีเรียลของเด็ก มีแต่แป้งและน้ำตาล สารอาหารแบบโฮลเกรน หรือธัญพืชต่างๆ มีปริมาณน้อยมาก นอกจากนั้นยังไม่ครบ 5 หมู่อีกด้วย ดังนั้นขอให้ซีเรียลเป็นเพียงตัวเลือกลำดับท้ายๆ ในวันที่รีบจริงๆ เท่านั้นนะค่ะ
5. ปาท่องโก๋ จิ้มนมข้น
ผู้ใหญ่หลายคน เลือกทานปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ น้ำเต้าหู้เป็นอาหารเช้าที่ดี และควรทานคู่กับอาหารอื่นๆ เช่น แป้ง แต่ตัวปาท่องโก๋เองเป็นแป้งที่ชุ่มน้ำมัน (ที่ไม่ดี หากเป็นน้ำมันหมูที่ทอดนานๆ แล้วไม่ค่อยได้เปลี่ยน) แถมยังทำร้ายตัวเองหนักเข้าไปอีกด้วย การทานคู่กับนมข้นหวาน ที่ไม่ได้มีอะไรมากเลยนอกจากน้ำตาล ซึ่งจะทำให้เราหิวเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ขาดหายไปก็คือ เกลือแร่และวิตามิน จากผักและผลไม้นั่นเอง ดังนั้นนานๆ ทานทีดีกว่าค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.youtube.com

เตือนภัย

เตือนภัย !!! ซื้อยาสมุนไพรผ่านทางเว็บไซต์ อันตรายถึงชีวิต

พฤษภาคม 29, 2019 Sharee 0

เตือนภัย !!! ซื้อยาสมุนไพรผ่านทางเว็บไซต์ อันตรายถึงชีวิต

เตือนภัย !!! ซื้อยาสมุนไพรผ่านทางเว็บไซต์ อันตราย ถึงชีวิต

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เตือนผู้บริโภคให้ระวังซื้อยาสมุนไพรผ่านทางเว็บไซต์ อันตรายถึงชีวิต

นายแพทย์พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เตือนผู้บริโภคให้ระวัง อย่าซื้อยาสมุนไพรผ่านทางเว็บไซต์ และมีการโฆษณาสรรพคุณเกินจริง อวดอ้างสรรพคุณครอบจักรวาล เพราะอาจมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ อันตรายต่อผู้บริโภค รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ยาสมุนไพรที่อวดสรรพคุณรักษาสารพัดโรค และขายผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ประชาชนอย่างได้หลงเชื่อโฆษณา เพราะอาจได้รับยาที่มีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์ จะทำให้เกิดอันตรายมีผลข้างเคียงสูง เพราะเป็นยาที่มีผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายแทบทุกระบบ เช่น อาการบวมน้ำ กระดูกผุ เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลง อาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ ภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย บางรายถึงขั้นไตวาย จนถึงเสียชีวิตได้

การโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาให้ถูกต้องกับ อย. มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการขายยาทางออนไลน์ถือเป็นการขายยาที่ไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการกระทำผิดกฏหมาย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ขอแนะนำผู้บริโภคควรเลือกซื้อยาจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และควรตรวจสอบฉลากยา โดยฉลากต้องระบุชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา เลขที่หรือ อักษรแสดงครั้งที่ผลิต ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วัน เดือน ปี ที่ผลิตยา เป็นต้น หากพบเบาะแสการผลิต จำหน่ายยาสมุนไพรผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่ สายด่วน อย.1556 Email : 1556@fda.moph.go.th ตู้ ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี 11004 หรือผ่านทาง Oryor S

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

 …

No Image

ยาคาร์บอน ลดอาการแน่นท้อง

พฤษภาคม 28, 2019 Sharee 0

ยาคาร์บอน ลดอาการแน่นท้อง

ยาคาร์บอน ลดอาการแน่นท้อง

ไม่ว่าจะฤดูไหน ในเมืองไทยก็เสี่ยงอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว หรืออาหารเป็นพิษได้ทั้งปี เพราะอากาศร้อนชื้นในบ้านเราทำให้ อาหารเน่า เสียได้ง่าย อาหารบางประเภทมีเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้

ภายในไม่กี่นาทีที่ทำเสร็จแล้วตั้งทิ้งไว้โดยไม่อุ่นร้อน หรือนำเข้าตู้เย็น หากมีอาการท้องเสียแล้ว ควรกินยาอะไร และควรปฏิบัติอย่างไรถึงจะถูกต้อง

ยาคาร์บอน

ยาผงถ่าน (คาร์บอน)

สรรพคุณ : ลดอาการแน่นท้อง และทำให้อุจจาระเหลวน้อยลง (ไม่ใช่ยาหยุดถ่าย)

วิธีใช้

  • ดูวิธีกินจากฉลากของยา เพราะยาผงถ่านมีหลายชนิด แต่โดยทั่วไปจะเป็นการกินที่ครั้งละ 2 เม็ด หรือ 3-4 เม็ด ทันทีที่มีอาการ
  • กินทุกๆ 3-4 ชั่วโมง ตามความรุนแรงของอาการท้องเสีย
  • หากยังถ่ายบ่อย หรือยังถ่ายเป็นน้ำอยู่ ให้กินยาให้ถี่ขึ้น
  • ไม่ควรกินยาผงถ่านเกินวันละ 16 เม็ด

ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา : ยาคาร์บอน ไม่ใช่ “ยาหยุดถ่าย” เป็นเพียงยาที่เข้าไปช่วยดูดซับสารเคมี สารพิษ รวมถึงเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษออกมาผ่านอุจจาระ อาจช่วยลดอาการถ่ายท้องในรายที่ป่วยเป็นโรคอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้

หากเป็นอาการท้องเสียที่ไม่ได้มีการติดเชื้อ (ถ่ายเหลว แต่ไม่ได้ปวดบิด อาเจียน หรือมีไข้ร่วมด้วย) ร่างกายจะค่อยๆ หยุดถ่ายไปได้เอง อาจไม่จำเป็นต้องทานยาคาร์บอน เราควรดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปจากการถ่าย เพื่อป้องกันอาการช็อกจากการขาดน้ำกะทันหันแทน (ทั้งนี้ หากถ่ายเกิน 10 ครั้งแล้วอ่อนเพลียมาก ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการถ่ายเหลวในครั้งนั้นๆ จะดีกว่า)

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา  www.sanook.com

No Image

ทานผิดอาจถึงตาย สมุนไพร ละหุ่ง แต่ประโยชน์ก็เยอะเช่นกัน..คลิป

พฤษภาคม 26, 2019 Sharee 0

ทานผิดอาจถึงตาย สมุนไพร ละหุ่ง แต่ประโยชน์ก็เยอะเช่นกัน

ทานผิดอาจถึงตาย สมุนไพร ละหุ่ง

ละหุุ่งทั้ง2 (ละหุ่งแดง, ละหุ่งขาว)
เป็นไม้พุ่มสูง 2-4 ม. ใบเดี่ยวทรงกลมรูปฝ่ามือ ขอบจักแฉกเว้าลึก 7-9 แฉก ก้านใบกลมเกลี้ยงยาว ละหุ่งแดง ลำต้นและก้านสีแดง ละหุ่งขาว ลำต้นและกิ่งก้านสีเขียวมีนวลขาว ใบเขียว ดอกเกสรตัวผู้สีเหลืองก้านเป็นพู่ ออกเป็นช่อโตที่ปลายกิ่ง ผลกลมผิวมีหนามเล็กยาวนิ่มรอบตัว คล้ายลูกเร่วใหญ่ ก้านยาวเป็นพวงโต เมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลดำลายขาวมี 3 เมล็ด

สรรพคุณ

ใบ รสจืดขื่น ต้มรับประทาน แก้ช้ำรั่ว ปัสสาวะไหลหยดย้อย ขับน้ำนม ขับเลือด ขับลม แก้เลือดลมพิการ แก้ปวดท้อง ระบายอุจจาระ สุมไฟให้เป็นถ่าน รับประทานถอนพิษยาเบื่อเมา แก้ไข้เซื่องซึม ปิ้งไฟพออ่อนปิดแก้ฟกช้ำบวม
เมล็ด (มีพิษมาก รับประทานเพียง 2-3 เมล็ดอาจตายได้)
ทุบเอาเปลือกและดี(ใบอ่อน)ทิ้งไป นำไปต้มกับน้ำนมให้สุก แล้วต้มกับน้ำอีกครั้ง เทน้ำนมและน้ำทิ้งไป รับประทานเนื้อเมล็ดที่ได้ แก้ปวดเมื่อย ปวดตามข้อ เป็นยาถ่าย พอกบาดแผล
น้ำมันจากเมล็ด บีบโดยไม่ใช้ความร้อน เป็นยาระบาย สำหรับเด็กและคนสูงอายุ ถ้าบีบโดยใช้ความร้อน จะมีสารพิษ ricin ออกมาด้วย มีพิษทำให้ตายได้
ราก รสจืดขื่น สุมเป็นถ่าน แก้พิษไข้เซื่องซึม ไข้ที่มีพิษร้อน สมาน แก้ช้ำรั่ว แก้เลือดลม ขับน้ำนม
(ที่มา: สารานุกรมสมุนไพร รวมหลักเภสัชกรรมไทย)

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.youtube.com