No Image

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ ตับ และ ม้าม และอื่นๆอีกมากมาย

ตุลาคม 15, 2019 Sharee 0

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ ต้นตังกุย เป็นพืชล้มลุก ที่มีถื่นกำเนิดในประเทศจีน เป็นพืชที่ยายุยืนยาว มีกลิ่นเฉพาะตัวพบแพร่หลายในพื้นที่ป่าดิบในเขตเขาสูง นอกจากนี้ยังพบในประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศเกาหลี

รากตังกุย ลักษณะอวบ เป็นทรงกระบอก อยู่ใต้ดิน มีรากแขนงหลายราก ผิวด้านนอกของรากสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนเนื้อสีเหลืองและมีรูพรุน แกนเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมแรง รสหวานอมขม
ลำต้นตังกุย ความสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกลำต้นหนา มีร่องเล็กน้อย มีเหง้าหรือรากอยู่ใต้ดิน
ใบตังกุย ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีหยักลึก รูปทรงไข่ ใบมีก้านเห็นได้ชัดเจน ใบหยักเหมือนฟันเลื่อย โคนแผ่เป็นครีบแคบๆ ใบสีเขียวอมม่วง
ดอกตังกุย ลักษณะเป็นช่อ ออกช่อตามยอดของลำต้น และ ง่ามใบ ดอกเป็นสีขาวหรือสีแดงอมม่วง ดอกตังกุยออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
ผลตังกุย ลักษณะของผลเป็นผลแห้ง ขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร ดอกด้านข้างมีปีกบางๆ และมีท่อน้ำมันตามร่อง ผลของตังกุยให้ผลประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ของทุกปี

สรรพคุณของตังกุย

บำรุงหัวใจ ตับ และ ม้าม ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
บำรุงเลือด เป็นยาบำรุงเลือด ฟอกเลือด รักษาโรคโลหิตจาง รักษาภาวะเลือดพร่อง ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และช่วยสลายเลือดคั่ง
บำรุงผิวพรรณ ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งของผิว ทำให้ผิวมีน้ำมีนวล
บำรุงร่างกาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย
บำรุงสมอง บำรุงตับ แก้ปวดหัว แก้เวียนหัว ช่วยเรื่องความจำ ไม่ให้หลงลืมง่าย
แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ แก้หอบหืด แก้ปวดท้อง แก้ปวดข้อ
ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยในการขับถ่าย แก้ท้องผูก แก้บิด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด
แก้ปวดประจำเดือน ลดอาการปวดท้องจากประจำเดือน ช่วยควบคุมรอบเดือนให้ปกติ แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
สำหรับสตรีหลังคลอด ทำให้ช่องคลอดแห้ง ช่วยเสริมฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ แก้อาการตกเลือด
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
รักษาแผล รักษาแผลฟกช้ำ แผลฝีหนอง และ แผลเน่าเปื่อย
โทษของตังกุย

การใช้ประโยชน์จากตังกุย มีข้อควรระวัง โดยห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์ และ ผู้ป่วยที่มีระบบขับถ่ายไม่ดี ท้องเสียบ่อย ร้อนใน หรือ มีประวัติการอาเจียนเป็นเลือด…

No Image

กัญชาพืชมหัศจรรย์ สรรพคุณ และโทษของกัญชา

ตุลาคม 13, 2019 Sharee 0

กัญชาพืชมหัศจรรย์

กัญชาพืชมหัศจรรย์  🎇🎇🎇

กัญชาพืชมหัศจรรย์ กัญชา พืชที่มีทั้งประโยชน์และโทษ มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทและเป็นยารักษาโรคได้ ลักษณะของต้นกัญชา เป็นอย่างไร สรรพคุณของกัญชา ช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับ ช่วยเจริญอาหาร โทษของกัญชา มีอะไรบ้าง

สรรพคุณของกัญชา

สำหรับการใช้ประโยชนืจากกัญชา ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก เมล็ด ใบ ดอก หรือ ทั้งต้น สรรพคุณของกัญชา มีดังนี้

เมล็ดกัญชา สรรพคุณเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แก้ปวดท้อง แก้ท้องร่วง แก้กระหายน้ำ เป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี
ยอดอ่อนใบกัญชา สรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ทำให้นอนหลับ แก้บปวด
ดอกกัญชา สรรพคุณช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ
ใบกัญชา สรรพคุณบำรุงกำลัง รักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลม
ทั้งต้นกัญชา สรรพคุณช่วยให้ประจำเดือนมาตามปรกติ รักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกลือน รักษากล้ามเนื้อกระตุก
โทษของกัญชา

กัญชา มีทั้งประโยชน์และโทษ การสูบกัญชาทำให้เกิดการเสพติด ทำลายระบบประสาทและสมอง ซึ่งการใช้ประโยชน์จากกัญชา ต้องเลือกใช้เฉพาะส่วนที่มีประโยชน์ โทษของกัญชา มีดังนี้

การเสพกัญชา ส่งผลต่อระบบประสาทและสมอง ผู้เสพกัญชาจะมีอาการ คล้ายเมาเหล้า เซื่องซึม และ ง่วงนอน หากเสพในปริมาณมากติดตอกันนานๆ จะเกิดอาการหลอน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว หวาดระแวง ความคิดสับสน และควบคุมตัวเองไม่ได้
การเสพกัญชา ผู้เสพบางราย อาจสูญเสียความทรงจำได้ บางคนมีปัญหาเรื่องการทรงตัว กัญชามีฤทธิ์ทำลายสมรรถภาพทางกาย
การเสพกัญชาทำให้เสื่ิมสมรรถภาพทางเพศ ทำลายความรู้สึกทางเพศ ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเพศชายลดลง…

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

ตุลาคม 12, 2019 Sharee 0

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ  🥭🥭🥭

มะม่วงกับคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เนื้อมะม่วงอุดมไปด้วยแมงจิเฟอริน (Mangiferin) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารพอลิฟีนอลจากธรรมชาติที่ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ โดยป้องกันการเกิดความเสียหายของร่างกายจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหรือโรคมะเร็ง นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระยังมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็ง โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ รวมถึงโรคข้ออักเสบด้วย

นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีความเชื่ออีกว่าการรับประทานมะม่วงอาจช่วยต้านโรคเบาหวาน และต้านการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ แต่ในทางการแพทย์ยังไม่มีผลการวิจัยที่เพียงพอ จึงยังจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของมะม่วงเกี่ยวกับสรรพคุณดังกล่าว

รับประทานมะม่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

มะม่วงนับเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีรสชาติหวาน และมีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์น้อย เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ แต่ความหวานที่มีอาจเสี่ยงต่อการเกิดผลเสียแก่ร่างกาย สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานมะม่วงให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 2 หน่วยบริโภค หรือประมาณ 160 กรัม โดยปริมาณผักและผลไม้ที่ควรจะได้รับในแต่ละวัน คือ 400 กรัม ผู้บริโภคอาจรับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย หรือผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูงอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น กล้วย แอปเปิ้ล ส้ม เบอร์รี่ต่าง ๆ เป็นต้น ส่วนผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานมะม่วง ผลไม้ที่มีรสหวาน หรือผลไม้ที่ประกอบด้วยน้ำตาลจำนวนมาก เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ…

คุณประโยชน์สะระแหน่

คุณประโยชน์สะระแหน่ (Peppermint/Mint)

ตุลาคม 11, 2019 Sharee 0

คุณประโยชน์สะระแหน่

คุณประโยชน์สะระแหน่

คุณประโยชน์สะระแหน่ สะระแหน่ (Peppermint/Mint) เป็นพืชสมุนไพรตามธรรมชาติที่มีการนำใบและน้ำมันมาใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังใช้เป็นยาพื้นบ้านสำหรับรักษาโรคและอาการต่าง ๆ เช่น บรรเทาอาการปวด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร หรือใช้เป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้หลายคนอาจคุ้นเคยกับรสหรือกลิ่นของสะระแหน่จากยาสีฟัน ขนม อาหารจานต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในสบู่และเครื่องสำอางอีกด้วย…

ว่านหางจระเข้สมุนไพรฤทธิ์เย็น ถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยในการล้างพิษในร่างกาย

ตุลาคม 10, 2019 Sharee 0

ว่านหางจระเข้สมุนไพรฤทธิ์เย็น

ว่านหางจระเข้สมุนไพรฤทธิ์เย็น

ว่านหางจระเข้สมุนไพรฤทธิ์เย็น แน่นอนว่าว่านหางจระเข้ซึ่งเป็นสมุนไพรฤทธิ์เย็น ย่อมสามารถช่วยรักษาแผลที่เกิดขึ้นจากความร้อนได้อย่างแน่นอน และแผลร้อนในก็เช่นเดียวกัน วิธีใช้ ให้คั้นน้ำว่านหางจระเข้แล้วนำมาบ้วนปากครั้งละ 1-3 ช้อนโต๊ะ เป็นประจำทุกวัน วันละ 3 ครั้งก็จะช่วยรักษาแผลร้อนในให้หายเร็วขึ้นได้

ว่านหางจระเข้สามารถนำมาคั้นน้ำดื่มได้ โดย Sebastian Pole ผู้ก่อตั้ง Pukka Herbs และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรได้เปิดเผยว่า ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาได้ทั้งภายนอกและภายใน ถือเป็นสมุนไพรที่ใช้แล้วสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัด­­­เจน ไม่ว่าจะทางด้านสุขภาพหรือความสวยความงาม นอกจากนี้ ยังได้แสดงให้เห็นอีกว่า น้ำว่านหางจระเข้มีประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมายดังนี้

1. ล้างพิษ

น้ำว่านหางจระเข้อุดมไปด้วยกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย และยังถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยในการล้างพิษในร่างกายอีกด้วย โดยน้ำว่านหางจระเข้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วก็ช่วยทำให้ระบบย่อยอาห­­­ารทำงานได้ดีขึ้น รวมทั้งป้องกันร่างกายจากของเสียต่าง ๆ และด้วยฤทธิ์เย็นของว่านหางจระเข้ ก็ยังสามารถบรรเทาอาการอักเสบ และความร้อนภายในร่างกาย โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มักจะมีการอักเสบของผิวหนังและ­­­ปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย หรือจะปัญหาสิว ลำไส้ปั่นป่วน เจ้าน้ำว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้

2. สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

นอกจากแร่ธาตุและวิตามินแล้ว ในว่านหางจระเข้ยังมีโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งถือเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกา­­­ย เจ้าสารชนิดนี้จะเข้าไปชะลอการอักเสบและช่วยกระตุ้นการทำงานของ­­­ระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้การอักเสบต่าง ๆ ในร่างกายบรรเทาลง

3. ลดคอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด

ถือเป็นข่าวดีเลยเชียวล่ะ เพราะมีผลการวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าน้ำว่านหางจระเข้สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แถมยังส่งผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะให้ดีควรดื่มแบบที่เติมน้ำตาลน้อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดการสวิงของระดับน้ำตาลในเลือดค่ะ

4. ช่วยในระบบขับถ่าย

สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ไม่ว่าจะท้องผูก หรือแม้แต่โรคลำไส้ปั่นป่วน น้ำว่านหางจระเข้สามารถช่วยบรรเทาอาการ รวมทั้งรักษาอาการผิดปกติในระบบขับถ่ายได้อีกด้วยค่ะ

5. เปี่ยมคุณค่าทางวิตามิน และแร่ธาตุ

น้ำว่านหางจระเข้ ก็มีคุณค่าทางอาหารดีไม่แพ้กับเนื้อว่านหางจระเข้เลย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และกรดโฟลิก แถมยังมีแคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก เซเรเนียม โพแทสเซียม สารอาหารเยอะขนาดนี้คงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมล่ะว่าดีขนาดไหน

6. ช่วยบำรุงเส้นผม

น้ำว่านหางจระเข้ไม่ได้มีดีแต่กับสุขภาพภายในเท่านั้น แต่ยังดีกับสุขภาพภายนอกอีกด้วย อาทิ ช่วยบำรุงสุขภาพผม ช่วยให้ผมดำและเงางาม ซึ่งมาจากสารอาหาร และเอ็นไซม์ต่าง ๆ ในน้ำว่านหางจระเข้นั่นเอง

7. ปรับสมดุลในร่างกาย

แค่เพียงดื่มน้ำว่านหางจระเข้เข้าไปก็สามารถช่วยปรับสมดุลในร่า­­­งกายที่เกิดความไม่สมดุลให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ รวมทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันความเครียดที่เกิดจากสภ­­­าพร่างกาย อารมณ์ หรือแม้แต่สภาพแวดล้มที่เป็นมลพิษต่างได้ เมื่อภายในร่างกายเกิดความสมดุลก็จะช่วยให้อาการเจ็บป่วย หรืออาการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้นค่ะ

8. ปรับสภาพความเป็นกรดและด่างในร่างกาย

สุขภาพของเราจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะความเป็นกรดและด่างใน­­­ร่างกาย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมีภาวะเป็นกรดในร่างกายมากกว่าปกติ อันเนื่องมาจากวิถีชีวิต และอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งสุขภาพที่ดีจะต้องมีความเป็นด่าง 80% และความเป็นกรด 20% ในร่างกาย และเจ้าน้ำว่านหางจระเข้นี่ล่ะที่จะเข้าไปช่วยปรับความเป็นกรดใ­­­นร่างกายให้กลายเป็นด่าง ส่งผลให้สุขภาพดีนั่นเอง

9. เสริมใยเหล็กให้หัวใจ

มีการศึกษาจำนวนไม่น้อยที่พบว่าว่านหางจระเข้ส่งผลดีกับสุขภาพห­­­ัวใจและหลอดเลือด บางการศึกษาก็ว่าการรับประทานสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ช่วยให้การขนส่งและการกระจายของออกซิเจนในเม็ดเลือดแดงทำงาน­ได้ดีขึ้น ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วยการควบคุมระดับความดันเลือด และลดการออกซิเดชันในเลือดได้อีกด้วย ทำให้ความหนืดของเลือดลดลง แถมถ้าดื่มน้ำว่านหางจระเข้เป็นประจำก็ยังลดความเสี่ยงโรคหัวใจ­­­

10. ช่วยลดน้ำหนัก

น้ำว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกทางหนึ่ง เพราะเมื่อร่างกายมีระบบขับถ่ายที่ดีและสารพิษต่าง ๆ ในร่างกายลดลงก็จะส่งผลทำให้ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมาก­­­ขึ้น ฉะนั้นใครที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ก็น่าจะลองดื่มน้ำว่านหางจระเข้เป็นประจำนะคะ รับรองว่าช่วยให้ผอมเพรียวลงแน่นอนเลย

ข้อควรระวังในการดื่มน้ำว่านหางจระเข้

แม้ว่าจะว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์อนันต์ แต่ถ้าหากเราดื่มน้ำว่านหางจระเข้มากเกินไปแทนที่จะได้ประโยชน์­­­ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียได้ อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือทำให้ท้องเสีย เพราะการดื่มน้ำว่านหางจระเข้มาก ๆ จะทำให้ร่างกายมีสารอะโลอิน (aloin) มากเกินไป ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้เป็นหนึ่งในสารที่อยู่ในยาถ่าย และหากใช้ติดต่อกันในระยะยาวก็อาจจะทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุ­­­บางชนิด โดยเฉพาะโพแทสเซียมได้ค่ะ ปริมาณน้ำว่านหางที่คนเราสามารถดื่มได้ต่อวันก็อยู่ที่ ไม่เกิน 12 ช้อนโต๊ะค่ะ…

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี ไขมันต่ำ คุณค่าทางโภชนาการสูง

ตุลาคม 9, 2019 Sharee 0

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี ดีต่อกระดูก ลดคอเลสเตอรอล

น้ำมันพืชจากเมล็ดดอกทานตะวันสรรพคุณดี น้ำมันดังกล่าวนี่เองที่ถูกสกัดออกมาเป็นน้ำมันดอกทานตะวันบริสุทธิ์ สีใสๆ อย่างที่เราเห็นจำหน่ายในท้องตลาด “น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน” (Sunflower Oil) ได้มาจากการนำเมล็ดดอกทานตะวันมาบีบอัดให้เหลือแต่น้ำมัน น้ำมันเมล็ดทานตะวันนั้นมีเนื้อบางเบาและไร้กลิ่น แต่ไม่เป็นที่นิยมแม้จะมีประโยชน์มาก เพราะมีราคาค่อนข้างสูง จึงเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ รัก Healthy Healthy จริงๆ

วิธีสกัดน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน

การสกัดน้ำมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน สามารถทำได้เหมือนการสกัดน้ำมันจากเมล็ดพืชอย่างอื่น กล่าวคือ อาจทำได้ 2 วิธี ดังนี้

1. กรรมวิธีพื้นบ้าน โดยการนำเมล็ดทานตะวันไปคั่วให้ร้อนแล้วนำไปคั้น เนื่องจากว่าความร้อนจะทำให้สามารถคั้นน้ำมันออกจากเมล็ดได้ง่ายกว่า ควรแผ่วัตถุให้มีพื้นที่กว้างๆ เพราะจะได้สามารถคั้นน้ำมันออกมาได้เต็มประสิทธิภาพกว่า เมื่อได้น้ำมันออกมาแล้ว ให้มันไปกรองเอากากออก ทิ้งไว้ให้ตกตะกอนใสๆ

2. การบีบน้ำมันโดยใช้ความดันสูง ต้องนำเมล็ดดอกทานตะวันที่แกะเปลือกแล้ว ล้างให้สะอาดแล้วนำไปบด จากนั้นจึงนำไปผ่านความร้อนเพื่อให้ไขมันแยกส่วนออกมาจากเมล็ดได้ง่ายก่อนนำเข้าเครื่องบีบอัดน้ำมันซึ่งมีความดันสูง ความดันเหล่านี้นี่เองจะช่วยบีบให้น้ำมันไหลออกมา เมื่อบีบอัดจนเต็มที่แล้วจึงแยกกากออกจากน้ำมัน

ประโยชน์ของน้ำมันดอกทานตะวัน

ในเมล็ดดอกทานตะวันนั้นนั้นจะอุดมไปด้วยน้ำมัน และวิตามินอี (Vitamin E) จำนวนมาก น้ำมันที่ได้จากเมล็ดทานตะวันจะมี

1. น้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไลโนเลอิกสูง ถึง 44-75 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตายเฉียบพลัน ส่วนวิตามินอีนั้นก็จะทำหน้าที่เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ คอยดักจับและทำลายของเสีย ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ลดไขมันในเส้นเลือด มีสารต้านเซลล์เกิดมะเร็ง ป้องกันการเป็นหมัน การแท้งบุตร

2. น้ำมันดอกทานตะวันมีกรดไขมัน CLA (Conjugated Acid) คือกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ มีประโยชน์มากในการเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยจะเพิ่มโฮโมนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันสะสม โดยการกระตุ้นร่างกายให้มีการใช้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลดปริมาณการเกิดไขมันสะสมที่จะเกิดใหม่ด้วย

ด้วยประโยชน์ของกรดไขมัน CLA ที่มีในน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ทำให้มีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม แต่ก็ต้องระมัดระวังในการบริโภค เนื่องจากยังไม่มีการทำวิจัยมาว่า ในแต่ละวันนั้นร่างกายควรได้รับสารอาหารชนิดนี้มากเท่าไร และในผู้บริโภคบางคนอาจเกิดอาหารแพ้ได้อีกด้วย…

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

ตุลาคม 7, 2019 Sharee 0

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาสรรพคุณทางสมุนไพร แตงกวา (Cucumber) เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียจัดว่า เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับน้ำเต้า ฟักทอง แตงโม บวบ มะระ แตงกวาเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว มีรากแก้วและรากแขนงจำนวนมาก ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยยาวประมาณ 2-3 เมตร ใบมีมุม 3-5 มุม มีขนหยาบ ปลายมีลักษณะแหลมยาว ดอกมีกลีบ 5 กลีบ สีเหลือง ส่วนผล มีลักษณะรูปทรงกระบอกยาวตั้งแต่ 5-40 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดอยู่ตรงกลางสามารถนำมารับประทานได้ทั้งผล

สรรพคุณทางยาของแตงกวา

ผล: เมื่อนำมารับประทานจะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย ขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อาการกระหายน้ำ ใช้รักษาอาการเจ็บคอ ตาแดง ไฟลวก และผดผื่นคัน หรือจะใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริก หรือนำมาประกอบอาหารก็สามารถนำมาทำได้
ใบ: เมื่อนำมารับประทานสดๆ จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย สามารถนำมาใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย หรือบิดได้
เมล็ด หรือเนื้อในเมล็ด: ให้รสมัน เย็น เมื่อนำมารับประทาน จะช่วยในเรื่องของการถ่ายพยาธิได้เป็นอย่างดี
เถา: จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย ช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต โรคผิวหนังเป็นฝีเล็กๆ มีหนอง รักษาอาการหนองในได้
ราก: จะให้รสเย็น ช่วยป้องกันการขาดวิตามินบี 1 และช่วยขับปัสสาวะ…

No Image

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย ✨

ตุลาคม 6, 2019 Sharee 0

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง ✨✨✨✨

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง  สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย สารพัดประโยชน์ สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เชื้อราบนผิวหนังเป็นหลัก ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็ได้แก่ ต้น ใบสด รากสดหรือแห้ง และทั้ง 5 ส่วนของต้น (ต้น, ดอก, ใบ, ก้าน, ราก) และทองพันชั่งยังสามารถช่วยรักษาอาการอื่น ๆ และโรคต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ไปดูกันเลยครับ

สรรพคุณของทองพันชั่ง

  • ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (ราก, ต้น)
  • ช่วยแก้โรค 108 ประการ (ต้น)
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบ)
  • ช่วยรักษาวัณโรคปอดในระยะเริ่มแรก ด้วยการใช้ก้านและใบสดประมาณ 30 กรัม (ถ้าแห้งใช้ 10-15 กรัม) นำมาผสมกับน้ำตาลกรวดต้มเป็นน้ำดื่ม (ก้าน, ใบ) บาคาร่า
  • ช่วยแก้ลมสาร (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใช้เป็นยาหยอดตา (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใบรสเบื่อเมาช่วยดับพิษไข้ หรือจะใช้รากนำมาต้มรับประทานแก้พิษไข้ก็ได้ (ใบ, ราก)
  • ช่วยแก้ไข้เหนือ (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้อาการไอเป็นเลือด (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการช้ำใน (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้) ช่วยทำให้ระบบกระเพาะอาหารทำงานได้ดีมากขึ้น (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการจุกเสียด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย ช่วยรักษาโรคนิ่ว ด้วยการใช้ทองพันชั่งทั้งต้น ดอก ใบ ก้าน และราก นำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วตากแดดให้แห้ง ต้มเป็นน้ำดื่ม (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ใบ)
  • ช่วยแก้โรคมุตกิดระดูขาวของสตรี (ใบ)
  • ใช้รักษาโรคตับอักเสบ (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยฆ่าพยาธิ (ใบ)
  • ช่วยขับพยาธิตามผิวหนัง ช่วยแก้พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง ตามบาดแผล (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดฝี (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษงู (ใบ, ราก)
  • ช่วยถอนพิษ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการอักเสบ (ใบ)
  • ช่วยรักษาคุดทะราด (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกตามชายโครง คอเคล็ด มือเคล็ด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยต้านยีสต์ โดยสาร Rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่งสามารถช่วยยับยั้งเชื้อ Candida albicans ได้ (ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์) (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคผมร่วง (ต้น)
  • ช่วยแก้อาการผมหงอกเนื่องจากเชื้อรา (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรื้อน ผดผื่นคันเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำทองพันชั่งไปผลิตเป็น โทนเนอร์ทองพันชั่ง เพื่อความสะดวกในการหาซื้อและการนำมาใช้งาน (ใบ, ราก,
  • ทั้งต้น) สำหรับวิธีการใช้ก็มีหลากหลายสูตร คือ
  • ใช้ใบสด 5-8 ใบ นำมาตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงผสมเล็กน้อย แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน (ใบสด)
  • ใช้ใบสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดิบ หรือแอลกอฮอล์ 75% แล้วนำมาบริเวณที่เป็นวันละ 1 ครั้งประมาณ 3 วันจนกว่าจะหายขาด (ใบสด)
  • ใช้รากสด 2-3 ราก นำมาป่นแช่กับเหล้าไว้นาน 1 สัปดาห์ แล้วกรองเอาแต่น้ำยาที่แช่มาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย (รากสด)
  • ใช้รากทองพันชั่งนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำมะขาม แล้วนำมาชโลมทาบริเวณที่เป็น (ราก)
  • ใช้รากทองพันชั่งประมาณ 6-7 รากและหัวไม้ขีดไฟ 1/2 กล่อง นำมาตำจนเข้ากันให้ละเอียด แล้วผสมน้ำมันใส่ผมหรือจะผสมกับวาสลีนเพื่อไม่ให้ยาแห้ง แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นกลากหรือโรคผิวหนังเป็นประจำ (ราก)
  • ทองพันชั่งรักษามะเร็ง ช่วยยับยั้งมะเร็ง มะเร็งในกระเพาะ มะเร็งในคอ มะเร็งในปาก มะเร็งในปอด มะเร็งภายในและภายนอก ต้นทองพันชั่งมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ในการช่วงยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำพอท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
    มีผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ใช้ต้นทองพันชั่งนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ช่วยทำให้อาการของโรคดีขึ้น ช่วยทำให้น้ำเหลืองดีขึ้น เม็ดตุ่มตามตัวน้อยลง รับประทานข้าวได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลอ้างอิงและงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ (ต้น)
No Image

สุดยอดสมุนไพรรางจืด ราชาแห่งสมุนไพรช่วยล้างพิษ

ตุลาคม 5, 2019 Sharee 0

สุดยอดสมุนไพรรางจืด

สุดยอดสมุนไพรรางจืด

สุดยอดสมุนไพรรางจืด รางจืด สมุนไพรมากด้วยประโยชน์ ช่วยขับพิษออกจากร่างกาย แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้เช่นกัน รางจืด ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งการล้างพิษในโลกของสมุนไพร ตลอดจนช่วยถอนพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายออกไปรางจืด เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ ACANTHACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thunbergia laurifolia Lindl. รางจืดเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีหลายชื่อ เป็นชื่อตามท้องถิ่นต่างๆ ที่คนไทยในแต่ละพื้นที่จะเรียกขานกัน เช่น กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเขาเขียว, ยาเขียว (ภาคกลาง), รางเย็น (ยะลา), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), น้ำนอง (สระบุรี), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์) หรือน้ำแน่ (อีสาน) เป็นต้น

สรรพคุณของรางจืดมีดังนี้

1. แก้ไข้ รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีรสเย็น ตามตำรับยาสมุนไพรไทยใช้รางจืดปรุงเป็นยาเขียวแล้วดื่มเพื่อลดไข้

2. แก้ท้องเสีย ท้องร่วง เนื่องจากสมุนไพรรางจืดมีฤทธิ์ถอนพิษผิดสำแดงหรือพิษอื่น ๆ จึงสามารถใช้รางจืดแก้อาการท้องร่วง ท้องเสียได้

3. ถอนพิษแมงดาทะเล  ในแมงดาทะเลหรือปลาปักเป้าจะมีสารพิษที่ชื่อว่า เทโทรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารพิษชนิดนี้จากการกินแมงดาทะเลหรือปลาปักเป้าอาจร้ายแรงถึงตายได้ แต่มีรายงานจากโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เผยว่า ผู้ป่วย 2 รายที่กินแมงดาทะเลและรับสารพิษชนิดนี้เข้าไปมีอาการดีขึ้นหลังได้รับรางจืดผ่านการกรอกทางสายยาง และรอดชีวิตได้ในที่สุด

4. บรรเทาพิษยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ  หมอพื้นบ้านมักจะนำรางจืดมาใช้ถอนพิษชาวบ้านที่ได้รับยาฆ่าแมลง ยาเบื่อชนิดต่าง ๆ โดยนำใบรางจืดสดมาคั้นน้ำให้ผู้ป่วยที่กินยาฆ่าแมลงดื่มโดยเร็วที่สุด เป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล สอดคล้องกับงานวิจัยในหนูทดลองที่พบว่า สารสกัดด้วยน้ำของใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านสารพิษพาราควอตได้ โดยทำให้อัตราการตายของหนูทดลองลดลง

5. รางจืดช่วยเลิกยาเสพติด  ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมองแล้วพบว่า รางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและโคเคน โดยมีฤทธิ์เพิ่มการหลั่งสารโดพามีนเช่นเดียวกับการออกฤทธิ์ของยาเสพติดดังกล่าว ฉะนั้นการให้ผู้ป่วยติดยาเสพติดได้รับการรักษาด้วยสารสกัดจากรางจืด อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความพึงพอใจเช่นเดียวกับการใช้สารเสพติด ดังนั้นรางจืดอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาอาการติดยาเสพติดด้วยสมุนไพรไทย

6. ช่วยแก้เมา-เลิกเหล้า คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาฤทธิ์ของรางจืดในการต้านพิษแอลกอฮอล์ต่อตับ ซึ่งพบว่า สารสกัดด้วยน้ำของรางจืด ช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับจากพิษของแอลกอฮอล์ในหลอดทดลองและในหนูทดลองที่ได้รับแอลกอฮอล์ โดยทำให้ค่า AST, ALT ในพลาสมาและไตรกลีเซอไรด์ในตับลดลง และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางจุลพยาธิวิทยาของตับเมื่อเปรียบเทียบกับหนูที่ได้รับแอลกอฮอล์อย่างเดียว

7. ต้านอาการอักเสบ รางจืดเป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มีรายงานว่า หมอยาพื้นบ้านนิยมใช้รางจืดรักษาอาการผด ผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย เริม งูสวัด และยังมีการศึกษาว่า รางจืดมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบได้ดีเท่ากับยาสเตียรอยด์อีกด้วย

8. แก้ปวดบวม ตำรับยาพื้นบ้านนิยมนำใบรางจืดมาตำแล้วพอกบริเวณที่ปวดหรือบวม โดยสารในใบรางจืดจะช่วยลดอาการอักเสบที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด บวม รวมไปถึงอาการปวด บวมจากสัตว์มีพิษ ใบรางจืดก็จะช่วยถอนพิษร้ายให้

9. แก้ประจำเดือนไม่ปกติ บำรุงสตรีหลังคลอด ตำรับยาไทยใช้รางจืดแก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ และใช้บำรุงสตรีอยู่ไฟให้มีสุขภาพดีขึ้นด้วย

10. แก้ร้อนในกระหายน้ำ ด้วยความที่เป็นสมุนไพรมีรสเย็น รางจืดจึงมีสรรพคุณแก้ร้อนใน กระหายน้ำได้

ข้อควรระวัง สำหรับล้างพิษ

ไม่ควรดื่มน้ำที่คั้นจากรางจืดนานติดต่อกันเกิน 30 วัน
อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะรางจืดอาจเร่งขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ควรเว้นระยะเวลารับประทานรางจืดจากยาตัวอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำและหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบัน หรือผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์และแพทย์แผนไทยก่อนใช้

 …

No Image

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย ประโยชน์มากมาย

ตุลาคม 4, 2019 Sharee 0

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย

ทำความรู้จักกับกระเทียมสมุนไพรคู่ครัวไทย “กระเทียม” หลายคนคงถึงสมุนไพรคู่ครัวที่มีกลิ่นฉุน รสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์ แต่รู้ไหมว่า ภายใต้ความฉุนและรสเผ็ดร้อนที่ว่านี้กลับซ่อนประโยชน์ไว้มากมาย ไม่เช่นนั้นคนไทยโบราณคงไม่นำกระเทียมมาทำอาหารสารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกะปิ ส้มตำ ผัดกระเพรา ผัดผัก หมูกระเทียม ไก่กระเทียม น้ำจิ้มต่างๆ ใส่ในพริกน้ำปลา หรือเพียงแค่ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ใส่น้ำมัน พอเดือดแล้วโรยกระเทียมลงไป ใช้ตะหลิวกลับไปกลับมาให้กระเทียมกลายเป็นสีเหลืองอ่อนๆ เพียงเท่านี้จะได้กระเทียมเจียวสีเหลืองทอง กลิ่นหอมไว้โรยหน้าทั้งของคาว – หวานแล้ว  กระเทียมยังเป็นสมุนไพรบรรเทาปัญหาสุขภาพด้วย ดังปรากฏหลักฐานว่า แพทย์แผนไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ กระจายลมและโลหิต ลดอาการจุกเสียนแน่นท้อง

กินกระเทียมอย่างมีคุณค่ามากที่สุด?
การรับประทานกระเทียมที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด คือ รับประทานประกอบในมื้ออาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้วันละ 1-2 มื้อ (3-5กลีบ/มื้อ) หรือประมาณ 4 กรัมต่อวัน แต่ไม่ควรรับประทานมากกว่านี้เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดแข็งตัวช้ว หรือเลือดไหลไม่หยุดได้ การได้รับสารในกระเทียมในปริมาณคงที่สม่ำเสมอจะช่วยให้การดูดซึมสารสำคัญของกระเทียมไปใช้ในร่างกายเป็นไปอย่างคงที่ จะสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญอาหารได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการรับประทานกระเทียม
เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
การรับประทานกระเทียมสดในขนาดสูง กระเทียมชนิดเม็ด หรือแคปซูลเป็นเวลานาน (รับประทานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลานานมากๆ) จะมีผลทำให้เกล็ดเลือดต่ำลง มีรายงานพบว่า มีคนไข้เลือดออกในสมอง เลือดหยุดช้า และเลือดออกไม่หยุดในขณะผ่าตัด
กระเทียมมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ยับยั้งการเกาะกันของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดเหลวและแข็งตัวช้า ดังนั้นต้องระมัดระวังการใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin หรือยาต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด และยา NSAIDs บางชนิด เช่น aspirin และ indomethacin เพราะจะทำให้ค่าการแข็งตัวของเลือดลดลง และอาจทำให้เลือดออก…

1 2 3 8