น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี ไขมันต่ำ คุณค่าทางโภชนาการสูง

ตุลาคม 9, 2019 Sharee 0

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี ดีต่อกระดูก ลดคอเลสเตอรอล

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี น้ำมันดังกล่าวนี่เองที่ถูกสกัดออกมาเป็นน้ำมันดอกทานตะวันบริสุทธิ์ สีใสๆ อย่างที่เราเห็นจำหน่ายในท้องตลาด “น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน” (Sunflower Oil) ได้มาจากการนำเมล็ดดอกทานตะวันมาบีบอัดให้เหลือแต่น้ำมัน น้ำมันเมล็ดทานตะวันนั้นมีเนื้อบางเบาและไร้กลิ่น แต่ไม่เป็นที่นิยมแม้จะมีประโยชน์มาก เพราะมีราคาค่อนข้างสูง จึงเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ รัก Healthy Healthy จริงๆ

วิธีสกัดน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน

การสกัดน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน สามารถทำได้เหมือนการสกัดน้ำมันจากเมล็ดพืชอย่างอื่น กล่าวคือ อาจทำได้ 2 วิธี ดังนี้

1. กรรมวิธีพื้นบ้าน โดยการนำเมล็ดทานตะวันไปคั่วให้ร้อนแล้วนำไปคั้น เนื่องจากว่าความร้อนจะทำให้สามารถคั้นน้ำมันออกจากเมล็ดได้ง่ายกว่า ควรแผ่วัตถุให้มีพื้นที่กว้างๆ เพราะจะได้สามารถคั้นน้ำมันออกมาได้เต็มประสิทธิภาพกว่า เมื่อได้น้ำมันออกมาแล้ว ให้มันไปกรองเอากากออก ทิ้งไว้ให้ตกตะกอนใสๆ

2. การบีบน้ำมันโดยใช้ความดันสูง ต้องนำเมล็ดดอกทานตะวันที่แกะเปลือกแล้ว ล้างให้สะอาดแล้วนำไปบด จากนั้นจึงนำไปผ่านความร้อนเพื่อให้ไขมันแยกส่วนออกมาจากเมล็ดได้ง่ายก่อนนำเข้าเครื่องบีบอัดน้ำมันซึ่งมีความดันสูง ความดันเหล่านี้นี่เองจะช่วยบีบให้น้ำมันไหลออกมา เมื่อบีบอัดจนเต็มที่แล้วจึงแยกกากออกจากน้ำมัน

ประโยชน์ของน้ำมันดอกทานตะวัน

ในเมล็ดดอกทานตะวันนั้นนั้นจะอุดมไปด้วยน้ำมัน และวิตามินอี (Vitamin E) จำนวนมาก น้ำมันที่ได้จากเมล็ดทานตะวันจะมี

1. น้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไลโนเลอิกสูง ถึง 44-75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตายเฉียบพลัน ส่วนวิตามินอีนั้นก็จะทำหน้าที่เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ คอยดักจับและทำลายของเสีย ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดไขมันในเส้นเลือด มีสารต้านเซลล์เกิดมะเร็ง ป้องกันการเป็นหมัน การแท้งบุตร

2. น้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไขมัน CLA (Conjugated Acid) คือกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ มีประโยชน์มากในการเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยจะเพิ่มโฮโมนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันสะสม โดยการกระตุ้นร่างกายให้มีการใช้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลดปริมาณการเกิดไขมันสะสมที่จะเกิดใหม่ด้วย

ด้วยประโยชน์ของกรดไขมัน CLA ที่มีในน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ทำให้มีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม แต่ก็ต้องระมัดระวังในการบริโภค เนื่องจากยังไม่มีการทำวิจัยมาว่า ในแต่ละวันนั้นร่างกายควรได้รับสารอาหารชนิดนี้มากเท่าไร และในผู้บริโภคบางคนอาจเกิดอาหารแพ้ได้อีกด้วย…

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

ตุลาคม 7, 2019 Sharee 0

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร แตงกวา (Cucumber) เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียจัดว่า เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับน้ำเต้า ฟักทอง แตงโม บวบ มะระ แตงกวาเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว มีรากแก้วและรากแขนงจำนวนมาก ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยยาวประมาณ 2-3 เมตร ใบมีมุม 3-5 มุม มีขนหยาบ ปลายมีลักษณะแหลมยาว ดอกมีกลีบ 5 กลีบ สีเหลือง ส่วนผล มีลักษณะรูปทรงกระบอกยาวตั้งแต่ 5-40 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดอยู่ตรงกลางสามารถนำมารับประทานได้ทั้งผล

สรรพคุณทางยาของแตงกวา

ผล: เมื่อนำมารับประทานจะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย ขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อาการกระหายน้ำ ใช้รักษาอาการเจ็บคอ ตาแดง ไฟลวก และผดผื่นคัน หรือจะใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริก หรือนำมาประกอบอาหารก็สามารถนำมาทำได้
ใบ: เมื่อนำมารับประทานสดๆ จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย สามารถนำมาใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย หรือบิดได้
เมล็ด หรือเนื้อในเมล็ด: ให้รสมัน เย็น เมื่อนำมารับประทาน จะช่วยในเรื่องของการถ่ายพยาธิได้เป็นอย่างดี
เถา: จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย ช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต โรคผิวหนังเป็นฝีเล็กๆ มีหนอง รักษาอาการหนองในได้
ราก: จะให้รสเย็น ช่วยป้องกันการขาดวิตามินบี 1 และช่วยขับปัสสาวะ…

No Image

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย ✨

ตุลาคม 6, 2019 Sharee 0

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง ✨✨✨✨

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง  สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย สารพัดประโยชน์ สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เชื้อราบนผิวหนังเป็นหลัก ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็ได้แก่ ต้น ใบสด รากสดหรือแห้ง และทั้ง 5 ส่วนของต้น (ต้น, ดอก, ใบ, ก้าน, ราก) และทองพันชั่งยังสามารถช่วยรักษาอาการอื่น ๆ และโรคต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ไปดูกันเลยครับ

สรรพคุณของทองพันชั่ง

  • ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (ราก, ต้น)
  • ช่วยแก้โรค 108 ประการ (ต้น)
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบ)
  • ช่วยรักษาวัณโรคปอดในระยะเริ่มแรก ด้วยการใช้ก้านและใบสดประมาณ 30 กรัม (ถ้าแห้งใช้ 10-15 กรัม) นำมาผสมกับน้ำตาลกรวดต้มเป็นน้ำดื่ม (ก้าน, ใบ) บาคาร่า
  • ช่วยแก้ลมสาร (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใช้เป็นยาหยอดตา (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใบรสเบื่อเมาช่วยดับพิษไข้ หรือจะใช้รากนำมาต้มรับประทานแก้พิษไข้ก็ได้ (ใบ, ราก)
  • ช่วยแก้ไข้เหนือ (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้อาการไอเป็นเลือด (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการช้ำใน (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้) ช่วยทำให้ระบบกระเพาะอาหารทำงานได้ดีมากขึ้น (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการจุกเสียด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย ช่วยรักษาโรคนิ่ว ด้วยการใช้ทองพันชั่งทั้งต้น ดอก ใบ ก้าน และราก นำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วตากแดดให้แห้ง ต้มเป็นน้ำดื่ม (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ใบ)
  • ช่วยแก้โรคมุตกิดระดูขาวของสตรี (ใบ)
  • ใช้รักษาโรคตับอักเสบ (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยฆ่าพยาธิ (ใบ)
  • ช่วยขับพยาธิตามผิวหนัง ช่วยแก้พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง ตามบาดแผล (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดฝี (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษงู (ใบ, ราก)
  • ช่วยถอนพิษ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการอักเสบ (ใบ)
  • ช่วยรักษาคุดทะราด (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกตามชายโครง คอเคล็ด มือเคล็ด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยต้านยีสต์ โดยสาร Rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่งสามารถช่วยยับยั้งเชื้อ Candida albicans ได้ (ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์) (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคผมร่วง (ต้น)
  • ช่วยแก้อาการผมหงอกเนื่องจากเชื้อรา (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรื้อน ผดผื่นคันเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำทองพันชั่งไปผลิตเป็น โทนเนอร์ทองพันชั่ง เพื่อความสะดวกในการหาซื้อและการนำมาใช้งาน (ใบ, ราก,
  • ทั้งต้น) สำหรับวิธีการใช้ก็มีหลากหลายสูตร คือ
  • ใช้ใบสด 5-8 ใบ นำมาตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงผสมเล็กน้อย แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน (ใบสด)
  • ใช้ใบสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดิบ หรือแอลกอฮอล์ 75% แล้วนำมาบริเวณที่เป็นวันละ 1 ครั้งประมาณ 3 วันจนกว่าจะหายขาด (ใบสด)
  • ใช้รากสด 2-3 ราก นำมาป่นแช่กับเหล้าไว้นาน 1 สัปดาห์ แล้วกรองเอาแต่น้ำยาที่แช่มาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย (รากสด)
  • ใช้รากทองพันชั่งนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำมะขาม แล้วนำมาชโลมทาบริเวณที่เป็น (ราก)
  • ใช้รากทองพันชั่งประมาณ 6-7 รากและหัวไม้ขีดไฟ 1/2 กล่อง นำมาตำจนเข้ากันให้ละเอียด แล้วผสมน้ำมันใส่ผมหรือจะผสมกับวาสลีนเพื่อไม่ให้ยาแห้ง แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นกลากหรือโรคผิวหนังเป็นประจำ (ราก)
  • ทองพันชั่งรักษามะเร็ง ช่วยยับยั้งมะเร็ง มะเร็งในกระเพาะ มะเร็งในคอ มะเร็งในปาก มะเร็งในปอด มะเร็งภายในและภายนอก ต้นทองพันชั่งมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ในการช่วงยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำพอท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
    มีผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ใช้ต้นทองพันชั่งนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ช่วยทำให้อาการของโรคดีขึ้น ช่วยทำให้น้ำเหลืองดีขึ้น เม็ดตุ่มตามตัวน้อยลง รับประทานข้าวได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลอ้างอิงและงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ (ต้น)
No Image

สุดยอดสมุนไพรรางจืด ราชาแห่งสมุนไพรช่วยล้างพิษ

ตุลาคม 5, 2019 Sharee 0

สุดยอดสมุนไพรรางจืด

สุดยอดสมุนไพรรางจืด

สุดยอดสมุนไพรรางจืด รางจืด สมุนไพรมากด้วยประโยชน์ ช่วยขับพิษออกจากร่างกาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้เช่นกัน รางจืด ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการล้างพิษในโลกของสมุนไพร ตลอดจนช่วยถอนพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายออกไปรางจืด เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ ACANTHACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thunbergia laurifolia Lindl. รางจืดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีหลายชื่อ เป็นชื่อตามท้องถิ่นต่างๆ ที่คนไทยในแต่ละพื้นที่จะเรียกขานกัน เช่น กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเขาเขียว, ยาเขียว (ภาคกลาง), รางเย็น (ยะลา), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), น้ำนอง (สระบุรี), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์) หรือน้ำแน่ (อีสาน) เป็นต้น

สรรพคุณของรางจืดมีดังนี้

1. แก้ไข้ รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีรสเย็น ตามตำรับยาสมุนไพรไทยใช้รางจืดปรุงเป็นยาเขียวแล้วดื่มเพื่อลดไข้

2. แก้ท้องเสีย ท้องร่วง เนื่องจากสมุนไพรรางจืดมีฤทธิ์ถอนพิษผิดสำแดงหรือพิษอื่น ๆ จึงสามารถใช้รางจืดแก้อาการท้องร่วง ท้องเสียได้

3. ถอนพิษแมงดาทะเล  ในแมงดาทะเลหรือปลาปักเป้าจะมีสารพิษที่ชื่อว่า เทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารพิษชนิดนี้จากการกินแมงดาทะเลหรือปลาปักเป้าอาจร้ายแรงถึงตายได้ แต่มีรายงานจากโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เผยว่า ผู้ป่วย 2 รายที่กินแมงดาทะเลและรับสารพิษชนิดนี้เข้าไปมีอาการดีขึ้นหลังได้รับรางจืดผ่านการกรอกทางสายยาง และรอดชีวิตได้ในที่สุด

4. บรรเทาพิษยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ  หมอพื้นบ้านมักจะนำรางจืดมาใช้ถอนพิษชาวบ้านที่ได้รับยาฆ่าแมลง ยาเบื่อชนิดต่าง ๆ โดยนำใบรางจืดสดมาคั้นน้ำให้ผู้ป่วยที่กินยาฆ่าแมลงดื่มโดยเร็วที่สุด เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล สอดคล้องกับงานวิจัยในหนูทดลองที่พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านสารพิษพาราควอตได้ โดยทำให้อัตราการตายของหนูทดลองลดลง

5. รางจืดช่วยเลิกยาเสพติด  ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมองแล้วพบว่า รางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและโคเคน โดยมีฤทธิ์เพิ่มการหลั่งสารโดพามีนเช่นเดียวกับการออกฤทธิ์ของยาเสพติดดังกล่าว ฉะนั้นการให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดได้รับการรักษาด้วยสารสกัดจากรางจืด อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความพึงพอใจเช่นเดียวกับการใช้สารเสพติด ดังนั้นรางจืดอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาอาการติดยาเสพติดด้วยสมุนไพรไทย

6. ช่วยแก้เมา-เลิกเหล้า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษแอลกอฮอล์ต่อตับ ซึ่งพบว่า สารสกัดด้วยน้ำของรางจืด ช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ในหลอดทดลองและในหนูทดลองที่ได้รับแอลกอฮอล์ โดยทำให้ค่า AST, ALT ในพลาสมาและไตรกลีเซอไรด์ในตับลดลง และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางจุลพยาธิวิทยาของตับเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์อย่างเดียว

7. ต้านอาการอักเสบ รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีรายงานว่า หมอยาพื้นบ้านนิยมใช้รางจืดรักษาอาการผด ผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย เริม งูสวัด และยังมีการศึกษาว่า รางจืดมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบได้ดีเท่ากับยาสเตียรอยด์อีกด้วย

8. แก้ปวดบวม ตำรับยาพื้นบ้านนิยมนำใบรางจืดมาตำแล้วพอกบริเวณที่ปวดหรือบวม โดยสารในใบรางจืดจะช่วยลดอาการอักเสบที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด บวม รวมไปถึงอาการปวด บวมจากสัตว์มีพิษ ใบรางจืดก็จะช่วยถอนพิษร้ายให้

9. แก้ประจำเดือนไม่ปกติ บำรุงสตรีหลังคลอด ตำรับยาไทยใช้รางจืดแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และใช้บำรุงสตรีอยู่ไฟให้มีสุขภาพดีขึ้นด้วย

10. แก้ร้อนในกระหายน้ำ ด้วยความที่เป็นสมุนไพรมีรสเย็น รางจืดจึงมีสรรพคุณแก้ร้อนใน กระหายน้ำได้

ข้อควรระวัง สำหรับล้างพิษ

ไม่ควรดื่มน้ำที่คั้นจากรางจืดนานติดต่อกันเกิน 30 วัน
อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะรางจืดอาจเร่งขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ควรเว้นระยะเวลารับประทานรางจืดจากยาตัวอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำและหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบัน หรือผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์และแพทย์แผนไทยก่อนใช้

 …

No Image

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย ประโยชน์มากมาย

ตุลาคม 4, 2019 Sharee 0

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย “กระเทียม” หลายคนคงถึงสมุนไพรคู่ครัวที่มีกลิ่นฉุน รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ แต่รู้ไหมว่า ภายใต้ความฉุนและรสเผ็ดร้อนที่ว่านี้กลับซ่อนประโยชน์ไว้มากมาย ไม่เช่นนั้นคนไทยโบราณคงไม่นำกระเทียมมาทำอาหารสารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกะปิ ส้มตำ ผัดกระเพรา ผัดผัก หมูกระเทียม ไก่กระเทียม น้ำจิ้มต่างๆ ใส่ในพริกน้ำปลา หรือเพียงแค่ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ใส่น้ำมัน พอเดือดแล้วโรยกระเทียมลงไป ใช้ตะหลิวกลับไปกลับมาให้กระเทียมกลายเป็นสีเหลืองอ่อนๆ เพียงเท่านี้จะได้กระเทียมเจียวสีเหลืองทอง กลิ่นหอมไว้โรยหน้าทั้งของคาว – หวานแล้ว  กระเทียมยังเป็นสมุนไพรบรรเทาปัญหาสุขภาพด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า แพทย์แผนไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ กระจายลมและโลหิต ลดอาการจุกเสียนแน่นท้อง

กินกระเทียมอย่างมีคุณค่ามากที่สุด?
การรับประทานกระเทียมที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด คือ รับประทานประกอบในมื้ออาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้วันละ 1-2 มื้อ (3-5กลีบ/มื้อ) หรือประมาณ 4 กรัมต่อวัน แต่ไม่ควรรับประทานมากกว่านี้เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดแข็งตัวช้ว หรือเลือดไหลไม่หยุดได้ การได้รับสารในกระเทียมในปริมาณคงที่สม่ำเสมอจะช่วยให้การดูดซึมสารสำคัญของกระเทียมไปใช้ในร่างกายเป็นไปอย่างคงที่ จะสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญอาหารได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการรับประทานกระเทียม
เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
การรับประทานกระเทียมสดในขนาดสูง กระเทียมชนิดเม็ด หรือแคปซูลเป็นเวลานาน (รับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลานานมากๆ) จะมีผลทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง มีรายงานพบว่า มีคนไข้เลือดออกในสมอง เลือดหยุดช้า และเลือดออกไม่หยุดในขณะผ่าตัด
กระเทียมมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ยับยั้งการเกาะกันของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดเหลวและแข็งตัวช้า ดังนั้นต้องระมัดระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin หรือยาต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด และยา NSAIDs บางชนิด เช่น aspirin และ indomethacin เพราะจะทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือดลดลง และอาจทำให้เลือดออก…

No Image

แกงขี้เหล็กกับสรรพคุณเพียบ

ตุลาคม 3, 2019 Sharee 0

แกงขี้เหล็กกับสรรพคุณเพียบ

แกงขี้เหล็กกับสรรพคุณเพียบ

แกงขี้เหล็กกับสรรพคุณเพียบ แกงขี้เหล็กคือหนึ่งในแกงกะทิที่สำคัญในครัวไทย มีรสชาติหวาน มัน เผ็ดเล็กน้อย เนื้อสัตว์ ที่ใส่ในแกง อาจเป็นปลาย่าง หรือ เนื้อหมูย่าง ใบขี้เหล็กที่ต้มเสร็จแล้วนั้น ก่อนใส่ลงในแกง แม่บ้านจะตำให้เป็นชิ้นหยาบ หรือละเอียด ขึ้นอยู่กับความชอบของครอบครัว อย่างไรก็ดีไม่ว่าชิ้นหยาบหรือละเอียด เราจะสังเกตุได้ว่าวันรุ่งขึ้นเราก็จะถ่ายออกมาเป็นชิ้นๆ ทั้งนี้เป็นเพราะใบขี้เหล็กย่อยยาก จึงทำให้มีกากเยอะ ถ่ายได้ง่ายขึ้น ที่จริงอันนี้เป็นภูมิปัญญาอันหนึ่งที่ทำให้ได้กินผักปริมาณมาก นอกเหนือจากการกินผักสด

ส่วนผสม

ใบขี้เหล็ก 500 กรัม
มะเขือพวง (ทุบ) 1/2 ถ้วย
หัวกะทิแท้ 100% ตราอร่อยดี 4 ถ้วย
พริกแกงเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
เนื้อหมู 150 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด ตามชอบค่ะ

วิธีทำ

1. ต้มใบขี้เหล็กและมะเขือให้สุก จากนั้นให้กรองเอาน้ำออก แล้วพักใบขี้เหล็กไว้ก่อน

2. ตั้งหม้อใส่หัวกะทิลงไป จากนั้นก็ใส่พริกแกงเหลืองลงไป คนให้พริกแกงละลายและจนกะทิแตกมัน เสร็จแล้วให้ใส่ใบขี้เหล็กลงไป

3. ใส่เนื้อหมูลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และกะปิ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วโรยใบมะกรูดลงไป ต้มต่อสักพักเสร็จแล้วก็ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ

สรรพคุณของขี้เหล็ก
เป็นยาระบายชนิดอ่อน สำหรับผู้ที่มีปัญหาอาการท้องผูกชนิดไม่รุนแรง
เป็นสมุนไพรช่วยขับสารพิษร้ายออกจากร่างกาย
เป็นยานอนหลับแบบธรรมชาติที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย
ดอกของต้นขี้เหล็ก สามารถช่วยรักษาโรคหิต รักษารังแคได้
ใบขี้เหล็กมีสารระงับประสาทช่วยให้คลายเครียดได้
ช่วยบำรุงสายตา จากสารเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายจะนำไปสร้างวิตามินเอ
ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
เป็นอาหารที่มีวิตามินซีสูง ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต…

No Image

ใบบัวบกเป็นสมุนไพรไทยฤทธิ์เย็น

ตุลาคม 2, 2019 Sharee 0

ใบบัวบกเป็นสมุนไพรไทยฤทธิ์เย็น

ใบบัวบกเป็นสมุนไพรไทยฤทธิ์เย็น

ใบบัวบกเป็นสมุนไพรไทยฤทธิ์เย็น มีสีเขียวเข้ม กลิ่นเหม็นเขียวนิดหน่อย ทำให้หลายคนไม่นิยมรับประทาน นอกจากใบบัวบอกจะช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว ลดอาการอักเสบปวดบวมของผิวหนังแล้ว ยังมีวิตามินเอสูงช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ลดไข้ตัวร้อนได้ดีอีกด้วย อีกทั้งยังมีผลวิจัยพบว่า ในใบบัวบกมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ได้อีกด้วย วันนี้เราจึงนำสูตรน้ำใบบัวบกมาฝาก ลองทำดื่มกันดูเพื่อสุขภาพนะคะ  บาคาร่า

ส่วนผสม น้ำใบบัวบก

• ใบบัวบก 600 กรัม
• น้ำ 6 ถ้วย
• ใบเตย มัดเป็นปม 2-3 ใบ
• น้ำเชื่อม 1+1/2 ถ้วย

วิธีทำ น้ำใบบัวบก

1. ล้างใบบัวบกให้สะอาด สะเด็ดน้ำออกจนหมด จากนั้นหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ เตรียมไว้
2. ต้มน้ำกับใบเตยจนเดือด พักทิ้งไว้จนน้ำอุ่น
3. แบ่งใบบัวบกเป็น 6 ส่วน ทยอยใส่ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุกที่อุ่นแล้ว 1 ถ้วยลงปั่นจนละเอียดเป็นน้ำ ทำซ้ำจนหมด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่เฉพาะน้ำ เตรียมไว้
4. ใส่น้ำเชื่อมลงในน้ำใบบัวบก คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ใส่น้ำแข็งลงในแก้ว เทน้ำใบบัวบกใส่ลงไป พร้อมดื่ม หรือเทขวดปิดฝาให้สนิท นำเข้าตู้เย็น เก็บไว้ดื่มได้…

1 2 3