About Sharee

Here are my most recent posts

มะกอก สมุนไพรไทย สรรพคุณและโทษของมะกอก มีอะไรบ้าง

มกราคม 31, 2019 Sharee 0

มะกอก สมุนไพรไทย คือ พืชพื้นเมืองของไทย ผลมีรสเปรี้ยว ให้ผลตลอดปี สามารถนำมะสกัดทำน้ำมันมะกอกได้ สรรพคุณของมะกอก เช่น ขับปัสสาวะ แก้กระหาย ลดความดัน ลดความอ้วน บำรุงผิว โทษของมะกอกมีอะไร

มะกอก สมุนไพรไทย พืชท้องถิ่นที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชีย เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย มะกอกเป็นพืชที่ให้ผลได้ตลอดทั้งปี สำหรับมะกอกในประเทศไทย สามารถพบได้ทุกภูมิภาค พบมากในป่าเบญจพรรณและป่าแดง สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

มะกอก

สรรพคุณของมะกอก

มะกอกสามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมาก ทั้งด้านาการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย รวมถึงนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายและความสวยงาม สามารถใช้ประโยชน์จาก เปลือก ใบ ผล เมล็ด โดยสรรพคุรของมะกอก มีดังนี้

เปลือกลำต้นมะกอก มีรสฝาดเย็นเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาเจียน ช่วยแก้อาการสะอึก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงทางเดินอาหาร แก้ท้องเสีย ช่วยสมานแผล แก้ปวดข้อ
ใบมะกอก มีรสฝาดเปรียว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้หูอักเสบ แก้ปวดหู แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาอาการปวดท้อง รักษาอาการท้องเสีย
ผลมะกอก รสเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยแก้โรคขาดแคลเซียม แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้โรคน้ำกัดเท้า
เนื้อผลมะกอก มีรสเปรี้ยว สรรคุณช่วยแก้ธาตุพิการ รักษาอาการน้ำดีไม่ปกติ รักษากระเพาะอาหารพิการ
รากมะกอก มีรสฝาดเย็น สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับปัสสาวะ
เมล็ดของมะกอก สรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาการสะอึก ช่วยขับปัสสาวะ
ประโยชน์ของมะกอก

การใช้ประโยชนืจากมะกอก โดยหลักๆจะนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นอาหารใช้รับประทานใบอ่อนเป้นผักสด และ ผลมะกอก ให้รสเปรี้ยว ใช้แต่งรสชทติของอาหาร นอกจากการนำมาทำเป็นอาหารรับประทานแล้ว ยางจากต้นมะกอกเป็นเมือก สามารถนำมาใช้ติดของแทนกวาได้ และ เนื้อไม้ของมะกอก เป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องไม้ขีด ทำกล่องใส่ของ หีบศพ เป็นต้น และผลของมะกอกสามารถนำมาสกัดทำ น้ำมันมะกอก ได้

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

สำหรับการใช้นำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยประโยชน์ของน้ำมันมะกอก มีดังนี้

ช่วยลดความเสี่ยงโรคไขมันในเลือดสูง และ โรคหลอดเลือดหัวใจ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย
ช่วยลดน้ำหนัก น้ำมันมะกอกมีไขมันต่ำ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป
ช่วยลดความดันโลหิต ในน้ำมันมะกอกช่วยลดความดันโลหิต และช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับที่ไม่รุนแรงมาก
รักษาอาการท้องผูก น้ำมันมะกอกใช้รักษาภาวะท้องผูก การถ่ายอุจจาระไม่สุด อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายลำบาก
มีสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ มี สารไลโคปีน ( Lycopene ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยป้องกันโรคและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียด
ช่วยบำรุงผิวพรรณ รักษาผิวแตกลาย น้ำมันมะกอกสามารถทำให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื่น ทำให้การบำรุงผิวพรรณดี ให้เต่งตึงลดการเกิดผิวแตกลายในผู้หญิงตั้งครรภ์
โทษของมะกอก

การใช้ประโยชน์จากมะกอก โดยเฉพาะน้ำมันมะกอก หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายดีแต่หากใช้ไม่เหมาะสมก็เกิดโทษต่อร่างกายได้ ข้อควรระวังในการใช้มะกอก มีดังนี้

น้ำมันมะกอก สามารถรับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม คือ วันละ 2 ช้อนโต๊ะ สูงสุดไม่เกิน 1 ลิตรต่อสัปดาห์
การใช้น้ำมันมะกอกบำรุงผิวหนัง หากใช้มากเกิดไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น
สำหรับสตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตร ควรระมัดระวังในการใช้น้ำมันมะกอก และ ไม่บริโภคน้ำมันมะกอกมากเกินไป
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน น้ำมันมะกอกสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ
สำหรับผู้ป่วนที่เข้ารับการผ่าตัด น้ำมันมะกอกอาจส่งผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดลด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระหว่างการผ่าตัด ควรหยุดใช้น้ำมันมะกอกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

งาดำ สมุนไพร สรรพคุณของงาดำ ช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโรคหัวใจ

มกราคม 29, 2019 Sharee 0

งาดำ สมุนไพร ต้นงาดำ คือ พืชท้องถิ่น สมุนไพร เมล็ดงาดำ นิยมนำมาบริโภค ลักษณะของต้นงาดำ เป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของงาดำ สรรพคุณของงาดำ เช่น ชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ บำรุงผม โทษของงาดำ มีอะไรบ้าง

งาดำ สมุนไพร  งาดำยังมีสรรพคุณ ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยให้นอนหลับสบาย ป้องกันโรคหวัด ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม เป็นยาระบายอ่อนๆ งาดำสามารถช่วย บำรุงร่างกาย ได้มากมาย

งาดำ สมุนไพร

สรรพคุณของงาดำ

สำหรับ สรรพคุณทางยาของงาดำ ประกอบด้วย ช่วยชะลอความแก่ ช่วยบำรุงผิว ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ช่วยซ่อมแซมผิวพรรณ ช่วยบำรุงรากผม ช่วยให้ผมดกเงางาม ช่วยป้องกันการเกิดผมหงอก ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยสลายไขมัน ใช้ลดความอ้วน ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงโลหิต ลดความดันโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ช่วยให้นอนหลับสบาย ป้องกันโรคหวัด ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ป้องกันโรคท้องผูก ช่วยบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันโรคข้อเสื่อม

ข้อควรระวังในการบริโภคงาดำ

สำหรับคนที่ลดน้ำหนักโดยการกินงาดำ เนื่องจากงาดำมีน้ำหนักเบา ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวลดมาก อาจไม่ดีต่อสุขภาพ
การบริโภคเมล็ดงาดำ มากเกินไปทำให้ลำไส้ใหญ่ถูกทำลายได้ และเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
เมล็ดงา ทำให้ลำไส้ใหญ่อักเสบได้ และอาจทำให้ท้องผูก ปวดท้องได้
อาการแพ้งาดำ ในการบริโภคงาดำสามารถทำให้แพ้ได้ อาการการแพงงาดำ เช่น ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ตาอักเสบ น้ำมูกไหล หายใจลำบาก เป็นต้น หรือบางรายมีอาการแพ้อย่างรุนแรง คือ หอบ ความดันโลหิตต่ำ รู้สึกแน่นหน้าอก และทางเดินหายใจตีบตัน อาจเสียชีวิตได้ในที่สุด
การบริโภคงาดำมากเกินไปอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ไส้ติ่งได้
คุณสมบัติหนึ่งของาดำคือ เป็นยาระบาย ซึ่งถ้าบริโภคมากเกินไปจะทำให้มีการถ่ายท้องมากเกินไป
งาดำมีสรรพคุณในการบำรุงผม แต่ถ้าหากใช้มากเกินไป จะทำให้ผมร่วงได้
ในสตรีมีครรภ์ ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ไม่ควรรับประทานงาดำ อาจทำให้แท้งบุตรได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

ดูบอลออนไลน์ truesport 6

ดูบอลออนไลน์ truesport 6 ดูบอลสด ดูบอลผ่านเน็ตฟรี ๆ ทุกลีกทั่วโลก

มกราคม 29, 2019 Sharee 0

ดูบอลออนไลน์ truesport 6

ดูบอลออนไลน์ truesport 6 ดูบอลสด ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆเพียงแค่คลิ๊กที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม

แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆที่ ดูบอลออนไลน์ truesport 6 แสดงได้เลย โดยลิ้งค์ดูบอลจะมาก่อนบอลเตะประมาณ 5 นาทีครับ

ดูบอล ทุกลีกทั่วโลก บอลล่าสุดจากทุกสนามทุกลีก ทั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษบอลสด สตรีมมิ่งดูบอลสดทรู 6

มันส์เข้มข้นทุกลีกดัง ลาลีกา สเปน ไม่ว่าท่านจะดูเว็บเราผ่านทางคอมพิวเตอร์

ดูบอลออนไลน์ ทวิตเตอร์ ดูบอลสดออนไลน์ผ่านเน็ตได้ฟรี ทุกลิ้งภาพคมชัดระดับ HD

ดูได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ รับชมบอลวันนี้ครบทุกลีกดังได้ตลอดทั้งวัน…

สมอพิเภก สมุนไพร

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ประโยชน์และสรรพคุณ มีอะไรบ้าง

มกราคม 28, 2019 Sharee 0

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ลักษณะของต้นสมอพิเภก เป็นอย่างไร สรรพคุณของสมอพิเภก เช่น เป็นยาระบาย บำรุงร่างกาย แก้เจ็บคอ โทษของสมอพิเภก มีอะไรบ้าง

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ชื่อวิทยาศาสตร์ของสมอพิเภก คือ Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของ สมอพิเภก เช่น ลัน , สะคู้ , ซิบะดู่ , แหน , แหนต้น , แหนขาว , สมอแหน เป็นต้น ต้นสมอพิเภก เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ พบในป่า บริเวณริมน้ำและแหล่งน้ำต่างๆในป่า ไม้นิยมนำมาทำเป็นเครื่องใช้แปรรูปจากไม้ ส่วน ผล และ เปลือก นำมาทำสมุนไพร รักษาโรค

สมอพิเภก สมุนไพร

สรรพคุณของสมอพิเภก

สำหรับการใช้ประโยชน์ของสมอพิเภก ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สมารถใช้ประโยชน์จาก ผลอ่อน ผลแก่ ดอก ใบ เปลือก แก่น ราก และ เมล็ด สรรพคุณของสมอพิเภก มีดังนี้

ผลแห้งสมอพิเภก สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้ไอ แก้เจ็บคอ
ผลแก่สมอพิเภก สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ช่วยแก้ไข้ ขัเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ รักษาโรคตา แก้ท้องร่วง ช่วยขับลม รักษาริดสีดวงทวาร
ผลอ่อนสมอพิเภก สรรพคุณช่วยแก้ไข้ ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลม เป็นยาระบาย รักษาแผล
รากสมอพิเภก สรรพคุณลดความร้อนในร่างกาย ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
ดอกสมอพิเภก สรรพคุณรักษาโรคตา แก้ตาแฉะ
เมล็ดสมอพิเภก สรรพคุณแก้ปวดท้อง
เปลือกลำต้นสมอพิเภก สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ
แก่นไม้สมอพิเภก สรรพคุณรักษาริดสีดวงทวาร
ใบสมอพิเภก สรรพคุณรักษาแผลสด
โทษของสมอพิเภก

สำหรับโทษของสมอพิเภก มีการศีกษาสมอพิเภก ด้านพิษวิทยา พบว่า มีการทดลองสมอพิเภกกับ หนู โดยไม่พบอาการเป็นพิษ และการฉีดเข้าใต้ผิวหนังของหนู แต่เมื่อมีการเพิ่มปริมาณพบว่า ทำให้หนูตาย ดังนั้น การใช้สมอพิเภก ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

โหระพา สรรพคุณ

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลายเครียดก็ได้

มกราคม 27, 2019 Sharee 0

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา โหระพา เป็นผักและสมุนไพรที่หลาย ๆ คนชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะความหอมเฉพาะตัวที่พอมาอยู่ในอาหารก็ยิ่งเพิ่มอรรถรสให้มีกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอมาก ๆ

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา โหระพาเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะเพราและแมงลัก แต่มีกลิ่นและรสที่ต่างกัน โดยโหระพาถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีความเก่าแก่ เพราะรากศัพท์ของโหระพาในภาษาอังกฤษมาจากคำว่า basileus ซึ่งเป็นภาษากรีก แปลว่า ราชา หรือผู้นำของปวงชน อีกทั้งชื่ออื่น ๆ ของโหระพาในแถบ ยุโรป ยังมีรากศัพท์มาจากคำว่าราชาแทบจะทั้งสิ้น

โหระพา สรรพคุณ

1. แก้ปวดฟัน  น้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพามีส่วนช่วยลดอาการปวดและแก้อักเสบ โดยให้คั้นน้ำจากใบแล้วเอาสำลีก้อนเล็ก ๆ ชุบน้ำคั้นจากใบแล้วอุดโพรงฟันที่ปวด แก้ปวดฟัน

2. ช่วยให้เจริญอาหาร กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในใบโหระพามีสรรพคุณช่วยขับลม ทำให้เจริญอาหาร

3. แก้ปวดหัว แก้หวัด น้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพายังแก้อาการปวดหัว และแก้หวัดได้ด้วยนะคะ โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด

4. แก้ไอ คั้นน้ำจากใบโหระพาประมาณ 2-4 กรัม แล้วนำน้ำโหระพามาผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย จิบแก้ไอและหลอดลมอักเสบได้ หรือจะใช้ใบโหระพาร่วมกับขิงก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด-ท้องเฟ้อ ใบโหระพาช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้ อาเจียน โดยนำใบโหระพาล้างสะอาด 20 ใบ ชงน้ำร้อนแล้วจิบเป็นชา

6. แก้บิด ช่วยระบาย   เมล็ดของโหระพามีเมือกที่ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มปริมาณกากใยอาหารทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมล็ดโหระพาแช่น้ำ กินแก้ปวดท้องบิด ช่วยระบาย

7. ช่วยให้ความรู้สึกสงบ น้ำมันโหระพามีกลิ่นหอมหวาน มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบเมื่อสูดดม ช่วยให้มีสมาธิ และลดอาการซึมเศร้า

8. โหระพา ไล่ยุงได้อยู่หมัด  ยุงจัดเป็นพาหะนำโรคติดต่ออันตรายอย่างโรคไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง และยังทำให้เกิดอาการคันเมื่อโดนยุงกัดอีกด้วยนะคะ แต่หากใครอยากไล่ยุง กลิ่นและน้ำมันที่อยู่ในโหระพาจะช่วยไล่ยุงได้

9. ฆ่าเชื้อสิว ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่า สารสกัดเอทานอลของใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับพืชตระกูลโหระพาอื่น ๆ เช่น กะเพรา เป็นต้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://health.kapook.com

กุ่มบก

กุ่มบก สมุนไพร ประโยชน์ และ สรรพคุณของ กุ่มบก น่ารู้

มกราคม 25, 2019 Sharee 0

กุ่มบก เป็นพืชสมุนไพรจำ พวกต้น ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคอีสานเรียกผักก่าม เขมรเรียกถะงัน หรือสะเบาถะงัน เป็นต้น

กุ่มบก ซึ่งนั้นมีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาะใน มหาสมุทรแปซิฟิกใต้, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจน ภาคกลางและใต้ของไทย รวมทั้งใน พุทธประวัติยังได้กล่าวไว้ว่าขณะที่ พระพุทธเจ้าทรงนำห่อบังสุกุลที่ ห่อศพนางมณพาสี ไปซักแล้วนำไปตากไว้ที่ต้นกุ่ม และเทวดาที่สถิตอยู่ในต้นกุ่มก็ได้ น้อมกิ่งลงมาให้พระพุทธเจ้าได้ทรงตากจีวรอีกด้วย

สำหรับต้นกุ่ม นั้นเป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง มีลำต้นสูงประมาณ 6 – 10 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอมเทาค่อน ข้างหนาและเรียบ ชอบขึ้นตามที่ดอนและป่าผลัดใบซะส่วนใหญ่ สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ปักชำ หรือตอนกิ่ง ส่วนใบนั้นจะเป็นใบ ประกอบแบบนิ้วมือ มีใบย่อย 3 ใบ ปลายใบเรียวแหลม โคนสอบแคบ หรือ แหลม ลักษณะขอบใบเรียบ และมีเส้นแขนงของใบอยู่ประมาณข้างละ 4 – 5 เส้น โดยดอกจะออกเป็นช่อตามง่ามใบใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยง รูปทรงรี กลีบดอกสีขาวอมเขียว แล้วเปลี่ยน เป็นสีเหลือง หรือ ชมพูอ่อนๆ พร้อมกลิ่นหอมๆ และผลมีรูปทรงกลม ผิวแข็งๆ และสาก เปลือกมีสีน้ำตาลอมแดง และ มีเมล็ดมากเป็นรูปเกือกม้าผิวเรียบ

กุ่มบก

ประโยชน์และสรรพคุณ
ใบ – ช่วยในการแก้กลากเกลื้อน แก้ตะมอย รวมทั้ง ช่วยในการขับลม และฆ่าพยาธิ ให้รสร้อน
กระพี้ – ช่วยทำให้ขี้หูแห้งหลุดออกมา ให้รสร้อน
แก่น – ช่วยแก้โรคริดสีดวงผอมเหลือง ให้รสร้อน
ราก – ช่วยแก้มานกระษัยอันเกิดแต่กองลม ให้รสร้อน
เปลือกต้น – มีประโยชน์เหมือนเปลือกกุ่มน้ำและมะรุม เป็นยา ระงับประสาท ช่วยแก้โรคผิวหนังต่างๆ รวมทั้งช่วยคุมธาตุ ขับลม แก้ปวดท้อง แก้ลงท้อง แก้อาการบวม ช่วยบำรุงไฟธาตุ ตลอดจนบำรุงหัวใจ และช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ย่อยอาหารได้ตามปกติ ให้รสร้อน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.เกร็ดความรู้.net/…

กาหลง

กาหลง สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของกาหลง น่ารู้

มกราคม 23, 2019 Sharee 0

กาหลง  ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือเรียกเสี้ยวน้อย หรือเสี้ยวดอกขาว นราธิวาสเรียกกาแจ๊ะกูโด เป็นต้น

กาหลง โดยต้นมีแหล่งกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถเพาะปลูกได้ง่าย โดยคนมักนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก และที่สำคัญต้นนี้ยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดสตูลอีกด้วย

สำหรับต้นจัดเป็นไม้พุ่มที่มีลำต้นสูงประมาณ 1 – 3 เมตร มีเปลือกเรียบสีน้ำตาล มีใบเดี่ยวรูปไข่ออกเรียงสลับกัน โดยปลายใบนั้นจะเว้าลึกเข้ามาถึงเกือบครึ่งใบ โคนใบเป็นรูปหัวใจ ปลายเส้นกลางใบเป็นติ่งแหลมๆ และปลายแฉกทั้งสองข้างจะแหลม ผลัดใบช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม แล้วจะขึ้นมาใหม่ในช่วงหน้าร้อน หรือเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคม ส่วนดอกนั้นจะมีสีขาวออกเป็นช่อสั้นๆ ตรงปลายกิ่ง ช่อละประมาณ 2 – 3 ดอก มีดอกย่อยสีขาวกลิ่นหอมอ่อนๆ บริเวณปลายกลีบมน โคนสอบ และมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวติดกันอยู่ และผลเป็นฝักแบน ขอบฝักจะเป็นสันหนาๆ แต่ปลายและโคนฝักจะสอบแหลม ตลอดจนปลายฝักมีติ่งแหลมๆ ยื่นออกมา โดยต้นนี้จะออกผลในเดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม

กาหลง

ประโยชน์และสรรพคุณของต้น
ดอก – ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้เสมหะพิการ รวมทั้งช่วยแก้อาการปวดศีรษะ และช่วยลดความดันโลหิต ให้รสสุขุม

ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นนี้มีสรรพคุณที่ดีต่างๆ มากมาย และยังเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย ขยายพันธุ์ได้ดี ทำให้ไม่ต้องดูแลประคบประหงมกันมาก เหมาะสำหรับคนที่ชอบการปลูกต้นไม้แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลนัก เพราะสามารถขึ้นได้ในดินที่เรียกได้ว่าแทบจะทุกชนิดดินเลยก็ว่าได้ แถมไม่ต้องการปุ๋ยมาก และชอบแสงแดดจัด แต่ก็ต้องระวังอยู่บ้างเพราะตรงใบและกิ่งของต้นนี้จะมีขนอ่อนขึ้นอยู่ประปรายซึ่งอาจทำให้ระคายเคืองได้เมื่อสัมผัสโดยตรง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.เกร็ดความรู้.net/

 

 …

กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี ผักดีต้องทาน กับคุณค่าทางโภชนาการอันยอดเยี่ยม

มกราคม 21, 2019 Sharee 0

กะหล่ำปลี เป็นผักในตระกูลกะหล่ำเช่นเดียวกับคะน้า บรอกโคลี ผักกาดขาว แรดิช และเทอร์นิพ

กะหล่ำปลี เป็นหัวกลมขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีสีเขียว แต่นอกจากนี้ก็ยังมีอีกสายพันธุ์ ที่มีสีสันที่แปลกตานั่นก็คือสีม่วง ต้นกำเนิด ของนั้นอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และถูกนำมาปลูกในไทยอย่างแพร่หลายเพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย

เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ไม่ว่าจะเป็น วิตามินหรือแร่ธาตุ ที่มีอยู่ในปริมาณสูง รวมทั้งไฟเบอร์ที่ดีต่อร่างกาย นอกจากนี้ค่าดัชนีน้ำตาลในหนึ่งถ้วยก็ยังมีแค่เพียง 2 กรัมเท่านั้น ส่วนแคลอรีนั้น 100 กรัมก็มีปริมาณแคลอรีอยู่ที่ 25 กรัมค่ะ

นอกจากใช้เป็นผักที่เพิ่มรสชาติในจานสลัดแล้ว กะหล่ำปลีม่วงยังแก้แฮงก์หลังดริงก์อย่างหนักได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะผักชนิดนี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก เมื่อรับประทานแล้วน้ำภายในผักจะไปเจือจางแอลกอฮอล์ในร่างกาย อาการมึนตึ้บเลยหายง่าย เช้าหลังปาร์ตี้ลองเพิ่มกะหล่ำปลี ม่วงในเมนูดูสิ แก้แฮงก์แล้วยังไม่อ้วนอีก ประโยชน์สองต่อเลยนะ

 กะหล่ำปลี

ลดความอ้วนได้

ปริมาณแคลอรีที่ไม่สูงมากจนเกินไปของ และไฟเบอร์ที่สูงทำให้เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก เพราะเมื่อเรา รับประทานเข้าไปแล้ว ไฟเบอร์จะ ทำให้อยู่ท้องและ อิ่มได้นานขึ้นค่ะ

เป็นอาหารบำรุงสมอง

วิตามินเค และสารแอนโทไซยานินใน โดยเฉพาะในม่วง ที่มีสารทั้ง 2 ชนิดมากเป็นพิเศษ สามารถช่วยสร้างเสริมสมองในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับสมาธิ และสภาพจิตใจได้ เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดจะเข้าไปป้องกันการถูกทำลายของระบบประสาท และบำรุงสมองไม่ให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ หรือสมองเสื่อมด้วย

บำรุงผิวพรรณ

ซัลเฟอร์เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อเล็บ ผม และ ผิวหนัง โดยสามารถช่วยให้ผิว ไม่มันและลดการเกิดสิว ซึ่งในก็มีสารชนิด นี้อยู่ไม่น้อยเลย จะนำมา รับประทาน หรือ นำมามาสก์หน้าก็ช่วยบำรุงผิวได้ทั้งนั้นเลยค่ะ

อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยป้องกัน โรคหวัดและเลือดออกตามไรฟัน ช่วยต้าน การเกิดมะเร็งและ ชะลอความแก่ ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย

นอกจากจะนำมา รับประทานสด ๆ เคียงคู่กับอาหารได้เกือบทุกชนิดแล้ว ก็ยังสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย ใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาไป ปรุงอาหาร อะไรได้บ้างนั้น ลองดูเมนู เหล่านี้เป็นตัวอย่างก็ไม่เลวนะคะ

ได้เห็นทั้งคุณค่าทางอาหาร สรรพคุณอันมากมาย รวมทั้ง เมนูอาหารแสนน่ารับประทานของ กะหล่ำปลีกันไปแล้ว แบบนี้ต่อไปหากเราได้เห็นกะหล่ำปลีมาเป็น ผักเคียงมากับอาหารก็คงจะไม่เขี่ยทิ้งกันอีกแล้วล่ะเนอะ รีบหยิบมารับประทานกันดีกว่าเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งวันนี้และวันหน้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/…

กรดน้ำ

กรดน้ำ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นกรดน้ำ 37 ข้อ !

มกราคม 20, 2019 Sharee 0

กรดน้ำ  จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกอายุ 2 ปี ลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 30-80 เซนติเมตร เป็นพุ่ม แตกกิ่งแผ่สาขามาก ลำต้นมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ไม่มีขน กิ่งเล็กเรียว

กรดน้ำ  ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี ชอบความชื้นค่อนข้างมาก และแสงแดดแบบเต็มวัน เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของทวีปอเมริกาเขตร้อน ปัจจุบันพบขึ้นทั่วไปในเขตร้อนชื้น ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นทั่วทุกภาค โดยมักขึ้นเป็นวัชพืชในที่รกร้าง ป่าผลัดใบ และพื้นทรายริมฝั่งแม่น้ำ

สรรพคุณของกรดน้ำ
ใบมีรสฝาด ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ (ใบ)[1],[3] ต้นมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร (ต้น)[5], ส่วนดอกมีสรรพคุณช่วยเจริญไฟธาตุ (ดอก)[5]
ชาวปะหล่องจะใช้ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำรวมกับต้นสาบแร้งสาบกาให้เด็กอาบแก้อาการเบื่ออาหาร (ทั้งต้น)[7]
ต้นและใบใช้เป็นยาแก้โรคเบาหวาน โดยใช้ลำต้นและใบสด 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำ 3 แก้ว เคี่ยวนาน 30 นาที ใช้แบ่งนำมาดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น (ต้นและใบ)[5],[6] ส่วนบางตำราก็ระบุด้วยว่า ส่วนของรากก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคเบาหวานได้เช่นกัน (ราก)[1]
ทั้งต้นมีรสชุ่มหวาน ขมเล็กน้อย ไม่มีพิษ เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อตับ กระเพาะ และลำไส้ใหญ่ มีสรรพคุณเป็นยาขับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไอร้อน ไอหวัด ลดไข้ แก้เด็กเป็นไข้อีสุกอีใส และช่วยขับเสมหะ (ทั้งต้น)[4]
ยาพื้นบ้านจะใช้ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ ลดไข้ (ต้น, ราก, ใบ, ทั้งต้น)[1],[2],[3] หากเด็กเป็นไข้ให้ใช้ลำต้นสดประมาณ 15 กรัม นำมาต้มใส่น้ำและน้ำตาลพอให้มีรสชาติ แล้วกรองเอาแต่น้ำกิน (ต้น)[3] นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ระบุด้วยว่าต้นมีสรรพคุณแก้พิษไข้ ส่วนรากมีสรรพคุณแก้ไข้ตัวเย็น เลือดเป็นพิษ[5]

กรดน้ำ
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย (ราก)[2]
ใช้เป็นยาแก้ไอ (ต้น, ใบ)[1],[3] ด้วยการใช้ลำต้นกรดน้ำสด ๆ ประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มให้เดือดแล้วเอาน้ำมารับประทานเป็นยาแก้ไอ รักษาอาการไอเนื่องจากปอดร้อน (ต้น)[3],[4] หรือถ้าเป็นหวัดและไอ ให้ใช้ต้นกรดน้ำสด 30 กรัม, สะระแหน่ 10 กรัม และพลูคาวอีก 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ต้น)[4]
ต้นใช้เป็นยาแก้อาเจียน (ต้น)[3]
รากมีรสฝาด ใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะ (ราก)[1],[3],[5]
ต้นมีรสฝาด ใช้เป็นยาแก้เหงือกบวม แก้ปากเปื่อย (ต้น)[1] ส่วนอีกตำราว่าใช้ผลเป็นยาแก้เหงือกบวม (ผล)[5]
ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน (ใบ)[1],[3]
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บคอ เสียงแหบ (ราก)[2] หรือจะใช้ต้นสดประมาณ 120 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำมาผสมกับน้ำผึ้ง ใช้รับประทานเป็นยาแก้เจ็บคอก็ได้ (ต้น)[3],[4]
ใบใช้เป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ (ใบ)[1],[4]
รากใช้เป็นยาแก้โรคหัวใจอ่อน (ราก)[7]
ต้นใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ท้องเดิน ปวดท้อง แก้ลำไส้อักเสบ (ต้น)[1],[3],[4] หากลำไส้อักเสบ ปวดท้อง ให้ใช้ลำต้นขนาดประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มให้เดือดแล้วกรองเอาแต่น้ำกิน (ต้น)[3]
รากใช้เป็นยาแก้บิด แก้ท้องร่วง ช่วยสมานลำไส้ (ราก)[1],[5] ชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง จะใช้ราก ทั้งต้น นำมาต้มกับน้ำดื่มหรือเคี้ยวกินเป็นยาแก้ปวดท้อง อาหารเป็นพิษ อาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะอาหาร (ราก, ทั้งต้น)[2]
ยาชงจากใบใช้ดื่มเป็นยาแก้อาการผิดปกติของระบบลำไส้ (ใบ)[6]
ตำรายารักษาบิดติดเชื้อ จะใช้ต้นกรดน้ำสด 30 กรัม, หยางถีเฉ่า 30 กรัม และข้าวเก่าประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มกับน้ำ รับประทานวันละ 1 เทียบ (ต้น)[4]
ใช้เป็นยาขับลม แก้จุกเสียด (ต้น, ใบ, ราก)[1],[3],[5]
ใช้เป็นยาขับพยาธิ (ราก)[1],[5]
ผลมีรสฝาดเมา ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน (ผล)[1]
ใบใช้เป็นยาขับประจำเดือน ขับระดูขาวของสตรี (ใบ)[1],[3],[5]
รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[1],[3],[5] ต้นและใบใช้เป็นยาแก้ขัดเบา (ต้น[3], ใบ[1]) ในฟิลิปปินส์จะดื่มน้ำต้มจากรากเป็นยาแก้ขัดเบา (ราก)[6] หรือหากมีอาการปัสสาวะขัดให้ใช้ลำต้นประมาณ 15-30 กรัม นำมาต้มให้เดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำกินก็ได้ (ต้น)[3]
ต้นมีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำที่ขาจากการปัสสาวะ (ต้น)[1],[3],[4]
ใช้เป็นยาแก้โรคไทฟอยด์ (ทั้งต้น)[4]
ใบสดนำมาตำคั้นเอาน้ำทาหรือใช้พอกเป็นยารักษาแผลสด แผลถลอก แผลเรื้อรัง และช่วยห้ามเลือด (ใบ)[2] ชาวกะเหรี่ยงเชียงใหม่จะใช้ทั้งต้นนำมาต้มแล้วเอาน้ำมาใส่แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ส่วนคนเมืองจะใช้ทั้งต้นนำไปต้มแล้วใช้ไอน้ำมารมแผลสดเพื่อช่วยให้แผลแห้งเร็วยิ่งขึ้น (ทั้งต้น)[7]
ใช้เป็นยาแก้ผื่นคันตามผิวหนัง ด้วยการใช้ลำต้นที่สด ๆ นำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่เป็นผื่นคัน (ต้น, ราก)[1],[3],[4] ส่วนชาวม้งจะใช้ทั้งต้นนำมาต้มกับน้ำอาบรักษาผื่นคัน ซึ่งใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ (ทั้งต้น)[7]
ช่วยแก้ไฟลามทุ่งหรือเชื้อไวรัสตามผิวหนัง (ทั้งต้น)[4]
ใช้เป็นยาแก้พิษฝี (ใบ, ดอก, ผล)[5]
ช่วยลดอาการเป็นหัด เมื่อเป็นหัดให้ใช้ลำต้นสดนำมาต้มแล้วกรองเอาแต่น้ำกินติดต่อกัน 3 วัน (ต้น)[3]
รากใช้ต้มกับน้ำอาบ ช่วยฆ่าเชื้อโรค แก้พิษ (ราก)[2]
ผลใช้เป็นยาแก้ปวด (ผล)[5]
ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก, ต้น, ใบ)[5]
ใช้เป็นยารักษาอาการเท้าบวม ขาบวมจากการเป็นเหน็บชา ด้วยการใช้ลำต้นสดประมาณ 30 กรัม และน้ำตาลทรายแดง 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานก่อนอาหาร ใช้กินทุกเช้าและเย็นหลังอาหาร[3] ส่วนอีกตำราว่าให้กินก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง[4] (ต้น)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มร่วมกับลูกใต้ใบและหญ้าปันยอด เป็นยาแก้อาการปวดข้อ (ราก)[7]
ใช้ต้นสด 1 กำมือ นำมาต้มกินหลังคลอด จะช่วยให้มารดาแข็งแรงและมีน้ำนมดี (ต้น)[8]

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com/…

กระวาน

กระวาน สรรพคุณและประโยชน์ของกระวานไทย 37 ข้อ !

มกราคม 14, 2019 Sharee 0

กระวาน Amomum verum Blackw. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Amomum krervanh Pierre ex Gagnep.) จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)

กระวาน สมุนไพรกระวาน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ปล้าก้อ (ปัตตานี), กระวานขาว (ภาคกลาง, ภาคตะวันออก), มะอี้ (ภาคเหนือ), ข่าโคก ข่าโค่ม หมากเนิ้ง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), กระวานไทย, กระวานดำ, กระวานแดง, กระวานจันทร์, กระวานโพธิสัตว์ เป็นต้น

สรรพคุณของกระวาน
ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ผลแก่, ใบ, เปลือก, เมล็ด)[1],[2]
ช่วยแก้ธาตุพิการ (เมล็ด)[1],[2] แก้ธาตุไม่ปกติ (ผลแก่)[2]
ช่วยบำรุงกำลัง (ผลแก่, ใบ)[1],[2]
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ผลแก่)[1],[2] แก้อาการเบื่ออาหาร (ผลแก่)[2]
ช่วยบำรุงโลหิตในร่างกาย (กระพี้)[1]
ช่วยขับโลหิต (ผลแก่)[1],[2] ช่วยฟอกโลหิต แก้โลหิตเน่าเสีย (ราก)[1] ช่วยรักษาโรคโลหิตเป็นพิษ (แก่น)[1]
ช่วยแก้เสมหะให้ปิดธาตุ (ราก)[1] แก้ลมเสมหะให้ปิดธาตุ (ผลแก่, ใบ)[1],[2]
ช่วยขับเสมหะ (ใบ, เปลือก, เมล็ด)[1],[2]
แก้อาการสะอึก (ผลแก่)[2]
ช่วยแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน (ผลแก่)[2]

กระวาน
ช่วยแก้ลม (ผล, ใบ, ราก)[1]
ช่วยแก้ลมในอกให้ปิดธาตุ (ผลแก่)[1],[2]
ช่วยแก้ลมสันนิบาต สันนิบาตลูกนก (ผลแก่, ใบ)[1],[2]
ช่วยแก้พิษร้าย (แก่น)[1]
ช่วยแก้อาการผอมเหลือง (เปลือก)[1]
ช่วยรักษาโรครำมะนาด (ผลแก่, ใบ, ราก)[1],[2]
ช่วยแก้ไข้ (เปลือก)[1]
ช่วยแก้ไข้เพื่อลม (ใบ)[1]
ช่วยแก้ไข้อันเป็นอชินโรคและอชินธาตุ (เปลือก)[1]
ช่วยแก้ไข้อันง่วงเหงา (ใบ, เปลือก)[1]
แก้ไข้เซื่องซึม (ใบ)[1]
ช่วยแก้อาการปวดท้อง (เมล็ด)[2]
แก้ลมจุกเสียดแน่นเฟ้อ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้ผลกระวานแก่จัดประมาณ 6-10 ผล นำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้รับประทานครั้งละ 1-3 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว แล้วเคี่ยวจนเหลือครึ่งถ้วยแก้ว และนำมาใช้รับประทานเพียงครั้งเดียว (ผลแก่, ใบ)[1],[2]
แก้ลมในลำไส้ (ผลแก่)[2] ช่วยขับผายลมในลำไส้ (เมล็ด, ใบ)[1],[2] มีฤทธิ์ในการขับลม (Carminative) ด้วยการใช้ผลกระวานแก่จัดประมาณ 6-10 ผล นำมาตากแห้งแล้วบดเป็นผง ใช้รับประทานครั้งละ 1-3 ช้อนชา แล้วต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว แล้วเคี่ยวจนเหลือครึ่งถ้วยแก้ว และนำมาใช้รับประทานเพียงครั้งเดียว (ผลแก่)[1],[2]
ผลกระวานใช้ผสมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย เช่น มะขามแขก เพื่อใช้บรรเทาอาการไซ้ท้องหรืออาการคลื่นไส้อาเจียน (ผลแก่[1], เมล็ด[2])
ช่วยแก้อุจจาระพิการ (เมล็ด)[1],[2]
ช่วยแก้อัมพาต (ผลแก่)[2]
ช่วยขับพยาธิในเนื้อให้ออกทางผิวหนัง (หัวและหน่อ)[1]
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (กระพี้, เปลือก)[1]
ผลแก่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 5-9% มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด (ผลแก่)[1]
ใช้เป็นส่วนประกอบในพิกัดยาไทย ได้แก่ ตำรับยา “พิกัดตรีธาตุ” ซึ่งประกอบไปด้วย กระวาน ดอกจันทน์ และอบเชย เป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ธาตุพิการ แก้ไข้ แก้ลม แก้เสมหะ และยังจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดตรีทุราวสา” อันประกอบไปด้วย ผลกระวาน ผลราชดัด ผลโหระพาเทศ ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลม แก้เสมหะ แก้พิษตานซาง และช่วยบำรุงน้ำดี[2]

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com/

 …

1 4 5 6 7