No Image

กระเจี๊ยบเขียวสรรพคุณทางสมุนไพรยาวิเศษ กระเจี๊ยบเขียวเส้นมีใยอาหารตามธรรมชาติ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย

ตุลาคม 24, 2019 Sharee 0

กระเจี๊ยบเขียวสรรพคุณทางสมุนไพรยาวิเศษ

กระเจี๊ยบเขียวสรรพคุณทางสมุนไพรยาวิเศษ

กระเจี๊ยบเขียวสรรพคุณทางสมุนไพรยาวิเศษ ผลกระเจี๊ยบเขียว นิยมนำมาทำอาหาร โดยใช้ลวกเป็นผักเคียงกับน้ำพริก นอกจากนี้ยังนิยานำมาทำอาหาร หลายชนิด เช่น แกงส้ม แกงใส่ปลาย่าง กระเจี๊ยบเขียวหากกินกับ น้ำพริกกะปิ ปลาทู จะให้รสชาติที่ดีมาก กระเจี๊ยบเขียวเส้นมีใยอาหารตามธรรมชาติ ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย มีแคลเซียมช่วยในการบำรุงกระดูกและฟัน และยังมี วิตามินต่างๆสูง และนอกจากนั้นยังมีโฟเลตสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงสมอง และจำเป็นต่อทารกในครรถ์

กระเจี๊ยบขาวเป็นสมุนไพร สรรพคุณ ขับสารพิษในร่างกาย บำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมอง ยาระบาย รักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ลดความดันโลหิต ถ่ายพยาธิ แก้ท้องผูก บำรุงตับ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของกระเจี๊ยบเขียว

ลำต้น สูงประมาณ 1-2 เมตรมีขนหยาบ
ใบเป็นใบเดี่ยว เหมือนฝ่ามือเรียงสลับกันมีขนหยาบ
ดอกของกระเจี๊ยบเขียวมีสีเหลือง ที่โคนกลีบด้านในเป็นสีม่วง ดอกจะออกที่ซอกใบ ก้านชูเรณูรวมกันเป็นลักษณะคล้ายหลอด
ฝักของกระเจี๊ยบเขียวเหมือนนิ้วมือของผู้หญิง ที่ฝักจะมีขนอ่อนๆทั่วฝัก มีสันเป็นเหลี่ยมตามยาว 5 เหลี่ยม ฝักกระเจี๊ยบมีทรงยาวสีเขียว
ฝักอ่อนของกระเจี๊ยบเขียวจะมีรสหวาน ฝักแก่ของกระเจี๊ยบเขียวจะมีเนื้อเหนียว
คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบเขียว

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบเขียวดิบ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน พลังงาน 33 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 7.45 กรัม น้ำตาล 1.48 กรัม กากใยอาหาร 3.2 กรัม ไขมัน 0.19 กรัม โปรตีน 1.93 กรัม
น้ำ 89.58 กรัม วิตามินเอ 36 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.06 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.215 มิลลิกรัม วิตามินซี 23 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.27 มิลลิกรัม วิตามินเค 31.3 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 82 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.62 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 57 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 299 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.58 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรของกระเจียบเขียว

ฝักของกระเจี๊ยบเขียวจะมี เมือก ซึ่งมีสารประเภท เพ็กติน (Pectin) และกัม (Gum) ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ รักษาระดับความดันให้สมดุล เป็นยาบำรุงสมองเป็นยาระบาย แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด

รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 -15 ฝัก ตอนเย็นหรือก่อนนอน สามารถ ลดอาการท้องผูก
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 3 – 5 ฝัก ก่อนอาหาร ทุกวัน สามารถ รักษา แผลในกระเพาะอาหาร
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 – 15 ฝัก ทุกวัน สามารถ บำรุงตับ
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 5 ฝัก ก่อนอาหาร 3 มื้อ ติดต่อกันทุกวัน สามารถ กำจัด พยาธิตัวจี๊ด
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 30 – 40 ฝัก ตอนเย็น หรือ ก่อนนอน สามารถ ดีท็อกซ์ลำไส้ ขับสารพิษ อุจจาระตกค้าง
โทษของกระเจี๊ยบเขียว

ในเมล็ดแก่ของกระเจี๊ยบเขียว มีสารพิษที่มีผลต่อระบบประสาท คือ gossypol จึงไม่ควรรับประทานเมล็ดจากฝักกระเจี๊ยบเขียวแก่…

หอมหัวใหญ่ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพร

หอมหัวใหญ่ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพร

ตุลาคม 22, 2019 Sharee 0

หอมหัวใหญ่ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพร

หอมหัวใหญ่ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพร

หอมหัวใหญ่ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพร ต้นหอมหัวใหญ่ เป็นพืชล้มลุก สามารถขยายพันธ์โดยการแยกหน่อ ลักษณะของต้นหอมหัวใหญ่ มีดังนี้

ต้นหอมใหญ่ มีความสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายหัวหอม ลักษณะกลมป้อม มีเปลือกนอกบาง ๆ สีม่วงแดงหุ้มอยู่ แต่เมื่อแห้งแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
ใบหอมใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก 3-4 ใบ ลักษณะเป็นรูปดาบ มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร เส้นใบจีบตามยาวลักษณะคล้ายพัด
ดอกหอมใหญ่ ออกดอกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกมีสีขาว

สรรพคุณของหอมหัวใหญ่

การรับประทาน หัวหอมใหญ่ สามารป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เพราะ ว่า หอมหัวใหญ่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยแก้การนอนไม่หลับได้ ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหาร ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของอัมพาต ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยในการขยายหลอดเลือด ช่วยทำให้เลือดไม่ไปอุดตันในหลอดหลอด ช่วยในการสลายลิ่มเลือดปกป้องหลอดเลือดเลี้ยงสมองเกิดการอุดตัน ลดความอ้วน ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดความดันโลหิต แก้ความดันโลหิตสูง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยรักษาไข้หวัด แก้หวัดคัดจมูก และช่วยลดน้ำมูก ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ หอมหืด คุณช่วยขับเสมหะได้ ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยแก้ท้องร่วง ช่วยขับพยาธิ ช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยแก้ลมพิษ ลดอาการปวดอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยรักษาผิวหนังที่ถูกน้ำร้อนลวกได้

วิธีปลูกหอมหัวใหญ่

สามารถปลูกได้จากการเพาะต้นกล้า โดยหว่านเมล็ดพันธุ์ให้ทั่วแปลงกล้า รดน้ำให้ทั่ว หลังจากที่เมล็ดงอกประมาณ 10-15 วัน ใช้หญ้าแห้งคลุมดินอย่าให้แปลงชื้น หรือร้อนเกินไป เมื่อกล้าอายุได้ 45 วัน ก็ย้ายเพื่อลงแปลงปลูก จัดเป็นแถว ห่างกัน 10 – 15 เซ็นติเมตร หมั่นพรวนดิน และกำจัดวัชพืช หลังจากย้ายกล้าลงแปลงปลูกประมาณ 90-100 วัน ก็ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

โทษของหอมหัวใหญ่

แม้ว่าสรรพคุณหัวหอมใหญ่จะมีอยู่มากมาย แต่เนื่องจากหอมใหญ่เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่นและมีรสเผ็ด การนำมาใช้ในแต่ละบุคคล ควรคำนึงถึงสภาพร่างกายและโรคของผู้ป่วยด้วย ซึ่งฤทธิ์ดังกล่าวสามารถช่วยขับความเย็น ทำให้หยางทะลุทะลวงไปยังส่วนต่าง ๆ ช่วยกำจัดพิษและปัจจัยที่กระทบจากภายนอกเนื่องจากความเย็นได้ดี แต่ไม่มีฤทธิ์ในการบำรุงหยางในร่างกาย เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจจะทำให้ร่างกายเสียพลังได้ง่าย เช่น ในกรณีผู้ป่วยหอบหืดที่มีพลังอ่อนแออยู่แล้ว แทนที่จะมีอาการหอบดีขึ้น แต่กลับจะทำให้อาการหอบหืดกำเริบมากขึ้นกว่าเดิม เป็นต้น ดังนั้นจึงควรรู้ถึงข้อดีและข้อเสียเพื่อนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมด้วย จึงจะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสูงสุด
การรับประทานหัวหอมใหญ่ในปริมาณมากหรือรับประทานติดต่อกันนานเกินไป อาจจะทำลายจิตประสาท ทำให้จิตฟุ้งซ่าน ลืมง่าย ความจำเสื่อม มีอาการตามัว พลังและเลือดถูกทำลาย ทำให้เส้นเลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ทำให้โรคต่าง ๆ ที่เป็นอยู่หายช้าและเรื้อรัง และยังไปทำลายสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อคุณมีอาการปวดศีรษะเนื่องจากความเครียดหรือจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ มีคำแนะนำว่าไม่ควรจะรับประทานหัวหอมใหญ่
อย่างไรก็ตามไม่ควรรับประทานหัวหอมใหญ่สดในขณะที่ท้องว่าง เพราะอาจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง ทำให้เยื่อบุในกระเพาะเกิดการอักเสบได้
สำหรับผู้ที่ถูกสัตว์มีพิษมีเขี้ยวกัด ไม่ควรรับประทานหอมใหญ่ เพราะการรับประทานหัวหอมใหญ่จะทำให้มีอาการรุนแรงขึ้น ทำให้พิษแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่คุณควรรู้อีกเรื่องนั้นก็คือ หอมใหญ่เป็นหนึ่งในอาหารที่มีกลิ่นแรงและทำให้เกิดกลิ่นปาก
สำหรับผู้ที่มีกลิ่นตัวแรงอยู่แล้ว การรับประทานหัวหอมใหญ่มากเกินไปอาจจะทำให้มีกลิ่นตัวแรงยิ่งขึ้น
ว่ากันว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่ควรรับประทานหอมหัวใหญ่ เพราะจะทำให้อาการหอบหืดรุนแรงมากขึ้น…

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

ตุลาคม 21, 2019 Sharee 0

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย ต้นกระถิน สามารถขยายพันธุ์ ด้วยการใช้เมล็ด และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย สำหรับลักษณะของต้นกระดิน มีรายละเอียด ดังนี้

ต้นกระถิน มีความสูงประมาณไม่เกิน 10 เมตร ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่ เปลือกมีสีเทา มีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป
ใบกระถิน เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน แกนกลางใบประกอบมีขน เรียงตรงข้ามกัน ส่วนใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของโคนใบเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบมีขน
ดอกกระถิน ดอกของกระถินจะมีสีขาว ออกอดช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ดอกมีลักษณะเป็นช่อ แบบกระจุกแน่น ออกดอกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ลักษณะเป็นรูประฆัง
ฝักกระถิน ลักษณะแบน ปลายฝักแหลม เมื่อฝักแก่จะแตกตามยาว ภายในฝักกระถินจะมีเมล็ดเรียงตามขวางจำนวนมาก และจะออกผลช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนมกราคมของทุุกปี
เมล็ดกระถิน สำหรับเมล็ดของกระถิน จะอยู่ภายในฝักกระถิน มีลักษณะเป็นรูปไข่ แบน สีน้ำตาล และ มัน

สรรพคุณของกระถิน

รากของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับระดู
เมล็ดแก่ของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้นอนหลับ ช่วยขับลม ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบำรุงไต
เมล็ดของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ฝักอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ยอดอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ดอกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ช่วยบำรุงตับ
เปลือกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด

โทษของกระถิน

ในใบของกระถิน มีสารชนิกหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นพิษ ชื่อ สารลิวซีนีน ( Leucenine ) หากกินไปมากๆ อาจทำให้ขนร่วงและเป็นหมันได้ กระถินเป็นพืชที่มีคุณสมบัติ ช่วยดูดธาตุซีลีเนียมจากดินได้มาก จึงอาจทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้…

พลูคาวสรรพคุณทางสมุนไพร

พลูคาวสรรพคุณทางสมุนไพร ประโยชน์และโทษของพลูคาว

ตุลาคม 20, 2019 Sharee 0

พลูคาวสรรพคุณทางสมุนไพร

พลูคาวสรรพคุณทางสมุนไพร

พลูคาวสรรพคุณทางสมุนไพร  ต้นพลูคาว เป็นพืชล้มลุก ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปตามภาคเหนือ มีถิ่นกำเนิดตามแถบเทือกเขาหิมาลัย ลักษณะของต้นพลูคาว มีลักษณะดังนี้

ลำต้นของพลูคาว มีกลิ่นคล้ายกลิ่นคาวปลา ลักษณะกลม อวบน้ำ เปลือกเรียบ สีเขียว ลำต้นเลื้อยตามพื้นดิน มีรากออกตามข้อ
ใบของพลูคาว เป็นใบเดี่ยว ออกใบตามข้อของลำต้น ใบขึ้นสลับกันตามข้อของลำต้น ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ มีสีเขียว ท้องใบสีม่วง
ดอกของพลูคาว ดอกพลูคาวออกเป็นช่อ ออกดอกที่ปลายยอด ลักษณะดอกเป็นทรงกระบอก สีขาว
ผลของพลูคาว มีขนาดเล็ก ด้านในมีเมล็ดรูปทรงรี จำนวนมาก

สรรพคุณของพลูคาว

รากของพลูคาว มีรสจืดคาว สรรพคุณขับปัสสาวะ
ทั้งต้นของพลูคาว มีรสเผ็ดคาว สรรพคุณรักษากามโรค รักษาโรคผิวหนัง รักษาฝี รักษาแผล ฆ่าเชื้อโรคระบบทางเดินปัสสาวะ ขับปัสสาวะ แก้โรคบิด บำรุงกระดูก รักษาหูชั้นกลางอักเสบ แก้ปวดหู รักษาโรคมาลาเรีย รักษาคางทูม รักษาต่อมทอนซิลอักเสบ รักษาปอดอักเสบ บรรเทาอาการไอ รักษาหลอดลมอักเสบ ลดอาการบวม ลดอักเสบ รักษาริดสีดวงทวาร รักษานิ่ว ขับระดูขาว สำหรับสตรีหลังคลอด รักษาแมลงสัตว์กัดต่อย บำรุงผิว
ใบของพลูคาว มีรสเผ็ดคาว สรรพคุณรักษาริดสีดวงทวาร รักษากามโรค รักษาโรคหัด มีฤทธิ์ในการช่วยต่อต้านมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง เป็นยาระบาย ขับพยาธิ รักษาหนองใน บำรุงไต รักษาโรคข้อ
ดอกพลูคาว สรรพคุณใช้ขับทารกตายในท้อง

โทษของพลูคาว

พลูคาวมีฤทธิ์ทำให้หายใจสั้นและถี่ขึ้น อาจทำให้อาเจียน ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม
สำหรับคนที่มีอาการหนาวง่าย ปวดท้อง ท้องเสียบ่อยๆ และแขนขาเย็น ไม่ควรกินพลูคาว
พลูคาวสามารถใช้รักษาโรคผิวหนังได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้มากจนเกินไป อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้…

กาแฟสรรพคุณและประโยชน์ทางสมุนไพร

กาแฟสรรพคุณและประโยชน์ทางสมุนไพร

ตุลาคม 19, 2019 Sharee 0

กาแฟสรรพคุณและประโยชน์ทางสมุนไพร

กาแฟสรรพคุณและประโยชน์ทางสมุนไพร

ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นไม้พุ่ม มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 2 ถึง 4 เมตร ต้นกาแฟนั้นจะสามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ใบกาแฟอาราบิก้า ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ใบรูปไข่ ปลายแหลม โคนแหลมเล็กน้อย ขอบใบเรียบ เป็นมัน
ดอกกาแฟอาราบิก้า ออกดอกเป็นช่อ ซึ่งออกดอกตามซอกใบ กลีบดอกสีขาว ดอกมีกลิ่นหอม
ผลกาแฟอาราบิก้า ผลสด ทรงกลม สีเขียว ส่วนผลสุกเป็นสีแดง
ต้นกาแฟโรบัสต้า เป็นไม้พุ่ม มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 2 ถึง 4 เมตร สามารถขยายพันธุ์ด้วย วิธีการเพาะเมล็ด

ลำต้นของกาแฟโรบัสต้า เป็นข้อและปล้อง โคนใบจะอยู่ตามข้อของลำต้น ความสูงของลำต้นประมาณ 2 ถึง 4 เมตร
ใบของกาแฟโรบัสต้า เป็นใบเดี่ยว โคนใบและปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นคลื่น ผิวใบเรียบ เป็นมัน
ดอกกาแฟโรบัสต้า ออกดอกเป็นดอกเดี่ยว ดอกจะออกเป็นกลุ่มๆ ตามโคนใบบนข้อของกิ่ง ดอกจะออกจากกิ่งแขนงจากข้อที่อยู่ใกล้กับลำต้น
ผลกาแฟโรบัสต้า ผลมีรูปทรงรี ผลดิบเป็นสีเขียว ผลสุกสีเหลือง สีส้ม และ สีแดง

สรรพคุณของกาแฟ

กาเฟมีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและกระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้ตาแข็ง นอนไม่หลับ
ช่วยลดความอ่อนล้า
ช่วยลดความเครียด
ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์
ช่วยชูกำลังได้
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ
ช่วยขยายหลอดเลือดแดง
ช่วยลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรน
ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งในช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งตับ ได้
ช่วยลดน้ำระดับตาลในเลือด
ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
ลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตันในเส้นเลือด
ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยละลายไขมัน ทำให้ไขมันเกิดการแตกตัว ช่วยเพิ่มไขมันดี ( HDL )
ช่วยป้องกันการเกิดโรคหอบ ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
ช่วยขับปัสสาวะ
ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคเกาต์ ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อ
ช่วยป้องกันโรคหนังตากระตุก ช่วยลดอัตราการกระตุกของกล้ามเนื้อ

โทษของกาแฟ

กาเฟ มี คาเฟอีน คุณสมบัติคล้ายยาเสพติดแบบอ่อนๆ หากดื่มกาแฟเป็นประจำ ทำให้ติดกาแฟได้ หากไม่ได้ดื่มอาจจะรู้สึกมีความทุกข์มากขึ้น เมื่อร่างกายขาดกาเฟอีน การหยุดดื่มกาแฟอย่างกะทันหัน จะทำให้มีอาการปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนเพลีย และ ง่วงนอนได้
การดื่มเครื่องดื่มกาแฟที่มีน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น สำหรับผู้ป่วยเบาหวานต้องหลีกเลี่ยงกาแฟใส่น้ำตาล
การดื่มกาแฟ ทำให้หลับไม่สนิท ทำให้ช่วงเวลาที่หลับนั้นสั้นลง อาจทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ
การดื่มกาแฟ ทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ กาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยง
กาแฟ มีฤทธิ์ลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก การดื่มกาแฟควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง เพราะจะเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะได้
กาแฟ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และ ลดการดูดโซเดียม โพแทสเซียม และ แคลเซียมออกจากไต อาจเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสำหรับผู้หญิงได้
การดื่มกาแฟในริมาณมากๆ เป็นเวลานาน มีโอกาสเกิดการเป็นหมันได้
การดื่มกาแฟในระหว่างการตั้งครรภ์ ส่งผลทำให้อัตราเสี่ยงของการตายของทารกหลังคลอดเพิ่มมากขึ้น สตรีตั้งครรภ์ควรเพิ่มความระมัดระวังในการดื่มกาแฟ…

ต้นมะกอกสมุนไพรรสฝาดเปรียว

ต้นมะกอกสมุนไพรรสฝาดเปรียว สรรพคุณบำรุงร่างกาย

ตุลาคม 18, 2019 Sharee 0

ต้นมะกอกสมุนไพรรสฝาดเปรียว

ต้นมะกอกสมุนไพรรสฝาดเปรียว

ต้นมะกอกสมุนไพรรสฝาดเปรียว ต้นมะกอก พืชตระกลูมะม่วง สามารถขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ด มีถิ่นกำเนิดในเขตประเทศแถบเอเชียรวมถึงประเทศไทย มักพบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าแดง และ ป่าดิบแล้งทุกภาคของประเทศไทยด้วย เป็นไม้ยืน ลักษณะของต้นมะกอก มีดังนี้

ลำต้นมะกอก ลำต้นตั้งตรง ลักษณะกลม ความสูงประมาณ 25 เมตร ลำต้นแตกกิ่งก้าน เปลือกของลำต้นเป็นสีเทา ลักษณะเปลือกหนา เรียบ มีปุ่มปมเล็กน้อย มีรูอากาศตามลำต้น
ใบมะกอก เป็นใบประกอบ ลักษณะแบบขนนก มีชั้นเดียว เรียงสลับตามกิ่ง เนื้อใบหนา เป็นมัน ท้องใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบไม่เท่ากัน ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง
ดอกมะกอก ออกเป็นช่อ ลักษณะเป็นรูปถ้วย ดอกมะกอกออกที่ปลายกิ่ง และ ซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีครีม กลีบดอกเป็นรูปรี ปลายกลีบดอกแหลม ดอกมะกอกจะออกในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ผลมะกอก ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ ผลสดมีเนื้อฉ่ำน้ำ เป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีเหลืองอมสีเขียว หรือ สีเหลืองอ่อน รสเปรี้ยวจัด มีเมล็ดเดี่ยวขนาดใหญ่และแข็งมาก ภายในผล ผิวเมล็ดลักษณะเป็นเสี้ยนและขรุขระ

สรรพคุณของมะกอก

มะกอกสามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมาก ทั้งด้านาการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย รวมถึงนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายและความสวยงาม สามารถใช้ประโยชน์จาก เปลือก ใบ ผล เมล็ด โดยสรรพคุรของมะกอก มีดังนี้

เปลือกลำต้นมะกอก มีรสฝาดเย็นเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาเจียน ช่วยแก้อาการสะอึก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงทางเดินอาหาร แก้ท้องเสีย ช่วยสมานแผล แก้ปวดข้อ
ใบมะกอก มีรสฝาดเปรียว สรรพคุณบำรุงร่างกาย แก้หูอักเสบ แก้ปวดหู แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาอาการปวดท้อง รักษาอาการท้องเสีย
ผลมะกอก รสเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยแก้โรคขาดแคลเซียม แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ รักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้โรคน้ำกัดเท้า
เนื้อผลมะกอก มีรสเปรี้ยว สรรคุณช่วยแก้ธาตุพิการ รักษาอาการน้ำดีไม่ปกติ รักษากระเพาะอาหารพิการ
รากมะกอก มีรสฝาดเย็น สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับปัสสาวะ
เมล็ดของมะกอก สรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยแก้อาการสะอึก ช่วยขับปัสสาวะ

ประโยชน์ของมะกอก

การใช้ประโยชนืจากมะกอก โดยหลักๆจะนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นอาหารใช้รับประทานใบอ่อนเป้นผักสด และ ผลมะกอก ให้รสเปรี้ยว ใช้แต่งรสชทติของอาหาร นอกจากการนำมาทำเป็นอาหารรับประทานแล้ว ยางจากต้นมะกอกเป็นเมือก สามารถนำมาใช้ติดของแทนกวาได้ และ เนื้อไม้ของมะกอก เป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาทำไม้จิ้มฟัน ทำกล่องไม้ขีด ทำกล่องใส่ของ หีบศพ เป็นต้น และผลของมะกอกสามารถนำมาสกัดทำ น้ำมันมะกอก ได้

น้ำมันมะกอก ( Olive Oil ) คือ น้ำมันี่สามารถสกัดจากผลมะกอก สามารถนำน้ำมันมะกอก ใช้ทำอาหารได้ และ ยังนำน้ำมันมะกอกมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่ พลาสเตอร์ น้ำมันนวด วัสดุอุดฟัน เป็นต้น

น้ำมันมะกอก ชนิดบริสุทธิ์พิเศษ ( Extra Virgin Olive Oil ) มีคุณสมบัติมากกว่าน้ำมันมะกอกทั่วไป เนื่องจาก กระบวนการผลิตที่แตกต่าง ทำให้คงคุณค่าและสารอาหารจากมะกอกได้มาก น้ำมันมะกอก มีประโยชน์ต่อร่างกาย สารอาหารสำคัญที่พบในน้ำมันมะกอก เช่น กรดไขมันต่างๆ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

ช่วยลดความเสี่ยงโรคไขมันในเลือดสูง และ โรคหลอดเลือดหัวใจ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เป็นผลดีต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย
ช่วยลดน้ำหนัก น้ำมันมะกอกมีไขมันต่ำ ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีน้ำมันมะกอกมีน้ำหนักตัวที่ลดลงมากกว่าผู้ที่บริโภคอาหารไขมันต่ำตามมาตรฐานทั่วไป
ช่วยลดความดันโลหิต ในน้ำมันมะกอกช่วยลดความดันโลหิต และช่วยปรับปรุงการทำงานของหลอดเลือดหัวใจให้ดีขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงระดับที่ไม่รุนแรงมาก
รักษาอาการท้องผูก น้ำมันมะกอกใช้รักษาภาวะท้องผูก การถ่ายอุจจาระไม่สุด อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายลำบาก
มีสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ มี สารไลโคปีน ( Lycopene ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการต้านอนุมูลอิสระในระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยป้องกันโรคและการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียด
ช่วยบำรุงผิวพรรณ รักษาผิวแตกลาย น้ำมันมะกอกสามารถทำให้ผิวพรรณเกิดความชุ่มชื่น ทำให้การบำรุงผิวพรรณดี ให้เต่งตึงลดการเกิดผิวแตกลายในผู้หญิงตั้งครรภ์

โทษของมะกอก

น้ำมันมะกอก สามารถรับประทานได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม คือ วันละ 2 ช้อนโต๊ะ สูงสุดไม่เกิน 1 ลิตรต่อสัปดาห์
การใช้น้ำมันมะกอกบำรุงผิวหนัง หากใช้มากเกิดไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น
สำหรับสตรีมีครรภ์และกำลังให้นมบุตร ควรระมัดระวังในการใช้น้ำมันมะกอก และ ไม่บริโภคน้ำมันมะกอกมากเกินไป
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน น้ำมันมะกอกสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะๆ
สำหรับผู้ป่วนที่เข้ารับการผ่าตัด น้ำมันมะกอกอาจส่งผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดลด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระหว่างการผ่าตัด ควรหยุดใช้น้ำมันมะกอกประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด…

ต้นอะโวคาโดสรรพคุณเพียบประโยชน์เยอะ

ต้นอะโวคาโดสรรพคุณเพียบประโยชน์เยอะ

ตุลาคม 17, 2019 Sharee 0

ต้นอะโวคาโดสรรพคุณเพียบประโยชน์เยอะ

ต้นอะโวคาโดสรรพคุณเพียบประโยชน์เยอะ

ต้นอะโวคาโดสรรพคุณเพียบประโยชน์เยอะ ลำต้นของอะโวคาโด ลักษณะของลำต้นตั้งตรง เปลือกของลำต้นผิวขรุขระ สีน้ำตาลอ่อน ความสูงประมาณ 18 เมตร
ใบของอะโวคาโด ลักษณะรีเป็นรูปไข่ ใบมีสีเขียวสด ใบค่อนข้างหนา ผิวใบเรียบ เรียงสลับกันตามกิ่ง
ดอกอะโวคาโด ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกบริเวณปลายกิ่ง ดอกมีสีเขียวอมเหลือง ขนาดเล็ก
ผลอะโวคาโด ลักษณะรีเป็นรูปไข่ คล้ายผลสาลี่ ผิวของเปลือกเรียบ มีสีเขียว ภายในผลจะมีเนื้อมันและละเอียด สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองเข้ม ลักษณะคล้ายเนย
เมล็ดของอะดวคาโด อยู่ภายในผลของอะโวคาโด สีน้ำตาล หนึ่งผลมี 1 เมล็ด

คุณค่าทางโภชนาการของอะโวคาโด

คุณค่าทางโภชนาการของอะโวคาโดดิบ ขนาด 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง 160 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 8.53 กรัม น้ำตาล 0.66 กรัม กากใยอาหาร 6.7 กรัม ไขมัน 14.66 กรัม กรดไขมันอิ่มตัว 2.13 กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 9.8 กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 1.82 กรัม โปรตีน 2 กรัม น้ำ 73.23 กรัม วิตามินเอ 7 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 42 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 271 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.067 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.13 มิลลิกรัม วิตามินบี3 1.738 มิลลิกรัม วิตามินบี5 1.389 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.257 มิลลิกรัม วิตามินบี9 81 ไมโครกรัม วิตามินซี 10 มิลลิกรัม วิตามินอี 2.07 มิลลิกรัม วิตามินเค 21 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 12 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.55 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.142 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 52 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 485 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 7 มิลลิกรัม ธาตุสังกะสี 0.64 มิลลิกรัม และ ธาตุฟลูออไรด์

สรรพคุณของอะโวคาโด

ช่วยชะลอวัย อะโวคาโดมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกกันเซลล์ต่างๆในร่างกายถูกทำลาย
ช่วยบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากมีวิตามินอีสูง ทำให้ลดริ้วรอย ก่อนวัย ช่วยให้ผิวชุมชื้น เปล่งปลั่ง
ช่วยบำรุงสายตา เนื่องจากมีเบต้าแคโรทีนสูง
ช่วยลดคอเลสเตอรัลในเส้นเลือด เนื่องจากมีกรดไขมันชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก ป้องกันโรคหัวใจได้ดี
ช่วยป้องกันโรคหวัด และ โรคเลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากมีวิตามินซีสูง
มีประโยชน์ต่อสตรีมีครรภ์ เนื่องจากมีโฟเลทสูง เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์
ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา และ โรคปากนกกระจอก เนื่องจากมีวิตามินบี1-บี9
ช่วยบำรุงสมอง เพราะ อะโวคาโดอุดมไปด้วย DHA ช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง
ช่วยบำรุงเส้นผม น้ำมันอะโวคาโด นำมาใช้นวดศีรษะ ช่วยเร่งให้ผมยาวเร็วขึ้น

โทษของอะโวคาโด สำหรับอะโวคาโด ความเป็นพิษ อาการแพ้จากการกินอะโวคาโดเรียก latex-fruit syndrome การแพ้ลาเท็กซ์ ทำให้เกิดอาการ เช่น ลมพิษ ผื่นคัน ปวดท้อง อาเจียน หรือ อาจอันตรายทำให้เสียชีวิตได้  ผลดิบอะโวคาโดไม่สามารถรับประทานได้ เนื่องจาก มีสารแทนนินในปริมาณมาก มีรสขม หากรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ปวดศีรษะ ดังนั้น ควรรับประทานผลสุกอะโวคาโด…

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย❤ ป้องกันมะเร็ง

ตุลาคม 16, 2019 Sharee 0

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว ลำต้นตะลิงปลิง ลักษณะลำต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 8 เมตร มีใบจำนวนมาก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะยม เปลือกลำต้นสีน้ำตาล แต่ผิวเปลือกลำต้นเรียบ เนื้อไม้ไม่แข็ง ค่อนข้างเปราะ กิ่งหักง่าย
ใบตะลิงปลิง ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ ลักษณะใบรีปลายใบแหลม คล้ายหอก ใบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีส้มแดง ใบแก่สีเขียวสด
ดอกตะลิงปลิง ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกตามลำต้น และ โคนกิ่ง ช่อดอกมีสีน้ำตาลอมม่วง กลีบดอกมีสีแดงอมม่วง
ผลตะลิงปลิง ลักษณะทรงกลมรียาว เป็นทรงกระบอก ผลอ่อนสีเขียวสด เนื้อในผลสีเขียวอ่อนอมขาว ส่วนผลสุกสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว
เมล็ดตะลิงปลิง อยู่ภายในผลตะลิงปลิง เมล็ดสีน้ำตาล เมล็ดเป็นทรงกระบอกแบน

สรรพคุณของตะลิงปลิง

ผลตะลิงปลิง สรรพคุณบำรุงร่างกาย ป้องกันมะเร็ง ช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยขับสารพิษ แก้ไอ แก้คออักเสบ ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาโรคหอบหืด รักษาแผลร้อนใน เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาสิว รักษาฟ้า รักษากะ และ รักษาผิวด่างดำ ช่วยรักษาตาอักเสบ
ดอกตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ไอ บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว ลดรอยกะ ลดรอยฟ้า และ รักษารอยด่างดำ
ใบตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยแก้ผดผื่นคัน รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลฝี ช่วยรักษาสิว แก้ท้องเสีย ช่วยลดไข้ รักษาโรคซิฟิลิส และ แก้ปวดตามข้อกระดูก
เมล็ดตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับพยาธิ แก้ท้องอืด และ ช่วยขับลม
เปลือกลำต้นตะลิงปลิง และ แก่นไม้ตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคผิวหนัง
รากตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหาย ช่วยลดไข้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้อาการคันตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง ช่วยรักษาแผล

โทษของตะลิงปลิง ตะลิงปลิง เป็นผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งการกินอาหารเปรี้ยวจัด ส่งเสียต่อสุขภาพของฟัน ทำให้ฟันกันกล่อนง่าย ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และทำให้บาดแผลหายช้า

No Image

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ ตับ และ ม้าม และอื่นๆอีกมากมาย

ตุลาคม 15, 2019 Sharee 0

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ

ตังกุยสมุนไพรบำรุงหัวใจ ต้นตังกุย เป็นพืชล้มลุก ที่มีถื่นกำเนิดในประเทศจีน เป็นพืชที่ยายุยืนยาว มีกลิ่นเฉพาะตัวพบแพร่หลายในพื้นที่ป่าดิบในเขตเขาสูง นอกจากนี้ยังพบในประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศเกาหลี

รากตังกุย ลักษณะอวบ เป็นทรงกระบอก อยู่ใต้ดิน มีรากแขนงหลายราก ผิวด้านนอกของรากสีน้ำตาลอมเหลือง ส่วนเนื้อสีเหลืองและมีรูพรุน แกนเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมแรง รสหวานอมขม
ลำต้นตังกุย ความสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกลำต้นหนา มีร่องเล็กน้อย มีเหง้าหรือรากอยู่ใต้ดิน
ใบตังกุย ลักษณะเป็นใบเดี่ยว มีหยักลึก รูปทรงไข่ ใบมีก้านเห็นได้ชัดเจน ใบหยักเหมือนฟันเลื่อย โคนแผ่เป็นครีบแคบๆ ใบสีเขียวอมม่วง
ดอกตังกุย ลักษณะเป็นช่อ ออกช่อตามยอดของลำต้น และ ง่ามใบ ดอกเป็นสีขาวหรือสีแดงอมม่วง ดอกตังกุยออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
ผลตังกุย ลักษณะของผลเป็นผลแห้ง ขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร ดอกด้านข้างมีปีกบางๆ และมีท่อน้ำมันตามร่อง ผลของตังกุยให้ผลประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ของทุกปี

สรรพคุณของตังกุย

บำรุงหัวใจ ตับ และ ม้าม ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
บำรุงเลือด เป็นยาบำรุงเลือด ฟอกเลือด รักษาโรคโลหิตจาง รักษาภาวะเลือดพร่อง ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และช่วยสลายเลือดคั่ง
บำรุงผิวพรรณ ช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งของผิว ทำให้ผิวมีน้ำมีนวล
บำรุงร่างกาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย
บำรุงสมอง บำรุงตับ แก้ปวดหัว แก้เวียนหัว ช่วยเรื่องความจำ ไม่ให้หลงลืมง่าย
แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไอ แก้หอบหืด แก้ปวดท้อง แก้ปวดข้อ
ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยในการขับถ่าย แก้ท้องผูก แก้บิด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด
แก้ปวดประจำเดือน ลดอาการปวดท้องจากประจำเดือน ช่วยควบคุมรอบเดือนให้ปกติ แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ
สำหรับสตรีหลังคลอด ทำให้ช่องคลอดแห้ง ช่วยเสริมฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ช่วยขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ แก้อาการตกเลือด
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
รักษาแผล รักษาแผลฟกช้ำ แผลฝีหนอง และ แผลเน่าเปื่อย
โทษของตังกุย

การใช้ประโยชน์จากตังกุย มีข้อควรระวัง โดยห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์ และ ผู้ป่วยที่มีระบบขับถ่ายไม่ดี ท้องเสียบ่อย ร้อนใน หรือ มีประวัติการอาเจียนเป็นเลือด…

No Image

กัญชาพืชมหัศจรรย์ สรรพคุณ และโทษของกัญชา

ตุลาคม 13, 2019 Sharee 0

กัญชาพืชมหัศจรรย์

กัญชาพืชมหัศจรรย์  🎇🎇🎇

กัญชาพืชมหัศจรรย์ กัญชา พืชที่มีทั้งประโยชน์และโทษ มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทและเป็นยารักษาโรคได้ ลักษณะของต้นกัญชา เป็นอย่างไร สรรพคุณของกัญชา ช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับ ช่วยเจริญอาหาร โทษของกัญชา มีอะไรบ้าง

สรรพคุณของกัญชา

สำหรับการใช้ประโยชนืจากกัญชา ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก เมล็ด ใบ ดอก หรือ ทั้งต้น สรรพคุณของกัญชา มีดังนี้

เมล็ดกัญชา สรรพคุณเป็นยาชูกำลัง ช่วยเจริญอาหาร แก้ปวดท้อง แก้ท้องร่วง แก้กระหายน้ำ เป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี
ยอดอ่อนใบกัญชา สรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท ทำให้นอนหลับ แก้บปวด
ดอกกัญชา สรรพคุณช่วยผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับเสมหะ
ใบกัญชา สรรพคุณบำรุงกำลัง รักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลม
ทั้งต้นกัญชา สรรพคุณช่วยให้ประจำเดือนมาตามปรกติ รักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกลือน รักษากล้ามเนื้อกระตุก
โทษของกัญชา

กัญชา มีทั้งประโยชน์และโทษ การสูบกัญชาทำให้เกิดการเสพติด ทำลายระบบประสาทและสมอง ซึ่งการใช้ประโยชน์จากกัญชา ต้องเลือกใช้เฉพาะส่วนที่มีประโยชน์ โทษของกัญชา มีดังนี้

การเสพกัญชา ส่งผลต่อระบบประสาทและสมอง ผู้เสพกัญชาจะมีอาการ คล้ายเมาเหล้า เซื่องซึม และ ง่วงนอน หากเสพในปริมาณมากติดตอกันนานๆ จะเกิดอาการหลอน เห็นภาพลวงตา หูแว่ว หวาดระแวง ความคิดสับสน และควบคุมตัวเองไม่ได้
การเสพกัญชา ผู้เสพบางราย อาจสูญเสียความทรงจำได้ บางคนมีปัญหาเรื่องการทรงตัว กัญชามีฤทธิ์ทำลายสมรรถภาพทางกาย
การเสพกัญชาทำให้เสื่ิมสมรรถภาพทางเพศ ทำลายความรู้สึกทางเพศ ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเพศชายลดลง…

1 2 3 4 5 10