แตงกวาผักและสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาผักและสรรพคุณทางสมุนไพร ผลสดของแตงกวา ใช้รับประทาน เป็น ยาเย็น ลดความร้อนในร่างกาย

พฤศจิกายน 4, 2019 Sharee 0

แตงกวาผักและสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาผักและสรรพคุณทางสมุนไพร

แตงกวาผักและสรรพคุณทางสมุนไพร แตงกวา เป็นพืชชนิด ไม้เถา เป็นไม้เลื้อย มีอายุหนึ่งปี ลักษณะของต้นแตงกวา มีดังนี้

ลำต้นของแตงกวาจะมีขนสีขาวหยาบ
ใบแตงกวาเป็นสามเหลี่ยมมนใหญ่
ดอกแตงกวามีลักษณะเป็นหลอดสีเหลือง ปลายดอกมีกลีบ
เมล็ดของแตงกวา เป็นลักษณะรีแบน ผิวเรียบสีขาว
ผลของแตงกวาจะมีลักษณะทรงกระบอกยาวสีเขียว

สรรพคุณของแตงกวา

นำผลของแตงกวามาคั้นน้ำ ใช้ กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบตึง ช่วยย่อยโปรตีนที่ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวที่หยาบกร้าน อ่อนนุ่มลง ในวงค์การเครื่องสำอางค์ นิยมนำน้ำที่ได้จากผลแตงกว่า มาทำ คลีมล้างหน้า ครีมทาตัว
ผลสดของแตงกวา ใช้รับประทาน เป็น ยาเย็น ลดความร้อนในร่างกาย ใช้ลดไข้ แก้กระหายน้ำ แก้เจ็บคอ แก้ตาแดง ผลของแตงกวานำมาใช้รักษาแผลไฟลวก แก้ผด ผื่น คัน
ใบของแตงกวา นำมารับประทานสดๆ ให้รสขม จะมีพิษเล็กน้อย สามารถนำมาใช้ แก้ท้องเสีย
เมล็ดของแตงกวา นำมาทาน ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ ได้ดี
เถาของแตงกวา จะมีรสขม และมีพิษเล็กน้อย ช่วยลดความดันโลหิต แก้บิด รักษาหนองใน ขับปัสสาวะ ได้

ข้อควรระวังในการบริโภคแตงกวา

ถ้าจะนำแตงกวามาปั่นทานทุกวันก็ไม่อาจจะไม่ค่อยเป็นผลดีต่อสุขภาพสักเท่าไหร่ เพราะแตงกวามีกรดยูริก (ซึ่งอยู่ในน้ำเมือกใส ๆ) โดยเฉพาะถ้าเป็นการนำมาปั่นสด ๆ แล้วรับประทานทุกวัน ร่างกายก็อาจจะสะสมกรดยูริกเข้าไป ถ้าหากร่างกายกำจัดออกไม่หมด ก็จะไปสะสมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนแคลเซียมในกระบวนการสร้างเซลล์กระดูก ความแข็งแรงของเม็ดเลือด ผลที่ตามมาอาจทำให้เกิดอาการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ (ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้ออยู่แล้วก็ควรระวังให้มาก)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.gnbjg.com

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา โรคเบาหวาน

พฤศจิกายน 3, 2019 Sharee 0

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา ช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา มะระ เป็น ไม้เถา ลำต้นเลื้อย ลักษณะลำต้นเป็นเส้นยาวๆ มีขนประปราย ใบของมะระ ใบจะหยักเว้าลึก ปลายใบแหลม มีสีเขียวอ่อน รสขม ดอกของมะระมีสีเหลือง ผลของมะระ มีรูปกระสวยสั้น ทรงกระบอก ผิวเปลือกขรุขระ เนื้อผิวเรียบ มีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีเหลืองอมแดง การขยายพันธุ์ของมะระ จะขยายพันธ์โดยใช้เมล็ด

คุณค่าทางโภชนาการของมะระ

นักโภชนาการได้ศึกษามะระจีน ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานและมีสารอาหารสำคัญ ประกอบไปด้วย วิตามินเอ 9% วิตามินบี1 2% วิตามินบี2 2% วิตามินบี3 2% วิตามินบี5 2% วิตามินบี6 2% วิตามินซี 130% โฟเลต 17% ธาตุแคลเซียม 2% ธาตุเหล็ก 2%
ธาตุแมกนีเซียม 4% ธาตุฟอสฟอรัส 3% ธาตุทองแดง 2% และ ธาตุสังกะสี 5%

มะระผักสมุนไพรช่วยรักษา

สรรพคุณของมะระ

สำหรับ มะระ นั้น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้ ตั้งแต่ ผล เถา เมล็ด ราก ใบ ซึ่งนำเอาไปใช้ประโยชน์ สรรพคุณของมะระ มีดังนี้

รากของมะระ สารารถนำมาใช้ปรุงเป็นยาบำรุง ฝาดสมาน แก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาธาตุ รักษาโรคกระเพาะอาหารช่วยแก้อาการบิด
เถาของมะระ ช่วยดับพิษร้อนภายในร่างกาย ช่วยแก้อาการบิด
เมล็ดของมะระ สามารถช่วยปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ช่วยขับพยาธิตัวกลม
ใบสดของมะระ มีรสขม นำมาลวก หรือต้มดื่ม สามารถใช้เป็นยาฟอกเลือด ยาระบาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยแก้กระหายน้ำ ช่วยบรรเทาอาการหวัด ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการฟกช้ำ ช่วยแก้อาการผดผื่นคัน
ใบแห้งของมะระ นำมาบดให้ละเอียดกับน้ำกินเป็นยา ช่วยขับพยาธิ ขับลม และบำรุงธาตุ
ผลสดของมะระ นิยมนำมาทำอาหาร ให้รสขม นำมารับประทาน ช่วยรักษาโรคเบาหวาน บำรุงธาตุ มีเบต้าแคโรทีนช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยทำให้ดวงตาสดใส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ขับเสมหะ เป็นยาระบายอ่อน มะระช่วยแก้ตับ ม้ามพิการ บำรุงน้ำดี ผลของมะระนำมาคั้นเอาน้ำใช้อมแก้อาการปากเปื่อย
ผลแห้งของมะระ นำมาบดให้ละเอียด โรยบริเวณที่เป็นแผล ใช้ทาแก้คัน หิด และโรคผิวหนัง
ผลสุกของมะระ นำมาทาหน้ารักษาสิวได้

โทษของมะระ

หากไม่อยากกินมะระที่ขมมากนัก ควรเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อ คือเลือกผลที่มีสีเขียวอ่อน อวบ และมีลายห่าง ๆ เพราะจะขมน้อยกว่าผลที่มีสีเขียวเข้มและลายถี่ และก่อนนำมะระไปปรุงอาหาร ให้ผ่าแล้วเอาเมล็ดและไส้ในออกจนหมด จากนั้นหั่นแล้วนำไปแช่น้ำเกลือสักพัก จะช่วยให้มะระลดความขมลงได้…

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง และสรรพคุณอื่นๆอีกมากมาย

พฤศจิกายน 2, 2019 Sharee 0

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ ต้นกล้วยน้ำว้า เป็นไม้ล้มลุก จะมีลำต้นขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 3-4 เมตร ใบใหญ่เป็นแผ่นยาว มีสีเขียว เส้นของใบจะขนานกัน แกนใบจะเห็นชัดเจน ดอกกล้วยน้ำว้า มีลักษณะห้อยย้อยลงมายาวประมาณ 60 เซ็นติเมตร เรียกว่า หัวปลี ผลกล้วย เป็นหวี เครือหนึ่งจะมีประมาณ 7-8 หวี เมื่อออกผลใหม่จะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง กล้วยหนึ่งต้นจะให้ผลครั้งเดียวจากนั้นจะตาย การขยายพันธุ์ของกล้วย ใช้การแยกหน่อ

 

สรรพคุณ

กล้วยน้ำว้า เมื่อเทียบกับกล้วยหอมและ กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานมากที่สุด กล้วยน้ำว้าห่ามและสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น กินกล้วยน้ำว้าสุก จะช่วยระบายท้องและสามารถรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันในเด็กเล็กได้ ช่วยลดอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอกที่มีอาการไอแห้งร่วมด้วย โดยกินวันละ 4-6 ลูก แบ่งกินกี่ครั้ง ก็ได้ กินกล้วยก่อนแปรงฟันทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี เห็นผลได้ใน 1 สัปดาห์ กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคตินมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษา อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผล หรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย การนำกล้วยน้ำว้ามาใช้ประโยน์ทางสมุนไพร สามารถนำ ผล หัวปลี และหยวกกล้วย มาใช้ได้ ดังนี้

กล้วยน้ำว้าใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้

ผลดิบของกล้วยน้ำว้า นำมารับประทาน แก้ท้องเสีย
ผลสุกของกล้วยน้ำว้า นำมารับประทาน เป็นยาระบาย
ยางของกล้วยน่ำว้า สามารถทำมาทาแผล ใช้เป็นยาสมานแผลห้ามเลือดได้ดี
หัวปลี นำมารับประทาน ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาเบาหวานได้

ประโยชน์

กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว วิธีง่าย ๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางบนลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปกาวแปะไว้
เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุก ๆ 2 ชั่วโมงด้วย
ยางกล้วยสามารถนำมาใช้ในการห้ามเลือดได้
ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
หัวปลีนำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น ทำกระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่าง ๆ…

ลูกเดือยสรรพคุณทางสมุนไพร

ลูกเดือยสรรพคุณทางสมุนไพร หลากหลาย

พฤศจิกายน 1, 2019 Sharee 0

ลูกเดือยสรรพคุณทางสมุนไพร

ลูกเดือยสรรพคุณทางสมุนไพร

ลูกเดือยสรรพคุณทางสมุนไพร ลูกเดือย ถือได้ว่าเป็นธัญพืชที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากซึ่งในลูกเดือยเองนั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิดที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างเช่นวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินอี อีกทั้งนี้มีแร่ธาตุที่สำคัญอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส ในปริมาณที่สูงซึ่งรวมทั้งมีกรดอะมิโนจำเป็นอีกหลากหลายชนิดด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วคนจะรู้จักกับลูกเดือยในนามของธัญพืชแต่วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเดือยให้มากยิ่งขึ้นซึ่งเดือยนั้นถือได้ว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็นช่วยในการปรับสมดุลร่างกายและลดความร้อนได้เป็นอย่างดี

เดือย ถือได้ว่าเป็น อาหาร สำคัญที่ ช่วยในการบำรุงร่างกาย และ บำรุงกำลัง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยในช่วงพักฟื้นรวมถึงเด็กและผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ลูกเดือย ยังมี สรรพคุณ ที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้ผู้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ทั้งยัง ช่วยบำรุงสายตา รวมถึง บำรุงเส้นผม และ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากนั้นแล้ว เดือย ยังเป็น ยาบำรุงร่างกายสำหรับสตรี โดยเฉพาะซึ่งจะ ช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงมดลูก อีกทั้งยังช่วยในการเหนียวนำให้มีการตกไข่และ แก้อาการสตรีตกข่าวมากผิดปกติ นั่นเอง ถือได้ว่าเดือยนั้นเป็น สมุนไพร ที่สามารถ ใช้บำรุงร่างกาย ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ประโยชน์ของลูกเดือย

คุณค่าทางอาหารสูง เนื่องจากประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและวิตามินต่างๆ หลายชนิด ตั้งแต่แคลเซียม ฟอสฟอรัส และมีกรดอะมิโน กรดไขมันไม่อิ่มตัว ส่วนวิตามินนั้นมีตั้งแต่วิตามิน A วิตามิน B1 และ B2 รวมถึงวิตามิน E ด้วย
ช่วยป้องกันรักษาโรค ด้วยสารอาหารหลายชนิดที่มีในลูกเดือย ทำให้ลูกเดือยนั้นนอกจากจะทำอาหารหวานรับประทานเพื่อความอร่อย แล้วยังมีประโยชน์ในแง่การรักษาสุขภาพ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย
แก้อาการร้อนใน คลื่นไส้อาเจียน
แก้โรคนอนไม่หลับ และช่วยให้หายอ่อนเพลีย
ลดสภาวะไขมันในเลือดสูง
ยับยั้งสารก่อมะเร็ง ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
ช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอก
ช่วยต้านเชื้อโรค โดยเฉพาะแบคทีเรียและเชื้อรา เหมาะที่คนเป็นโรคกระเพาะ ลำไส้จะรับประทาน
บำรุงร่างกายผู้ป่วย ระหว่างพักฟื้น เพราะมีคุณค่าอาหารสูง
บำรุงสมองบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ไม่เป็นกระ
บำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามิน A สูง
ป้องกันโรคเหน็บชา เนื่องจากมีวิตามิน B
บำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นเงางาม
ป้องกันโรคเบาหวาน เนื่องจากเป็นอาหารที่มีรสจืด สามารถรับประทานโดยไม่ใส่น้ำตาลก็อร่อยอีกแบบ หรือจะต้มรวมในการหุงข้าวก็ได้
รับประทานเป็นประจำ สร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ดี
ใช้บำรุงเลือด เหมาะกับสตรีหลังคลอดบุตร
ป้องกันโรคกระดูกพรุน และทำให้มีกระดูกแข็งแรง
ปัจจุบันกระแสการรักสุขภาพเริ่มมีมากยิ่งขึ้นซึ่งทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจในการดูแลตนเองมากยิ่งขึ้นเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ซึ่งลูกเดือยเองก็ถือได้ว่าเป็นธัญพืชที่มีสารอาหารครบถ้วนและเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างความสมดุลให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเองรวมไปถึงรักษาอาการต่างๆและยังช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียเชื้อราหรือว่าเชื้อยีสต์ที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ปัจจุบันนี้มีการนำลูกเดือยมาแปรรูปเป็นอาหารและยาบำรุงร่างกายมากยิ่งขึ้นซึ่งสำหรับการนำมาทำเป็นอาหารนั้นในปัจจุบันลูกเดือยสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวานโดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีแป้งและน้ำเป็นส่วนผสมหลักนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วปัจจุบันก็มีการนำลูกเดือยมาแปรรูปเป็นลูกเดือยอบกรอบและนำมาทำเป็นขนมหวานเช่นลูกเดือยเปียกเต้าทึงและน้ำลูกเดือยเป็นต้น…

จำปาสรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจ

จำปาสรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจ ใบของต้นจำปา แก้โรคเส้นประสาทพิการ แก้ป่วงของทารก แก้ไอ รักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ

ตุลาคม 30, 2019 Sharee 0

จำปาสรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจ

จำปาสรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจ ต้นจำปา เป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการน้ำในระดับปานกลาง ไม่ชอบที่น้ำขัง ชอบดินร่วน โปร่ง ต้นจำปาสูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นตั้งตรง มีแตกก้านมาก เปลือกของลำต้นมีสีเทา เปลือกมีกลิ่นฉุน ใบของต้นจำปา เป็นใบเดี่ยว ทรงรี ปลายใบแหลม ใบบาง มีขน สีเขียว ดอกของต้นจำปา เป็นดอกเดี่ยว สีเหลือง ดอกออกที่ซอกใบ ผลของต้นจำปา ลักษณะของผลกลม ขนาด 1 เซนติเมตร

จำปาสรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจ

การขยายพันธุ์ของจำปา

ต้นจำปาสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วย การเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง และการตอนกิ่ง แต่การเพาะเมล็ดจะง่ายกว่า เนื่องจาก ลำต้นจะตั้งตรง ระบบรากจะแข็งแรง โตเร็ว ต้นจำปาชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ชอบแสงแดด

สรรพคุณของต้นจำปา

ต้นจำปา สามารถนำมาใช้ประโยชนืทางสมุนไพร ทุกส่วน ตั้งแต่ ใบ ดอก เปลือก ราก ไม้ ซึ่งรายละเอียดของสรรพคุณของจำปา ด้านสมุนไพร และการรักษาโรค มีดังนี้

ใบของต้นจำปา แก้โรคเส้นประสาทพิการ แก้ป่วงของทารก แก้ไอ รักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
ดอกของต้นจำปา ช่วยบำรุงธาตุ ช่วยบำรุงประสาท แก้วิงเวียนศีรษะ ลดอาการอ่อนเพลีย รักษาอาการหน้ามืด บำรุงหัวใจ กระจายโลหิต ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ รักษาอาการคลื้นไส้ บรรเทาอาการอักเสบ ช่วยขับลม ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยแก้โรคไต ช่วยรักษาโรคเรื้อน ช่วยรักษาโรคปวดตามข้อ ช่วยระงับอาการเกร็ง
เปลือกต้นของต้นจำปา ช่วยแก้คอแห้ง ฝาดสมาน ลดไข้
รากของต้นจำปา เป็นยาถ่าย ทำให้ประจำเดือนมาปกติ รักษาโรคปวดตามข้อ ขับน้ำคาวปลา ช่วยขับเลือดเน่าเสีย
ผลของต้นจำปา ช่วยบำรุงธาตุ รักษาอาการคลื้นไส้ ขับปัสสาวะ ช่วยรักษาแผลที่เท้า
เมล็ดของต้นจำปา ช่วยบำรุงธาตุ รักษาอาการคลื้นไส้ ขับปัสสาวะ ช่วยรักษาแผลที่เท้า
เนื้อไม้ของต้นจำปา บำรุงโลหิต ช่วยรักษาโรคเรื้อน ช่วยบำรุงประจำเดือนของสตรี
เปลือกของรากต้นจำปา เป็นยาระบาย ช่วยขับพยาธิ…

มะเขือเทศพืชผักและสรรพคุณด้านสมุนไพร

มะเขือเทศพืชผักและสรรพคุณด้านสมุนไพร มะเขือเทศ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

ตุลาคม 29, 2019 Sharee 0

มะเขือเทศพืชผักและสรรพคุณด้านสมุนไพร

มะเขือเทศพืชผักและสรรพคุณด้านสมุนไพร ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา

มะเขือเทศพืชผักและสรรพคุณด้านสมุนไพร ต้นมะเขือเทศ จัดป็น พืชล้มลุก ลักษณะพุ่ม มีอายุสั้น เพียง 1 ปี การขยายพันธ์ของมะเขือเทศใช้การขยายพันธ์โดยทางเมล็ด ลักษณะของต้นมะเขือเทศ มีรายละเอียด ดังนี้

ลักษณะของลำต้น เป็นลำต้นตั้งตรง มีลักษณะเป็นพุ่ม
ใบของมะเขือเทศ เป็นใบประกอบออกสลับกันตามกิ่งของต้นมะเขือเทศ ใบกลมใหญ่ ปลายใบจะแหลม ขอบใบเป็นหยัก มีขนอ่อนๆ ที่ใบ
ดอกของต้นมะเขือเทศ จะออกเป็นช่อ สีเหลือง ออกดอกตามซอกใบ
ผลของต้นมะเขือเทศ เป็นผลเดี่ยว กลม มีสีแดง ผิวนอเป็นมัน ตอนผลยังไม่สุกจะเป็นสีเขียว ภายในผลมะเขือเทศมีน้ำ รสเปรี้ยว มีเมล็ดจำนวนมาก

สรรพคุณทางสมุนไพรของมะเขือเทศ

ใน ผลของมะเขือเทศ มีสารสำคัญตัวหนึ่ง ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา ป้องกันมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ในมะเขือเทศ มีกรดอะมีโน ที่เป็นสารชนิดเดียวกันกับผงชูรส และที่สำคัญ ช่วยบำรุงผิวพรรณ รักษาสิวได้ดี เราขอนำเสนอ ประโยชน์ของมะเขือเทศ มีดังนี้

  • ในมะเขือเทศช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของใบหน้า ทำให้ใบหน้าไม่แห้งกร้าน โดยนำมะเขือเทศมาฝานและวางบนหน้า
  • มะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเหี่ยวย่นของผิวพรรณ
  • มะเขือเทศ มีน้ำและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
  • มะเขือเทศ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
  • มะเขือเทศ ช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากในมะเขือเทศ มีวิตามินเอสูง
  • มะเขือเทศ ช่วยในการรักษาสิว โดยการนำน้ำมะเขือเทศมาพอกใบหน้า หรือฝานผลมะเขือเทศบาง ๆ วางบนใบหน้า
  • มะเขือเทศ ช่วยให้ผิวพรรณแต่งตึง ด้วยวิธีเดียวกับการรักษาสิวด้วยมะเขือเทศ
  • ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม
  • มะเขือเทศ ใช้รักษาโรคในช่องปาก โรคเลือดออกตามไรฟัน
  • มะเขือเทศบำรุงเลือด ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยปรับสมดุลย์ของความดันเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยบำรุงหัวใจ
  • มะเขือเทศ ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคปัสสาวะขัด หรือ นิ่ว รวมถึงช่วยขับของเสียทางปัสสาวะ
  • มะเขือเทศ ช่วยบำรุงระบบขับถ่าย ช่วยในการย่อยอาหารและให้ขับถ่ายอุจจาระได้สะดวก
  • มะเขือเทศ ช่วยลดกลิ่นปาก เนื่องจากมะเขือเทศมีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
  • มะเขือเทศ ช่วยบำรุงเส้นผม ให้ผมมีความชุ่มชื่น ป้องกันผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก
  • มะเขือเทศช่วยบรรเทาอาการเจ็บและปวดจากการฟกช้ำได้
หอมแดงสรรพคุณหลากหลาย

หอมแดงสรรพคุณหลากหลาย ใช้ประโยชน์จากหัวและใบของหอมแดง

ตุลาคม 28, 2019 Sharee 0

หอมแดงสรรพคุณหลากหลาย 

หอมแดงสรรพคุณหลากหลาย ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

หอมแดงสรรพคุณหลากหลาย สำหรับต้อนหอมแดง เป็นพืชล้มลุก หัวอยู่ในดิน ซึ่งหัวของหอมแดงเป็นแหล่งสะสมอาหารและน้ำ การขยายพันธ์ุของหอมแดงใช้การแตกหน่อ จากหัวของหอมแดง ใบของหอมแดง เป็นลักษณะยาวกลม ผิวเรียบในตั้งตรงขึ้นฟ้า ความยาว 20 ถึง 30 เซ็นติเมตร แต่ละต้นจะมีใบประมาณ 5 ถึง 8 ใบต่อต้น รากของหอมแดง เป็นรากฝอยขึ้นบิเวณก้นของหัวหอม สำหรับหมอแดงมีหลายสายพันธ์ แต่สำหรับหัวหอมที่นิยมปลูกในประเทศไทย มี 4 สายพันธุ์ ประกอบด้วย

หอมแดง พันธุ์ศรีสะเกษ ลักษณะของหอมแดงพันธ์ุนี้ คือ เปลือกของหัวด้านนอกหนา มีสีแดงอมม่วง หัวกลมป้อม มีกลิ่นฉุน รสหวาน ใบเขียวเข้ม
หอมแดง พันธุ์บางช้าง สำหรับหอมแดงพันธุ์นี้ มีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ศรีสะเกษ แต่เปลือกของหัวหอมจะสีจางกว่า แต่ลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตต่อไร่สูง
หอมแดง พันธุ์เชียงใหม่ สำหรับพันธุ์นี้ ลักษณะ คือ เปลือกของหัวหอมบาง มีสีส้มอ่อน หัวกลมรี กลิ่นไม่ฉุนรสหวาน ใบสีเขียว
หอมแดง พันธุ์สีขาว ลักษณะเด่นของพันธุ์นี้ คือ เปลือกบาง หัวมีสีสีขาวอมเหลือง หัวกลมป้อม กลิ่นไม่ฉุน

สรรพคุณของหอมแดง

สำหรับการใช้ประโยชน์ของหอมแดง นั้นจะใช้ประโยชน์จากหัวและใบของหอมแดง ซึ่งประโยชน์ของส่วนต่างๆของหอมแดง มีดังนี้ คือ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยบำรุงสมอง บำรุงความจำ ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ปรับสมดุลย์ของความดันเลือด ช่วยลดอาการเวียนหัว ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยกำจัดไขมันเลวส่วนเกิน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้หวัด แก้คัดจมูกได้ ช่วยขับเสมหะ รักษาโรคในช่องปาก แก้อาการปวดหู ช่วยทำให้อาเจียน แก้อาการท้องเสีย แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้เป็นยาถ่าย ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับพยาธิ ช่วยรักษาแผล ช่วยบรรเทาอาการคัน ช่วยแก้พิษแมงมุมกัด รักษาแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย หอมแดงรักษาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ บำรุงผิวพรรณ แก้ผมร่วง ช่วยบำรุงเส้นผม ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

การปลูกหอมแดง

สำหรับการปลูกหอมแดง นั้น มี 4 ขั้นตอนหลักๆ คือ การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ซึ่งรายละเอียด มีดังนี้

การเตรียมปลูกหอมแดง หอมแดงชอบดินร่วนซุย ต้องการความชื้นในดินสูง ชอบแสงแดด อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของหอมแดงอยู่ที่ 12 ถึง 23 องศาเซลเซียส ในการเตรียมดินสำหรับปลูก ให้ทำการยกแปลง สูงประมาณ 20 เซ็นติเมตร
วิธีการปลูกหอมแดง ให้นำหัวหอมแดง กดลงดินในแปลงปลูก ระยะห่าง หัวละ 15 ถึง 20 เซ็นติเมตร ก่อนนำหัวหอมลงไปดำในแปลงปลูก ควรทำให้ดินชื้นก่อน หญ้าแห้งหรือฟางคลุม เพื่อช่วยรักษาความชื้น และไม่ให้มีวัชพืชมาแย่งอาหารของหอมหัวแดง
วิธีการดูแลรักษาหอมแดง หลังจากปลูกได้ 2 สัปดาห์ จะช่วยให้การเจริญเติบโตของหอมแดง ดีขึ้น ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หมั่นทำให้ดินร่วนซุย อย่าปล่อยให้หน้าดินแห้ง การให้น้ำนั้นต้องให้หลังจากการปลูกอย่างสม่ำเสมอ และงดการให้น้ำเมื่อหอมแดงเริ่มแก่
การเก็บเกี่ยวหอมแดง สำหรับการเก็บผลผลิต สามารถเก็บได้เมื่อหอมแดงอายุได้ 70 ถึง 110 วัน โดยให้สังเกตสีของใบ หากสีเขียวจางลงและเหลือง หมายความว่าหอมแดงแก่เพียงพอสำหรับพร้อมจะเก็บเกี่ยวแล้ว
หอมแดง ( Shallot ) เป็นพืช ที่คนไทยรู้จักกันดี เป็นพืชที่มีกลิ่นฉุน นิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบของอาหาร ให้รสหวาน แต่ประโยชน์ของหอมหัวแดง มีมากมายเหลือเกิน ที่สำคัญคือ ช่วยลดไขมันและน้ำตาลในเส้นเลือด วันนี้ เราจึงแนะนำ สมุนไพรไทยในครัวเรือน ที่มีชื่อว่า หอมแดง หอมแดงเป็นอย่างไร มีชื่อเรียกว่าอย่างไร ลักษณะของต้นหอมแดง การปลูกหอมแดง การใช้ประโยชน์ด้านยาของหอมแดง มีอะไรบ้าง คุณค่าทางอาหารของหอมแดง เป็นอย่างไร บทความนี้จะให้ความรู้ รอบด้านเกี่ยวกับหอมแดง…

ผักแพวพืชล้มลุกมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักแพวพืชล้มลุกมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณอื่นๆทางสมุนไพรอีกมากมาย

ตุลาคม 27, 2019 Sharee 0

ผักแพวพืชล้มลุกมีสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักแพวพืชล้มลุกมีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรได้ทุกส่วน ทั้ง ลำต้น ใบ และราก

ผักแพวพืชล้มลุกมีสารต้านอนุมูลอิสระ ผักแพว เป็น พืชล้มลุก ลักษณะของลำต้น ตั้งตรง มีความสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร ขนาดลำต้นมีเล็ก ทรงกลม เป็นข้อปล้อง มีสีเขียวอมม่วงแดง ลักษณะรากของผักแพว เป็นรากฝอยแตกออกจากเหง้า ใบของผักแพว เป็นใบเดี่ยว ใบยาวทรงกระบอก ปลายแหลม มีกลิ่นหอม ผิวใบเรียบ เป็นมัน ใบมีสีเขียวสด ดอกของผักแพว ออกเป็นช่อ มีขนาดเล็ก ดอกตูม สีม่วงแดง ดอกบานเต็มที่จะมีสีขาว เมล็ดของผักแพว เมล็ดมีขนาดเล็ก แก่เร็ว และร่วงง่าย

สรรพคุณทางสมุนไพรของผักแพว

ลำต้น และใบของผักแพว ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องผูก แก้อาการท้องเสีย รักษาไข้หวัด ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิค้านทานของร่างกาย ใช้รักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกลื้อน รักษาผื่น ลดอาการบวมแดง รักษาแผลอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อโรคของแผล
มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของผิว บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงผิวพรรณ ช่วยบำรุงสายตา ช่วยบำรุงกระดูก ช่วยดับกลิ่นปาก รักษาแผลในช่องปาก ระงับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย รักษาโรคเบาหวาน ป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งลำไส้ ป้องกันมะเร็งผิวหนัง ป้องกันมะเร็งเต้านม ป้องกันมะเร็งปากมดลูก บำรุงเลือด ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดการเกิดโรคหัวใจวาย ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ป้องกันโรคต้อกระจก
รากของผักแพว ใช้รักษาแผลติดเชื้อ รักษาโรคผิวหนัง

การเลือกซื้อผักแพว

ผักแพว ที่ดี ต้องสด การเลือกซื้อให้สังเกตุความสดของใบ ไม่เหี่ยว ไม่เหลือง ส่วนการเก็บรักษาผักแพว เก็บใส่ในถุงพลาสติกปิดให้สนิท หรือเก็บใส่กล่องพลาสติก แล้วนำไปแช่ตู้เย็นในช่องแช่ผัก…

ยอกับสรรพคุณทางสมุนไพร

ยอกับสรรพคุณทางสมุนไพร อันหลากหลาย

ตุลาคม 26, 2019 Sharee 0

ยอกับสรรพคุณทางสมุนไพร

ยอกับสรรพคุณทางสมุนไพร

ยอกับสรรพคุณทางสมุนไพร ต้นยอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะของผลยอ มีเอกลักษณ์และลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ลักษณะของต้นยอ มีดังนี้

ลำต้นยอ ความสูงของต้นยอประมาณ 5 เมตร เปลือกของลำต้นบางติดกับเนื้อไม้ เปลือกของลำต้นสีเหลืองนวล หยาบและสากเล็กน้อย
ใบยอ ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ซึ่งใบจะแทงออกตรงข้ามกันตามกิ่ง ใบเป็นทรงรี ใบอ่อนมีสีเขียวสด ใบแก่สีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม ผิวใบเป็นมัน ลักษณะเป็นคลื่น
ดอกยอ ลักษณะดอกเป็นช่อเดี่ยว กลีบดอกสีขาว ลักษณะเป็นหลอด ดอกยอจะแทงออกตามง่ามใบ ผิวดอกด้านนอกเรียบ ส่วนผิวดอกด้านในมีขน
ผลยอ ลักษณะกลมรี มีตุ่มทั่วผล ผลอ่อนมีสีเขียวสด ผลแก่เป็นสีเหลืองอมเขียว ภายในลูกยอมีเมล็ดมีจำนวนมาก ซึ่งลักษณะของเมล็ดยอ ลักษณะแบน สีน้ำตาลเข้ม
คุณค่าทางโภชนาการของยอ

สำหรับสารอาหารต่างๆที่มีประโยชน์ของยอ ใช้ประโยชน์จากลูกยอและใบยอ ลูกยอสุก สามารถรับประทานได้ กินกับเกลือ หรือ กะปิ สามารนำมาคั้นน้ำลูกยอ ใช้ดื่มเป็นยาลดความดันโลหิต ส่วนใบอ่อนยอ สามารถรับประทานเป็นผักสด โดยใบอ่อนยอนำมาลวกกินกับน้ำพริก ต้มแกงจืด ทำแกงอ่อม เป็นต้น ลูกยอ มีสารเคมีหลายชนิด เช่น ลิกนัน โพลีแซคคาไรด์ ฟลาโอนอยด์ อีริดอยด์ กรดไขมัน สโคโปเลติน และ อัลคาลอยด์ เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของใบยออ่อน ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 11.1 กรัม โปรตีน 3.8 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม กากใยอาหาร 1.9 กรัม แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินเอ 9,164 หน่วยสากล วิตามินบี1 0.3 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.14มิลลิกรัม และ วิตามินซี 78 มิลลิกรัม

คุณค่าทางโภชนาการของผลยอดิบ ขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 7.5 กรัม โปรตีน 0.5 กรัม กากใยอาหาร 1.1 กรัม แคลเซียม 39 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.04มิลลิกรัม และ วิตามินซี 208 มิลลิกรัม

สรรพคุณของยอ

ผลยอ สรรพคุณช่วยชะลอวัย ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยลดความดัน ช่วยขยายหลอดเลือด รักษาวัณโรค ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ข่วยผ่อนคลาย บำรุงธาตุไฟ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี บำรุงสมอง รักษาสิวแก้เวียนหัว รักษาแผลในปาก แก้เจ็บคอ แก้ปวดฟัน แก้คลื่นไส้อาเจียน ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลม แก้ท้องอืด แก้ท้องร่วง ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับประจำเดือน รักษาแผล
น้ำลูกยอ สรรพคุณช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยขยายหลอดเลือด ช่วยลดความดัน
ใบยอ สรรพคุณช่วยรักษาเบาหวาน ช่วยลดความดัน รักษาวัณโรค แก้กระษัย แก้เบื่ออาหาร บำรุงสายตา รักษาโรคมาลาเรีย แก้ปวดหัว รักษาแผล แก้ปวดตามข้อกระดูก กำจัดเหา
ลำต้นยอ สรรพคุณช่วยลดความดัน รักษาโรคดีซ่าน
รากยอ สรรพคุณแก้กระษัย รักษาแผลอักเสบ
น้ำมันสกัดจากเมล็ดยอ สรรพคุณลดอาการอักเสบ ช่วยป้องกันแมลง รักษาสิว กำจัดเหา
โทษของยอ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากยอ ต้องใช้อย่างถูกวิธีและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเมล็ดยอ มีความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ ลูกยอ สรรพคุณช่วยขับประจำเดือน สำหรับสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน อาจทำให้เสียเลือด และ แท้งลูกได้…

ส้มโอผลไม้รสชาติดีกับสรรพคุณสมุนไพรอันน่าทึ่ง

ส้มโอผลไม้รสชาติดีกับสรรพคุณสมุนไพรอันน่าทึ่ง

ตุลาคม 25, 2019 Sharee 0

ส้มโอผลไม้รสชาติดีกับสรรพคุณสมุนไพรอันน่าทึ่ง

ส้มโอผลไม้รสชาติดีกับสรรพคุณสมุนไพรอันน่าทึ่ง

ส้มโอผลไม้รสชาติดีกับสรรพคุณสมุนไพรอันน่าทึ่ง ต้นส้มโอ เป็นไม้ยืนต้น มีขนาดสูงประมาณ 10 เมตร ลำต้นของส้มโอมีสีน้ำตาล ใบรูปมนรี ขอบใบเป็นคลื่น ปลายใบมน เหมือนโคนใบ ดอกของส้มโอออกเป็นช่ออยู่ตามง่ามใบมีสีขาว ผลของส้มโอ กลม มีเปลือกหนา น้ำมันมาก ผลอ่อนของส้มโอจะมีสีเขียว เมื่อผลของส้มโอแก่จะเป็นสีเหลืองอ่อน

ประโยชน์ของส้มโอ

ส้มโอ จัดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลายและยังมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่าง ๆ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด โดยส่วนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ก็มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นผล เปลือก ใบ และเมล็ด ก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปลือกและผลซึ่งเป็นส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด

คุณค่าทางโภชนาการของส้มโอ

การศึกษาส้มโอขนาด 100 กรัม พบว่า พลังงาน 38 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 9.62 กรัม
กากใยอาหาร 1 กรัม ไขมัน 0.04 กรัม โปรตีน 0.76 กรัม วิตามินบี 1 0.034 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.027 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.22 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.036 มิลลิกรัม วิตามินซี 61 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 4 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.11 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.017 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 216 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม และ
ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม

สรรพคุณของส้มโอ

ผลสดของส้มโอ ใช้ขับลมในลำไส้ แก้อาการเมาค้างได้ ส้มโอมีวิตามินซี และแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้ดี
เปลือกของผลส้มโอ นำมาใช้ ขับเสมหะ จุกแน่นหน้าอก บรรเทาอาการไส้เลื่อน
ใบของส้มโอ นำมาต้มและพอกหัว บรรเทาอาการปวดหัว นำใบมาใช้เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
ดอกของส้มโอ สามารถนำมาแก้อาการจุกสียดที่กระเพาะอาหาร
เมล็ดของส้มโอ สามารถใช้แก้ไข้หวัด แก้ไอ ปวดท้องน้อยและรักาาโรคกระเพาะอาหาร
ส้มโอ จัดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลายและยังมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่าง ๆ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด โดยส่วนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ก็มีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นผล เปลือก ใบ และเมล็ด ก็ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเปลือกและผลซึ่งเป็นส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด…

1 2 3 4 10