ถั่งเช่า สมุนไพร 

ถั่งเช่า สมุนไพร สรรพคุณของถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

กุมภาพันธ์ 12, 2019 Sharee 0

ถั่งเช่า สมุนไพร ประโยชน์ของถั่งเช่า สรรพคุณของถั่งเช่า เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ บำรุงกำลัง ถั่งเช่า รสขมอมหวาน พบแถบเทือกเขาหิมาลัย

ถั่งเช่า สมุนไพร หรือ หญ้าหนอน คือ สมุนไพรตัวเดียวกัน เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในเรื่องรเพิ่ม สมรรถภาพทางเพศ บำรุงกำลังและเชื่อว่ารักษามะเร็ง สมุนไพรชนิดนี้ มีอยู่ในประเทศจีน พบที่ทิเบต มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยุนนาน และแทบเทือกเขาหิมาลัย สมุนไพรถั่งเช่า นั้นมีกลิ่นหอม รสขมอมหวาน ช่วยบำรุงปอดและบำรุงไต รักษาอาการอ่อนเพลีย

ถั่งเช่า สมุนไพร 

ประโยชน์ของถั่งเช่า

หากนำมาใช้ประโยชน์จะเหมาะกับผู้ที่อาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด มะเร็งปอด วัณโรค หลอดลมตีบ โรคหัวใจ โรคตับ โรคสมอง ถั่งเช่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานของปอด ลดอาการอักเสบในเยื่อบุโพรงจมูก ผนังหลอดลม เพิ่มออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ช่วยลดอาการโรคอัลไซเมอร์ ช่วยลดอาการโรคพาร์กินสัน ชะลอความแก่

การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของถั่งเช่า พบว่าในถั่งเช่า มีสารอาหารที่มีประโชน์ต่อร่างกาย ถึง 5 ชนิด คือ

สารคอร์ไดเซปิน ( Cardycepin ) สารชนิดนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของระบบโลหิต ต้านเชื้อแบคทีเรีย บำรุงระบบการทำงานของไตและปอด ช่วยบรรเทาอาการไตอักเสบ รักษาโรคนิ่วในไต
กรดคอร์ไดเซปิก ( Cordycepic acid ) กรดชนิดนี้ช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอริซิม ( Metabolism ) ช่วยเพิ่มพลัง ชะลออาการเลือดออกในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด
สารสเตรอล ( sterol ) สารชนิดนี้ช่วยป้องกันไตอักเสบเรื้อรังได้ ป้องกันโรคหอบหืด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ
โปรตีน กรดอะมิโน และวิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี1 วิตามินบี2 และวิตามินบี12
สารโพลีแซคคาไรด์ ( Polysacharide ) เป็นสารที่ช่วยต้านและยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยบรรเทาอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาท รักษาสมดุลของระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันของร่างกาย
มีสารไนตริกออกไซด์ ( Nitric Oxide ) ช่วยสมรรถภาพทางเพศ เพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิ และทำให้อสุจิแข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต
สรรพคุณของถั่งเช่า

ถั่งเช่ามีสรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรค แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ช่วยระงับประสาท ช่วยเพิ่มความจำ ป้องกันโรคความจำเสื่อม ช่วยลดการตายของเซลล์สมอง ช่วยบำรุงหลอดเลือด ช่วยบำรุงปอด ช่วยบรรเทาการเจ็บหน้าอก ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง รักษาถุงลมโป่งพอง รักษาโรคหลอดลมอักเสบ รักษาโรคหอบหืด รักษาวัณโรค ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาเบาหวาน ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด ช่วยบำรุงตับ บำรุงไต ช่วยลดการอักเสบ ช่วยห้ามเลือด ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้อสุจิแข็งแรง

ข้อควรระวังในการบริโภคถั่งเช่า

ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาลดน้ำตาลในเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ( immunosuppressive )
ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงระยะให้นมบุตร และในเด็ก เพราะยังมีข้อมูลมาเพียงพอ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

ส้มแขก สมุนไพร

ส้มแขก สมุนไพร ช่วยลดน้ำหนัก สรรพคุณของส้มแขกมีมากมาย

กุมภาพันธ์ 11, 2019 Sharee 0

ส้มแขก สมุนไพร สรรพคุณของส้มแขก ลดความอ้วน แก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดัน รักษาเบาหวาน บำรุงเลือด ฟอกเลือด ช่วยเจริญอาหาร แก้กษัย แก้ปวดท้อง

ส้มแขก สมุนไพร เป็นพืชตระกลูเดียวกับมังคุด ชื่อเรียกอื่นๆ ของ ส้มแขก เช่น ชะมวงช้าง ส้มควาย อาแซกะลูโก ส้มพะงุน ส้มมะอ้น ส้มมะวน มะขามแขก เป็นต้น ส้มแขก เป็นพืชท้องถิ่นของอินเดียและศรีลังกา และในประเทศไทยนิยมปลูกในภาคใต้ เนื่องจาก ส้มแขก มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาทำส่วนประกอบในการทำ แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เป็นต้น

ส้มแขก สมุนไพร

สรรพคุณของส้มแขก

สำหรับสรรพคุณของส้มแขก มีมากมาย สามารถนำส้มแขกมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น ดอก ผล ราก ใบ รายละเอียด ดังนี้

ดอกของส้มแขก มีสรรพคุณ ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ ลดความดันโลหิต
ผลของส้มแขก สามารถนำมาช่วยลดความดัน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยฟอกโลหิต ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดไขมัน
รากของส้มแขก สามารถใช้ เป็นยาแก้กษัย บรรเทาอาการปวดท้องสำหรับสตรีมีครรภ์ เป็นยาระบายอ่อนๆ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว
ใบของส้มแขก สามารถใช้ แก้อาการท้องผูก ขับปัสสาวะ
ข้อควรระวังในการบริโภคส้มแขก

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากส้มแขกมีปริมาณ HCA ที่สูง ไม่ควรใช้กับสตรีตั้งครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร เพราะสารชนิดนี้จะไปรบกวนการสร้าง Fatty Acid, Acetyl coenzyme A รวมไปถึง Cholesterol ซึ่งอาจส่งผลต่อการสร้าง Steroid Hormone ได้นั่นเอง และสำหรับบุคคลทั่วไปการรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจมีอาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

ว่าน มหาหงส์

ว่าน มหาหงส์ ไม้ประดับมงคล ใช้รักษาไต เป็นยาอายุวัฒนะ

กุมภาพันธ์ 9, 2019 Sharee 0

ว่าน มหาหงส์ ไม้ประดับมงคล สมุนไพร ตระกูลขิง ไม้มงคล เสริมอำนาจและบารมี สมุนไพร สรรพคุณของว่านมหาหงส์ รักษาโรคไต เป็นอายุวัฒนะ เพิ่มพละกำลัง

ว่าน มหาหงส์ ไม้ประดับมงคล เป็นพืชล้มลุก เหง้าอยู่ใต้ดิน อายุยืนยาวหลายปี เหง้าของมหาหงส์มีสีนวล และมีกลิ่นเฉพาะตัว ต้นของมหาหงส์จะสูงประมาณ 1 เมตร จะมีกาบใบซ้อนกัน ใบมีสีเขียวลักษณะกลม ดอกจองมหาหงส์มีสีขาวสวย เหมือนดอกลิลลี่ สามารถขยายพันธุ์ได้ โดยใช้เหง้า ผลของมหาหงส์ ผลเป็นรูปทรงกลม

ว่าน มหาหงส์

สรรพคุณของว่านมหาหงส์

สรรพคุณของมหาหงส์ เรานำเหง้าของมหาหงส์มาใช้ประโชยน์ รายละเอียด ดังนี้

นำเหง้าแห้งของมหาหงส์มาบด ผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นยา ใช้ยาบำรุงกำลัง และเป็นยาอายุวัฒนะ กินเป็นยาแก้กษัย บำรุงไต
นำเหง้ามาต้มดื่ม เป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบได้ ช่วยขับลม แก้อาการท้องอืด ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย แก้ลมชัก
นำเหง้ามาคั้นน้ำ นำมารักษาแผลฟกช้ำ และแผลบวม
ประโยชน์ของต้นมหาหงส์

คนเมืองทางภาคเหนือจะใช้หน่ออ่อนลวกรับประทานกับน้ำพริก
ชาวไทใหญ่จะใช้ดอกมหาหงส์บูชาพระ
น้ำมันจากเหง้าสดสามารถนำมาใช้ฆ่าแมลงได้ ด้วยการใช้เหง้าสดจำนวนพอสมควรนำมาทุบแล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหย เรียกว่า “ น้ำมันมหาหงส์ ”
น้ำมันหอมระเหยใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำหอม
ด้วยความหอมของดอกมหาหงส์ ในวงการสปาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศจึงนิยมใช้มหาหงส์เป็นส่วนผสมในครีม โลชัน โคโลญจน์ สบู่ ครีมอาบน้ำ หรือโคลนหมักตัว
มหาหงส์เป็นว่านที่ได้ชื่อว่าเข้ายาทำเสน่ห์ มีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ปลูก ให้คนรักคนหลง โดยจะนิยมปลูกเพื่อเพิ่มเมตตามหานิยมและความเป็นสิริมงคลให้แก่สถานที่ปลูก และยังเชื่อว่า “ว่านมหาหงส์” เป็นว่านให้ลาภแก่ผู้ปลูก และหากนำเหง้าหรือหัวพกพาติดตัวไปด้วยก็จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์มหานิยม
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ สามารถออกได้ตลอดปี ดอกจะมีกลิ่นหอมมากโดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็นถึงมืด ทนทานต่อแมลงต่าง ๆ โดยดอกจะทยอยบานและอยู่ทนหลายวัน ถ้านำไปปลูกบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ก็จะเหมาะยิ่งนัก เพราะสามารถปลูกได้ในที่ร่ม แดดไม่จัดมากนัก ชอบที่ชื้นแฉะ แต่ถ้านำไปปลูกลงในกระถางก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง โดยปกติแล้วดอกมหาหงส์จะเป็นสีขาว สีดอกจะตัดกับสีเขียวเข้มของต้นและใบอย่างสวยงาม ในปัจจุบันพบว่ามีการนำพันธุ์มหาหงส์เข้ามาปลูกกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นชนิดดอกสีขาว ดอกสีขาวตรงกลางเหลือง ดอกสีขาวตรงกลางแดง ดอกสีแดงอมสีชมพูจนถึงสีแดงเข้ม หรือดอกสีเหลืองทองทั้งดอก โดยจะมีทั้งดอกเล็กและดอกใหญ่

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com

กวาวเครือขาว สมุนไพร

กวาวเครือขาว สมุนไพร พืชท้องถิ่น ประโยชน์และโทษ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 7, 2019 Sharee 0

กวาวเครือขาว สมุนไพร รู้จักกับกวาวเครือ พืชตระกูลถั่ว สรรพคุณของกวาวเครือ เพิ่มขนาดหน้าอก ทำให้นมโต เพิ่มกำลังวังชา สำหรับผู้ชาย สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

กวาวเครือขาว สมุนไพร ขึ้นชื่อเรื่อง เพิ่มขนาดหน้าอก ทำให้นมโต และ เพิ่มกำลังวังชา สำหรับผู้ชาย เรียกว่าเป็น สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เลยก็ว่าได้ แต่สำหรับการใช้ กวาวเครือ นั้น มีข้อห้าอยู่ ในเรื่องของปริมาณการบริโภค ให้ใช้ได้เพียงวันละเท่าเม็ดพริกไทย ดังนั้น วันนี้เรามา ทำความรู้จักกับกวาวเครือ กัน ว่า คืออะไร สรรพคุณของกวาวเครือ

กวาวเครือขาว สมุนไพร

สรรพคุณของกวาวเครือขาว

สำหรับการใช้ ประโยชน์ของกวาวเครือ นั้นเราจะนำเอาส่วนหัวมาใช้ประโยชน์ ซึ่ง หัวของกวาวเครือ มีประโยชน์ ดังนี้

เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงกำลัง สำหรับผู้ที่มีอายุมาก สามารถรับประทานได้ทั้ง ชายและหญิง
ช่วยให้กระชุ่มกระชวย
บำรุงผิวพรรณ ให้เต่งตึง มีน้ำมีนวล ลดการเกิดสิว กระ ฝ้า ช่วยละลอผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอยต่างๆตามผิวหนัง
ช่วยลำไขมันบนใบหน้า รักษาสิว และ รูขุมขนอักเสบ
ช่วยให้หน้าอกขยายตัว และเต่งตึง
ช่วยบำรุงเส้นผม ให้ดกดำ และรากผมแข็งแรง
ช่วยบำรุงสมอง ให้ ความจำดี
ช่วยรักษาโรคตาฟาง และ โรคต้อกระจก
ช่วยบำรุงไต
ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร ช่วยเจริญอาหาร
ช่วยบำรุงโลหิต ให้เลือดลมไหลเวียนดี
บำรุงกระดูก ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยบำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ
ใช้เพิ่มฮอร์โมนเพศหญิง สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
มี ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และ โรคมะเร็งมดลูก
ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน จากปัญหาประจำเดือนมาไม่ปรกติ
ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
ช่วยให้ช่องคลอดกระชับ
ข้อห้ามสำหรับการใช้กวาวเครือ

กวาวเครือขาว นั้นมีประโยชน์แต่มีโทษสำหรับการใช้ในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งคำแนะนำสำหรับ การบริโภคกวาวเครือ นั้น มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ห้ามคนในวัยหนุ่มสาวรับประทาน
สำหรับคนบริโภค กวาวเครือ นั้น ห้ามกินของหมักดอง ของเปรี้ยว และ ให้อาบน้ำวัน 3 ครั้ง
สำหรับคนกิน กวาวเครือ ห้ามอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นเกินไป

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว

มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว สมุนไพร สรรพคุณของมะนาวมีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 3, 2019 Sharee 0

มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว สมุนไพร คู่ครัวไทย มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาปรุงรส สรรพคุณของมะนาว ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยแก้อาเจียน ช่วยรักษาสมดุลโรคความดันโลหิต ช่วยเจริญอาหาร แก้โรคตาแดง แก้ไข้ บำรุงเลือด

มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยบำรุงตา น้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นหอมสดชื่น (Aromatherapy) ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไป ช่วยผิวบริเวณเหล่านี้มีความนุ่มนวลเพิ่มมากขึ้น ช่วยรักษาสิวของคุณให้ลดน้อยลงได้ แก้ปัญหาผิวแตก แก้ปัญหาส้นเท้าแตก

มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยว

ประโยชน์ด้านอื่นของมะนาว

ป้องกันภัยจากงูและสัตว์เลื้อยคลาน ด้วยการใช้เปลือกวางไว้บริเวณใกล้ที่นอน ๆ สัตว์เหล่านี้ก็จะไม่มารบกวนเพราะได้กลิ่นมะนาว
แก้พิษจากการโดนงูกัด
ถ้าก้างปลาติดคอ ให้นำน้ำมะนาว 1 ลูก เติมเกลือ ใส่น้ำตาลเล็กน้อย แล้วกลืนลงไปให้ตรงกับบริเวณที่ก้างติดคอ อมไว้สักครู่แล้วค่อย ๆ กลืน ก้างปลาจะอ่อนตัวลงแล้วหลุดลงไปในกระเพาะ
แก้เล็บขบ ส้นเท้าแตก ขาลาย
ลบรอยเปื้อนหมึก หรือรอยเตารีด บนเสื้อผ้าได้
เมื่อพูดถึงมะนาวนั้นหลายหลายคนก็คงจะนึกถึงรสชาติความเปรี้ยวจี๊ดอีกทั้งยังนึกถึงความเป็นผลไม้รสเปรี้ยวพี่อยู่คู่กับครัวคนไทยมาแต่ช้านาน โดยส่วนใหญ่แล้วมะนาวมักจะถูกนำมาเป็นเครื่องปรุงรถสำหรับการทำอาหารประเภทยำเป็นหลัก ซึ่งรสชาติความเปรี้ยวจี๊ดของมะนาวนั้นมีสรรพคุณที่ดีมากมายนั่นเอง รสชาติเปรี้ยวจี๊ดของมะนาวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีจากธรรมชาติที่สูงมากโดยวิตามินซีนั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระอีกทั้งยังช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากมีอาการเจ็บป่วยหรืออาการไม่สบายต่างๆนั้นคนโบร่ำโบราณก็จะใช้มะนาวมาช่วยเพื่อบรรเทาอาการนั่นเอง

สรรพคุณของมะนาว นั้นมีมากมายหลากหลายอย่างซึ่งส่วนใหญ่แล้วนั้นจะช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการปวดศีรษะช่วยลดอาการอาเจียนเป็นลมวิงเวียนศีรษะหรือแม่กระทั่งแก้เมาเหล้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังรวมไปถึงมะนาวนั้นยังมีคุณสมบัติในการช่วยแก้ไอได้เป็นอย่างดีซึ่งหากมีอาการไอแล้วก็สามารถใช้มะนาวผสมกับน้ำผึ้งแล้วก็เกลือนิดหน่อยใช้จิบบ่อยๆจะช่วยลดอาการระคายเคืองคออีกทั้งยังช่วยสามารถให้ชุมคอได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อีกครั้งมะนาวนั้นยังมีการนำมาใช้เพื่อการบำรุงผิวและเพื่อความสวยความงามได้เป็นอย่างดีอีกด้วยโดยในน้ำมะนาวนั้นจะมีกรดซิตริกสูง ซึ่งกรดซิตริกนี้จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้เป็นอย่างดี จึงเห็นได้ว่าจะมีผู้คนนำน้ำมะนาวนั้นมาผสมกับดินสอพองเพื่อพอกหน้าเป็นประจำจะช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นอีกทั้งยังช่วยลดรอยสิวและลดอาการสิวได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้วมะนาวยังสามารถนำมาใช้ประกอบการหุงข้าวทำให้ข้าวนั้นขาวและอร่อยมากยิ่งขึ้นโดยการนำน้ำมะนาวเพียงแค่สองถึงสามช้อนชาใส่ลงไประหว่างหุงข้าวนั่นเอง อีกทั้งหากต้องการให้ไข่เจียวมีความฟูและนิ่มขึ้นก็สามารถใช้น้ำมะนาวเพียงสี่ถึงห้าหยดผสมลงไปในไข่พี่เตรียมจะเจียวก็สามารถทำให้ไข่นั้นนุ่มและฟูน่ากินเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้นแล้วในเปลือกของผิวมะนาวยังมีน้ำมันหอมระเหยหลากหลายชนิดที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นโดยกลิ่นหอมสดชื่นนั้นจะช่วยในการลดอาการวิงเวียนศีรษะและลดอาการปวดศีรษะ อีกทั้งรวมไปถึงสามารถทำให้ร่างกายเกิดความสงบและมีสมาธิในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆได้เป็นอย่างดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันนี้มีการแปรรูปมะนาวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายทั้งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารอีกทั้งยังรวมไปถึงขนมและของกินเล่นต่างๆมากมายด้วยซึ่งถือได้ว่าเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะนาวสำเร็จรูปมะนาวผงและรวมไปถึงมะนาวดองอีกด้วย จึงนับได้ว่ามะนาวนั้นเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่มีสรรพคุณมากมายหลากหลายอีกทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารต่างๆเพื่อสร้างรสชาติอร่อยถูกปากกับคนไทยได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

มะกอก สมุนไพรไทย สรรพคุณและโทษของมะกอก มีอะไรบ้าง

มกราคม 31, 2019 Sharee 0

มะกอก สมุนไพรไทย คือ พืชพื้นเมืองของไทย ผลมีรสเปรี้ยว ให้ผลตลอดปี สามารถนำมะสกัดทำน้ำมันมะกอกได้ สรรพคุณของมะกอก เช่น ขับปัสสาวะ แก้กระหาย ลดความดัน ลดความอ้วน บำรุงผิว โทษของมะกอกมีอะไร

มะกอก สมุนไพรไทย พืชท้องถิ่นที่มีถิ่นกำเนิดในเขตเอเชีย เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย มะกอกเป็นพืชที่ให้ผลได้ตลอดทั้งปี สำหรับมะกอกในประเทศไทย สามารถพบได้ทุกภูมิภาค พบมากในป่าเบญจพรรณและป่าแดง สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

มะกอก

สรรพคุณของมะกอก

มะกอกสามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมาก ทั้งด้านาการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย รวมถึงนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายและความสวยงาม สามารถใช้ประโยชน์จาก เปลือก ใบ ผล เมล็ด โดยสรรพคุรของมะกอก มีดังนี้

เปลือกลำต้นมะกอก มีรสฝาดเย็นเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาเจียน ช่วยแก้อาการสะอึก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงทางเดินอาหาร แก้ท้องเสีย ช่วยสมานแผล แก้ปวดข้อ
ใบมะกอก มีรสฝาดเปรียว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้หูอักเสบ แก้ปวดหู แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาอาการปวดท้อง รักษาอาการท้องเสีย
ผลมะกอก รสเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยแก้โรคขาดแคลเซียม แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้โรคน้ำกัดเท้า
เนื้อผลมะกอก มีรสเปรี้ยว สรรคุณช่วยแก้ธาตุพิการ รักษาอาการน้ำดีไม่ปกติ รักษากระเพาะอาหารพิการ
รากมะกอก มีรสฝาดเย็น สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับปัสสาวะ
เมล็ดของมะกอก สรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาการสะอึก ช่วยขับปัสสาวะ
ประโยชน์ของมะกอก

การใช้ประโยชนืจากมะกอก โดยหลักๆจะนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นอาหารใช้รับประทานใบอ่อนเป้นผักสด และ ผลมะกอก ให้รสเปรี้ยว ใช้แต่งรสชทติของอาหาร นอกจากการนำมาทำเป็นอาหารรับประทานแล้ว ยางจากต้นมะกอกเป็นเมือก สามารถนำมาใช้ติดของแทนกวาได้ และ เนื้อไม้ของมะกอก เป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องไม้ขีด ทำกล่องใส่ของ หีบศพ เป็นต้น และผลของมะกอกสามารถนำมาสกัดทำ น้ำมันมะกอก ได้

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

สำหรับการใช้นำมันมะกอกมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยประโยชน์ของน้ำมันมะกอก มีดังนี้

ช่วยลดความเสี่ยงโรคไขมันในเลือดสูง และ โรคหลอดเลือดหัวใจ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย
ช่วยลดน้ำหนัก น้ำมันมะกอกมีไขมันต่ำ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป
ช่วยลดความดันโลหิต ในน้ำมันมะกอกช่วยลดความดันโลหิต และช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับที่ไม่รุนแรงมาก
รักษาอาการท้องผูก น้ำมันมะกอกใช้รักษาภาวะท้องผูก การถ่ายอุจจาระไม่สุด อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายลำบาก
มีสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ มี สารไลโคปีน ( Lycopene ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยป้องกันโรคและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียด
ช่วยบำรุงผิวพรรณ รักษาผิวแตกลาย น้ำมันมะกอกสามารถทำให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื่น ทำให้การบำรุงผิวพรรณดี ให้เต่งตึงลดการเกิดผิวแตกลายในผู้หญิงตั้งครรภ์
โทษของมะกอก

การใช้ประโยชน์จากมะกอก โดยเฉพาะน้ำมันมะกอก หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายดีแต่หากใช้ไม่เหมาะสมก็เกิดโทษต่อร่างกายได้ ข้อควรระวังในการใช้มะกอก มีดังนี้

น้ำมันมะกอก สามารถรับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม คือ วันละ 2 ช้อนโต๊ะ สูงสุดไม่เกิน 1 ลิตรต่อสัปดาห์
การใช้น้ำมันมะกอกบำรุงผิวหนัง หากใช้มากเกิดไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น
สำหรับสตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตร ควรระมัดระวังในการใช้น้ำมันมะกอก และ ไม่บริโภคน้ำมันมะกอกมากเกินไป
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน น้ำมันมะกอกสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ
สำหรับผู้ป่วนที่เข้ารับการผ่าตัด น้ำมันมะกอกอาจส่งผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดลด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระหว่างการผ่าตัด ควรหยุดใช้น้ำมันมะกอกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

สมอพิเภก สมุนไพร

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ประโยชน์และสรรพคุณ มีอะไรบ้าง

มกราคม 28, 2019 Sharee 0

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ลักษณะของต้นสมอพิเภก เป็นอย่างไร สรรพคุณของสมอพิเภก เช่น เป็นยาระบาย บำรุงร่างกาย แก้เจ็บคอ โทษของสมอพิเภก มีอะไรบ้าง

สมอพิเภก สมุนไพร ตรีผลา ชื่อวิทยาศาสตร์ของสมอพิเภก คือ Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของ สมอพิเภก เช่น ลัน , สะคู้ , ซิบะดู่ , แหน , แหนต้น , แหนขาว , สมอแหน เป็นต้น ต้นสมอพิเภก เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ พบในป่า บริเวณริมน้ำและแหล่งน้ำต่างๆในป่า ไม้นิยมนำมาทำเป็นเครื่องใช้แปรรูปจากไม้ ส่วน ผล และ เปลือก นำมาทำสมุนไพร รักษาโรค

สมอพิเภก สมุนไพร

สรรพคุณของสมอพิเภก

สำหรับการใช้ประโยชน์ของสมอพิเภก ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สมารถใช้ประโยชน์จาก ผลอ่อน ผลแก่ ดอก ใบ เปลือก แก่น ราก และ เมล็ด สรรพคุณของสมอพิเภก มีดังนี้

ผลแห้งสมอพิเภก สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้ไอ แก้เจ็บคอ
ผลแก่สมอพิเภก สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ช่วยแก้ไข้ ขัเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ รักษาโรคตา แก้ท้องร่วง ช่วยขับลม รักษาริดสีดวงทวาร
ผลอ่อนสมอพิเภก สรรพคุณช่วยแก้ไข้ ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลม เป็นยาระบาย รักษาแผล
รากสมอพิเภก สรรพคุณลดความร้อนในร่างกาย ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
ดอกสมอพิเภก สรรพคุณรักษาโรคตา แก้ตาแฉะ
เมล็ดสมอพิเภก สรรพคุณแก้ปวดท้อง
เปลือกลำต้นสมอพิเภก สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ
แก่นไม้สมอพิเภก สรรพคุณรักษาริดสีดวงทวาร
ใบสมอพิเภก สรรพคุณรักษาแผลสด
โทษของสมอพิเภก

สำหรับโทษของสมอพิเภก มีการศีกษาสมอพิเภก ด้านพิษวิทยา พบว่า มีการทดลองสมอพิเภกกับ หนู โดยไม่พบอาการเป็นพิษ และการฉีดเข้าใต้ผิวหนังของหนู แต่เมื่อมีการเพิ่มปริมาณพบว่า ทำให้หนูตาย ดังนั้น การใช้สมอพิเภก ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

โหระพา สรรพคุณ

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลายเครียดก็ได้

มกราคม 27, 2019 Sharee 0

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา โหระพา เป็นผักและสมุนไพรที่หลาย ๆ คนชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะความหอมเฉพาะตัวที่พอมาอยู่ในอาหารก็ยิ่งเพิ่มอรรถรสให้มีกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอมาก ๆ

โหระพา สรรพคุณไม่ธรรมดา โหระพาเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะเพราและแมงลัก แต่มีกลิ่นและรสที่ต่างกัน โดยโหระพาถือว่าเป็นสมุนไพรที่มีความเก่าแก่ เพราะรากศัพท์ของโหระพาในภาษาอังกฤษมาจากคำว่า basileus ซึ่งเป็นภาษากรีก แปลว่า ราชา หรือผู้นำของปวงชน อีกทั้งชื่ออื่น ๆ ของโหระพาในแถบ ยุโรป ยังมีรากศัพท์มาจากคำว่าราชาแทบจะทั้งสิ้น

โหระพา สรรพคุณ

1. แก้ปวดฟัน  น้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพามีส่วนช่วยลดอาการปวดและแก้อักเสบ โดยให้คั้นน้ำจากใบแล้วเอาสำลีก้อนเล็ก ๆ ชุบน้ำคั้นจากใบแล้วอุดโพรงฟันที่ปวด แก้ปวดฟัน

2. ช่วยให้เจริญอาหาร กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในใบโหระพามีสรรพคุณช่วยขับลม ทำให้เจริญอาหาร

3. แก้ปวดหัว แก้หวัด น้ำมันหอมระเหยจากใบโหระพายังแก้อาการปวดหัว และแก้หวัดได้ด้วยนะคะ โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำดื่มเป็นชา หรือกินเป็นผักสด

4. แก้ไอ คั้นน้ำจากใบโหระพาประมาณ 2-4 กรัม แล้วนำน้ำโหระพามาผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย จิบแก้ไอและหลอดลมอักเสบได้ หรือจะใช้ใบโหระพาร่วมกับขิงก็ได้เช่นกันค่ะ

5. ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด-ท้องเฟ้อ ใบโหระพาช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้ อาเจียน โดยนำใบโหระพาล้างสะอาด 20 ใบ ชงน้ำร้อนแล้วจิบเป็นชา

6. แก้บิด ช่วยระบาย   เมล็ดของโหระพามีเมือกที่ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มปริมาณกากใยอาหารทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น โดยใช้เมล็ดโหระพาแช่น้ำ กินแก้ปวดท้องบิด ช่วยระบาย

7. ช่วยให้ความรู้สึกสงบ น้ำมันโหระพามีกลิ่นหอมหวาน มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความรู้สึกสงบเมื่อสูดดม ช่วยให้มีสมาธิ และลดอาการซึมเศร้า

8. โหระพา ไล่ยุงได้อยู่หมัด  ยุงจัดเป็นพาหะนำโรคติดต่ออันตรายอย่างโรคไข้เลือดออก โรคเท้าช้าง และยังทำให้เกิดอาการคันเมื่อโดนยุงกัดอีกด้วยนะคะ แต่หากใครอยากไล่ยุง กลิ่นและน้ำมันที่อยู่ในโหระพาจะช่วยไล่ยุงได้

9. ฆ่าเชื้อสิว ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร พบว่า สารสกัดเอทานอลของใบโหระพามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับพืชตระกูลโหระพาอื่น ๆ เช่น กะเพรา เป็นต้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://health.kapook.com

มะขามแขก

มะขามแขก สรรพคุณและประโยชน์ของมะขามแขก 16 ข้อ !

มกราคม 11, 2019 Sharee 0

มะขามแขก  Alexandria senna, Alexandrian senna, Indian senna, Tinnevelly senna

มะขามแขก Senna alexandrina Mill. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cassia angustifolia M.Vahl, Cassia angustifolia Vahl) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ (CAESALPINIOIDEAE หรือ CAESALPINIACEAE)

จัดเป็นไม้พุ่ม มีความสูงของต้นประมาณ 0.5-1.5 เมตร เป็นพืชทนแร้ง ไม่ชอบที่น้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้รากเน่า สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ลักษณะร่อน มีความอุดมสมบูรณ์ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและการใช้ต้นกล้า

ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยเป็นรูปวงรีและใบรูปหอก ใบแห้งมีสีเขียวอมน้ำตาล ขอบใบเรียบ ปลายและโคนใบแหลม โคนใบทั้งสองมีขนาดไม่สมมาตรกัน และมีขนนุ่มปกคลุมอยู่ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.5-5 เซนติเมตร ใบมีกลิ่นเหม็นเขียว มีรสเปรี้ยว หวานชุ่ม

มีสรรพคุณสมุนไพรนี้ที่โดดเด่นในเรื่องของการใช้เป็นยาถ่าย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกำลังน้อย เด็ก คนที่เป็นริดสีดวง หรือผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากมีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinones) ที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ให้ถ่ายท้องได้ โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรได้แก่ ส่วนของใบแห้งและฝักแห้งที่มีอายุในช่วง 1 เดือนครึ่ง (หรือช่วงก่อนออกดอก) แต่ควรใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

มะขามแขก

สรรพคุณของมะขามแขก
ใบและฝักมะขามแขกใช้ปรุงเป็นยาถ่าย ยาระบายได้ดี และช่วยแก้อาการท้องผูกได้ โดยให้นำใบมะขามแขกประมาณ 2 หยิบมือ (ประมาณ 2 กรัม) หรือจะใช้ฝักประมาณ 10-15 ฝัก นำมาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้วประมาณ 4 นาที และใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยกลบรสเฝื่อน แล้วใช้รับประทานเพียงครั้งเดียว หรืออีกวิธีจะใช้วิธีการบดใบแห้งให้เป็นผง ใช้ชงกับน้ำดื่มก็ได้ สำหรับบางรายที่ดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง หรืออาการปวดมวนท้อง (ใบจะออกฤทธิ์ไซ้ท้องมากกว่าฝัก) ให้แก้ไขด้วยการนำมาต้มรวมกับยาขับลมปริมาณเพียงเล็กน้อย เช่น กานพลู ขิง อบเชย กระวาน เพื่อช่วยบรรเทาอาการไซ้ท้องและเพื่อแต่งรสให้ดีขึ้น (ใบ, ฝัก)
ใบมะขามแขกช่วยทำให้อาเจียน (ใบ)
ช่วยถ่ายพิษไข้ (ใบ, ฝัก)ลักษณะมะขามแขก
ช่วยถ่ายพิษเสมหะ (ใบ)
ช่วยแก้อาการสะอึก (ใบ)
ช่วยขับลมในลำไส้ (ใบ, ฝัก)
ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ (ใบ)
ช่วยถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก (ใบ)
ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร (ใบ, ฝัก)
ใบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (ใบ)
ช่วยถ่ายโรคบุรุษ (ใบ)
ช่วยถ่ายน้ำเหลือง (ใบ)
ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ใบ)
มีรายงานว่าได้มีการใช้มะขามแขกในคนไข้หลังผ่าตัดคว้านต่อมลูกหมาก และพบว่ามะขามแขกช่วยทำให้ถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะอันพึงประสงค์ได้ดีกว่าการใช้ Milk Of Magnesia (MOM) นอกจากนี้แคลเซียมเซนโนไซต์ ยังช่วยทำให้ผู้ป่วยสูงอายุหลังการผ่าตัดสามารถขับถ่ายอุจจาระได้คล่องยิ่งขึ้น
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของมะขามแขก ช่วยในการขับถ่ายอุจจาระ ต่อต้านการก่อกลายพันธุ์ และต้านเชื้อแบคทีเรีย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com/…

กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว สรรพคุณและประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว 47 ข้อ

มกราคม 7, 2019 Sharee 0

กระเจี๊ยบเขียว Okra, Lady’s finger, Gombo, Gumbo, Bendee, Quimbamto แต่ในอินเดียจะเรียกกระเจี๊ยบเขียวว่า บินดี (Bhindi) ส่วนประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเรียกว่า บามี (Bamies)

กระเจี๊ยบเขียว ยังมีชื่อท้องถิ่นอีก เช่น กระต้าด (สมุทรปราการ), กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบมอญ มะเขือ มะเขือมอญ มะเขือทะวาย ทวาย (ภาคกลาง), มะเขือมอญ มะเขือพม่า มะเขือละโว้ มะเขือขื่น มะเขือมื่น (ภาคเหนือ), ถั่วเละ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น และสำหรับในประเทศไทย พื้นที่ที่มีการปลูกกระเจี๊ยบเขียวกันมากที่สุดส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในภาคกลาง เช่น นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก ราชบุรี ระยอง พิจิตร สุพรรณบุรี สมุทรสาครและกาญจนบุรี

ฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มาก จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ โดยช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงที่ กระเจี๊ยบเขียวจึงเป็นผักที่เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน (ผล)
ใช้เป็นยาบำรุงสมอง (ผล)
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต รักษาความดันให้เป็นปกติ (ผล)
ผลช่วยแก้อาการหวัด รักษาหวัด (ผล)
ช่วยป้องกันอาการหลอดเลือดตีบตัน (ผล)

กระเจี๊ยบเขียว
ใบช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
ใบกระเจี๊ยบช่วยแก้โรคปากนกกระจอก (ใบ)
เส้นใยของกระเจี๊ยบยังช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่น้ำดี ซึ่งจะช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลได้ คล้ายกับการกินยาลดไขมันและคอเลสเตอรอล (สแตติน) (ผล)
ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายและช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเส้นใยของกระเจี๊ยบเป็นตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ โดยการจับกับน้ำดี ซึ่งมักจับสารพิษที่ร่างกายต้องการขับถ่ายที่ถูกส่งมาจากตับ และสารเมือกในฝักยังช่วยจับสารพิษเหล่านี้ ซึ่งการจับกับน้ำดีนี้จะเกิดในลำไส้และขับออกมาทางอุจจาระ ทำให้ไม่เหลือสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้ (ผล)
ผักกระเจี๊ยบเขียว สรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ (ผล)
การรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำจะช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย จึงช่วยในการขับถ่าย ทำให้ถ่ายอุจจาระได้คล่อง ช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และช่วยในการทำงานของระบบดูดซีมสารอาหาร ช่วยสนับสนุนการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (โพรไบโอติกแบคทีเรีย) ช่วยลดความเสี่ยงของโรคแผลในกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ผล)
ในฝักกระเจี๊ยบเขียวจะมีสารที่เป็นเมือกจำพวกเพกทิน (Pectin) และกัม (Gum) ที่มีคุณสมบัติช่วยในการเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ โดยป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามของแผลได้เป็นอย่างดี (ได้ผลดีเท่า ๆ กับยา Misoprotol) และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ (ผล)
เมือกลื่นในฝักกระเจี๊ยบ ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะไม่เกิดการระคายเคือง ช่วยทำให้อาหารถูกย่อยในลำไส้ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น (ผล)
ช่วยแก้บิด ด้วยการใช้ผลแก่นำมาบดเป็นผงใช้ผสมกับน้ำดื่มแก้อาการ (ผล)
ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องของโรคกระเพาะ หรือในผู้ป่วยที่เยื่อบุกระเพาะและลำไส้อักเสบ (ผล)
ช่วยแก้อาการกรดไหลย้อนกลับ ด้วยการนำฝักกระเจี๊ยบมาต้มในน้ำเกลือแล้วใช้กินแก้อาการ (ผล)
ช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด (สาเหตุมาจากการได้รับตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในเนื้อดิบ เช่น หมู เป็ด ไก่ กบ กุ้ง เนื้อปลา เป็นต้น) ด้วยการรับประทานฝักกระเจี๊ยบติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน แต่สำหรับบางรายต้องรับประทานเป็นเดือนจึงจะหาย (ผล)
ช่วยแก้อาการขัดเบา (ในอินเดีย) (ผล)
ในตำรายาแผนโบราณของจีน มีการนำราก เมล็ด และดอกกระเจี๊ยบ สรรพคุณใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ส่วนในประเทศอินเดียนั้นจะใช้ฝักนำมาต้มกับน้ำดื่มเพื่อช่วยขับปัสสาวะเมื่อมีอาการกระเพาะปัสสาวะและทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือเมื่อปัสสาวะขัด (ผล, ราก, เมล็ด, ดอก)
ในอินเดียใช้ผลกระเจี๊ยบเป็นยารักษาโรคหนองใน (ผล)
รากนำมาต้มน้ำเพื่อใช้รักษาโรคซิฟิลิส (Syphilis) (ราก)
การรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำสามารถช่วยบำรุงตับได้ (ผล)
ดอกกระเจี๊ยบสามารถนำมาตำใช้พอกรักษาฝีได้ (ดอก)
ในเนปาลนำน้ำคั้นจากรากมาใช้เพื่อล้างแผลและแผลพุพอง (ราก)
ยางจากผลสดใช้เป็นยารักษาแผลสดเมื่อถูกของมีคมบาด หรือใช้ยางกระเจี๊ยบทาแผล จะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และไม่ทำให้เกิดแผลเป็น (ยางจากผล)
ในอินเดียมีการใช้เมล็ดนำมาบดผสมกับนม ใช้ทาผิวหนังเพื่อแก้อาการคัน (เมล็ด)
ใบกระเจี๊ยบใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น นำมาประคบเพื่อลดอาการอักเสบปวดบวมได้ และช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่แตกแห้ง (ใบ)
ใช้เป็นยาบำรุงข้อกระดูก โดยมีการเล่ากันว่าชาวชุมชนมุสลิมทางภาคใต้สมัยก่อน จะนิยมกินผักที่เป็นเมือก เช่น ผักกูด และกระเจี๊ยบเขียว เพื่อช่วยเพิ่มไขมันหรือเมือกให้ข้อกระดูก โดยเชื่อว่าจะทำให้หัวเข่าหรือข้อต่อกระดูกมีน้ำเมือกมากขึ้น ทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บและช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น เสมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง (ผล)
ผลกระเจี๊ยบมีเมือกลื่นที่ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นไม่แห้งแตก บางคนจึงนิยมนำผลอ่อนมาพอกผิวเมื่อมีอาการแสบร้อน (ผล)
การรับประทานกระเจี๊ยบเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์และช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง เนื่องจากมีโฟเลตสูง โดยฝักแห้ง 40 ฝักจะเทียบเท่ากับปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน (ผล)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com/

 …

1 2