No Image

สมุนไพรกรวย

สิงหาคม 1, 2019 Sharee 0

สมุนไพรกรวย

สมุนไพรกรวย

สมุนไพรกรวย ต้นกรวย จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงได้ประมาณ 10-25 เมตร โคนต้นเป็นพอน มักมีรากค้ำยันบริเวณโคนต้น เรือนยอดมีลักษณะแคบยาวหรือเป็นรูปกรวยคว่ำ กิ่งแตกเกือบตั้งฉากกับลำต้น ปลายกิ่งห้อยลู่ลง เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ เล็กน้อย เป็นสีน้ำตาลหรือเทา เมื่อสับเปลือกจะมียางใสสีแดงไหลออกมามาก ตามเปลือกและกิ่งจะมีช่องอากาศทั่วไป ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง พรรณไม้ชนิดนี้มีเขตการกระจายพันธุ์ในศรีลังกา หมู่เกาะอันดามัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายพันธุ์ทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ โดยมักขึ้นตามป่าดิบชื้นริมน้ำหรือบนที่ราบตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองตอนที่ติดต่อกับทะเล

ใบกรวย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร เส้นแขนงใบมีข้างละ 10-18 เส้น เป็นเส้นตรงขนานกัน ปลายเส้นโค้งขึ้นเลียบขอบใบ แผ่นใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีนวล ก้านใบยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตรดอกกรวย ดอกแยกเพศอยู่ต้นเดียวกัน โดยจะออกเป็นช่อแยกแขนงตามซอกใบ ยาวประมาณ 10-16 เซนติเมตร มีขน ช่อดอกเพศผู้จะแตกแขนงแผ่กว้างกว่าช่อดอกเพศเมีย ดอกมีขนาดเล็กมากและมีจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อนและมีกลิ่นหอม ออกชิดกันแน่นเป็นกลุ่ม ๆ ตามแขนงช่อดอก วงกลีบรวมติดกัน ส่วนบนแยกเป็น 2 กลีบ ดอกเพศผู้จะมีเกสรเพศผู้ 6-10 อัน ส่วนดอกเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ ออกดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนผลกรวย ผลมีลักษณะกลมเป็นผลแบบมีเนื้อ ออกเป็นพวง พวงละประมาณ 2-5 ผล ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ผนังผลหนา เมื่อสุกผลจะเป็นสีส้มหรือสีแดงอมส้ม ก้านผลมีขนาดยาวประมาณ 0.8-1.1 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่สีน้ำตาล แข็ง และมีขนาดใหญ่ เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นสีแดงอมส้ม หุ้มเมล็ดมิดชิดโดยรอบหรือเปิดเป็นช่องเล็ก ๆ ที่ส่วนบน ออกผลในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน บาคาร่า

สรรพคุณของกรวย
ชาวมาเลเซียจะใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเดือด ใช้เป็นยากลั้วปากและคอ แล้วบ้วนทิ้งเพื่อช่วยบำบัดอาการเจ็บคอได้ดี (เปลือกต้น) (บางข้อมูลระบุว่า ให้ใช้น้ำยางจากเปลือกต้น)
เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต (เปลือกต้น)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com…

No Image

ยาสมานแผลสมุนไพรอย่างดี

กรกฎาคม 28, 2019 Sharee 0

ยาสมานแผลสมุนไพรอย่างดี

ยาสมานแผลสมุนไพรอย่างดี

ยาสมานแผลสมุนไพรอย่างดี เต็งหนาม มีชื่อเรียกอื่นว่า เปาหนาม (ลำปาง), ฮังหนาม (นครพนม), รังโทน (นครราชสีมา), เต็งหนาม (ราชบุรี), จาลีลึกป๊วก (เขมร-สุรินทร์), ว้อโบ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เป็นต้น

ลักษณะของเต็งหนาม
ต้นเต็งหนาม จัดเป็นพรรณไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นผลัดใบ ลำต้นตั้งตรง มีความสูงได้ถึง 20 เมตร เรือนยอดไม่แน่นอน เปลือกต้นอ่อนเป็นสีเทาอ่อนหรือสีน้ำตาลเทา ผิวเรียบ ส่วนต้นแก่เปลือกต้นจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ แตกเป็นร่องยาวและมีหนามแข็งขนาดใหญ่ขึ้นบริเวณลำต้น พบขึ้นทั่วไปในป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ที่โล่งแจ้ง และที่รกร้างว่างเปล่า ทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ระดับความสูงประมาณ 600-1,100 เมตร

ใบเต็งหนาม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-9 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร ขนาดใบที่ปลายกิ่งจะมีขนาดเล็กลงกว่าใบที่อยู่ถัดใบ ใบเรียงตัวในแนวระนาบ ยอดอ่อนมีขนสีเทา แต่ใบแก่ด้านบนเกลี้ยง ยกเว้นบนเส้นใบ ส่วนด้านล่างมีขนหรือเรียบเกลี้ยง มีเส้นใบข้างตรงและขนานกัน 16-24 คู่ เส้นใบข้างจรดกับเส้นใบย่อยที่ขอบใบ เนื้อใบหนา ท้องใบมีขนนุ่มสีขาว ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลออกชมพูก่อนทิ้งใบ ก้านใบยาวประมาณ 0.6-1.2 เซนติเมตร ไม่มีต่อม มีหูใบแหลมขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร หลุดร่วงได้ง่าย บาคาร่า

ดอกเต็งหนาม ออกดอกเป็นช่อเชิงลดแยกแขนงตามซอกใบ และมักออกตามปลายยอดกิ่งที่ใบหลุดร่วงเป็นส่วนใหญ่ ช่อดอกมีลักษณะยาวเรียว ช่อแน่น มีดอกย่อยจำนวนมากประมาณ 8-15 ดอก ดอกมีขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศ กลีบดอกเป็นสีเขียวหรือสีเขียวออกเหลือง อาจพบที่มีประสีส้มหรือสีแดงบ้าง กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายแตกออกเป็นซี่ ๆ ก้านดอกมีลักษณะอ้วน ขนาดสั้นกว่า 2 มิลลิเมตร ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ แต่เกสรเพศเมียเป็นหมันเชื่อมเป็นแท่งตรงกลางดอก ขนาดประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร ปลายแท่งแผ่ออกเป็น 5 อับเรณู ส่วนดอกเพศเมียมีก้านชูเกสร 2 อัน ที่ปลายแยก รังไข่มีขนาดเล็กกว่า 1.5 มิลลิเมตร มีส่วนของหมอนรองดอกเป็นรูปคนโทปิดไว้ ส่วนกลีบเลี้ยงหนา มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีขนาดประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ออกดอกในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน

ผลเต็งหนาม ผลเป็นผลสด ฉ่ำน้ำ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือรูปไข่ แข็งและไม่แตก มีขนาดประมาณ 0.5-0.9 เซนติเมตร ผลเมื่ออ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีดำหรือสีฟ้าอมม่วง เนื้อในบาง เป็นผลเมล็ดเดียว เมล็ดค่อนข้างกลม มีสีน้ำตาลแดง ขนาดประมาณ 0.4-0.5 เซนติเมตร จะติดผลในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม

สรรพคุณของเต็งหนาม
ตำรายาไทยจะใช้เปลือกต้นเต็งหนาม นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาฝาดสมานอย่างแรง และใช้รากเข้ายาสมานท้อง แก้บิด แก้ท้องร่วง และใช้เป็นยาห้ามเลือด (เปลือกต้น, ราก)
ยาพื้นบ้านทางภาคอีสานจะนำเปลือกต้นเต็งหนามมาปิ้งไฟ แล้วแช่น้ำเกลือ ใช้ดื่มเป็นยาแก้ท้องร่วง (เปลือกต้น)
ตำรายาอายุรเวทของอินเดียจะนำใบเต็งหนามมาต้มกินเป็นยารักษาบิด และใช้ใบเป็นยารักษาโรคติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ (ใบ)
น้ำต้มจากเปลือกใช้กินเป็นยาสลายนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (เปลือกต้น)
เปลือกต้นใช้ต้มกินเป็นยาคุมกำเนิดสำหรับสตรี (เปลือกต้น)
ใบเต็งหนามใช้ร่วมกับพืชอื่นและน้ำมันละหุ่ง น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันขิง ใช้เป็นยาทารักษาแผล (ใบ)
เปลือกต้นใช้ตำผสมกับผักเสี้ยนผีทั้งต้น และหัวแห้วหมู ทำเป็นลูกประคบแก้ปวดหัวเข่า (เปลือกต้น)
ยางจากเปลือกต้นนำมาผสมกับน้ำมันงา ใช้เป็นยาทาถูนวดแก้อาการปวดข้อ (ยางจากเปลือกต้น)
ในประเทศศรีลังกาจะใช้เปลือกต้นและรากเต็งหนามเป็นยารักษาโรคข้อรูมาติซึม และใช้เป็นยาฝาดสมาน (เปลือกต้น, ราก)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com…

No Image

สมุนไพรปอพรานแก้ท้องเสีย

กรกฎาคม 27, 2019 Sharee 0

สมุนไพรปอพรานแก้ท้องเสีย

สมุนไพรปอพรานแก้ท้องเสีย

สมุนไพรปอพรานแก้ท้องเสีย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ปอพาน (เชียงใหม่), ปอปาน ปอพราน (นครราชสีมา), ปอที (อุบลราชธานี), ปอขี้ตุ่น (อุตรดิตถ์), ขี้หมาแห้ง (สุโขทัย), ปอพราน (จันทบุรี) เป็นต้น

ลักษณะของปอพราน
ต้นปอพราน จัดเป็นพรรณไม้พุ่ม มีความสูงได้ประมาณ 1-2 เมตร เปลือกต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลปนเทา ทุกส่วนมีขนยาวขึ้นปกคลุม มีเขตการกระจายพันธุ์ในภูมิภาคอินโดจีนและอินโดนีเซีย ในประเทศไทยพบขึ้นทั่วทุกภาค ตามที่โล่งในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าละเมาะ ชายป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น หรือตามที่รกร้างทั่วไป ที่ความสูงไม่เกิน 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล

สรรพคุณของปอพราน
ที่ประเทศลาวจะใช้ทั้งต้นปอพราน นำมาต้มเป็นยารักษาโรคบิด แก้ท้องเสีย (ทั้งต้น) บาคาร่า
ยาพื้นบ้านจะใช้ผลปอพราน นำไปผสมกับเหง้าดองดึงและเปลือกต้นตูมกาขาว คลุกข้าวทำเป็นยาสำหรับเบื่อสุนัข (ผล)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

 …

น้ำนมราชสีห์

น้ำนมราชสีห์ (Garden spurge) สุดยอดสมุนไพรดีๆข้างถนน ที่ไม่ควรมองข้าม

มิถุนายน 14, 2019 Sharee 0

น้ำนมราชสีห์ (Garden spurge) สุดยอดสมุนไพรดีๆข้างถนน ที่ไม่ควรมองข้าม

น้ำนมราชสีห์ เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งค่ะ เกิดขึ้นทั่วไปตามที่รกร้าง ชายป่า ท้องนา และในพื้นที่โล่งในป่าทั่วไป แม้ว่าชื่อจะฟังดูไม่คุ้นเท่าไหร่

 เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นมีขนสีน้ำตาลปนเหลือง ใบเรียงตรงข้าม ใบเดี่ยว รูปรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบเบี้ยวเล็กน้อย ขอบใบหยักฟันเลื่อย บาคาร่า ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน ดอกช่อออกตามซอกใบ ใบประดับเป็นรูปถ้วยสีเขียว แม้จะดูเป็นต้นไม้ต้นหญ้าทั่วไป แต่มีประโยชน์ทางยาไม่น้อยเลยนะคะ

เรามาดูกันค่ะ จะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

– แก้บิดมูกเลือด ใช้ทั้งต้นแห้ง 15-25 กรัม ผสมน้ำตาลทราย

– ช่วยแก้อาการท้องผูก ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน

– แก้เบาขัด หนองใน ปัสสาวะเป็นเลือด ใช้ต้นสด 30-60 กรัม ผสมน้ำดื่มวันละ 2 ครั้ง

– แก้ฝีมีหนองลึกๆ ใช้ใบสด 1 กำมือ ผสมเกลือและน้ำตาบทรายแดงอย่างละเล็กน้อยตำพอก

– แก้ฝีในปอด ใช้ต้นสด 1 กำมือ ตำคั้นเอาน้ำครึ่งแก้ว ผสมน้ำดื่ม

– แก้ฝีที่เต้านม ใช้ต้นสด 60 กรัม รวมกับเต้าหู้ 120 กรัม ต้มรับประทาน ใช้ต้นสด 1 กำมือ ผสมเกลือเล็กน้อย ตำผสมน้ำร้อนเล็กน้อยพอกบริเวณที่เป็น

– แก้เด็กเป็นตานขโมย (ผอม พุงโร ก้นปอด) ใช้ต้นสด 30 กรัม กับตับหมู 120 กรัม ตุ๋นรับประทาน

– แก้เด็กศีรษะมีแผลเปื่อยเน่า มีน้ำเหลือง ใช้ต้นสด 1 กำมือ ต้มเอาน้ำชะล้างแผล

– แก้ขาเป็นกลาก เน่าเปื่อย ใช้ต้นสด 100 กรัม แช่ในแอลกอฮอล์ 75% จำนวน 500 มิลลิลิตร 3-5 วัน เอาไว้ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ

– แก้บาดแผลมีเลือดออก ใช้ใบสดขยี้หรือตำพอกแผลห้ามเลือด

– ยางใช้กัดหูด ตาปลา ใช้ยางขาวทาที่เป็นบ่อยๆ

– ขับน้ำนม นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน

– บำรุงกำลัง ช่วยดับร้อน แก้พิษ แก้ชื้น สงบประสาทและช่วยทำให้นอนหลับได้สนิท นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน

– ช่วยแก้อาการไอ ช่วยแก้หืด แก้หืดไอ หายใจขัดเนื่องจากหืด ช่วยแก้อาการแพ้อากาศ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง นำทั้งต้นมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.youtube.com

บอกลาปัญหาผมขาว

บอกลาปัญหาผมขาว (grey hair)ด้วยสมุนไพรที่ใกล้ตัวจนคาดไม่ถึง!

มิถุนายน 5, 2019 Sharee 0

บอกลาปัญหาผมขาว (grey hair)ด้วยสมุนไพรที่ใกล้ตัวจนคาดไม่ถึง!

บอกลาปัญหาผมขาว

ใครๆก็อยากมีเรือนผมที่ดกดำ พริ้ว สลวย สวย ด้วยกันทั้งนั้นแหละเนอะ แต่จะด้วยวัย หรือความผิดปกติใดก็ตามแต่ ที่อาจทำให้เส้นผมดำขลับกลับต้องมี ผมขาว เข้ามาแทรกเข้ามาแซมเนี่ย คงสร้างความหงุดหงิดใจให้ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกับสาวๆ บาคาร่า ผมสีดอกเลา ที่ไม่ได้เกิดเพราะความตั้งใจตามเทรนด์แฟชั่นสีผม คงไม่ทำให้สาวเจ้าพอใจสักเท่าไรค่ะ หากใครกำลังประสบ ปัญหาผมขาว เช่นนี้อยู่ล่ะก็วันนี้เรามีทางออกดีๆ ด้วย สมุนไพร มาฝากกัน ที่จะทำให้ปัญหาต่างๆ นั้น กลายเป็นอดีตที่คุณลืมไปได้เลยค่ะ!

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. ตะไคร้ 5 ต้น
2. หอมหัวใหญ่ 1 หัว
3. น้ำ 250 มล.

วิธีทำ
นำตะไคร้และหัวหอม มาล้างให้สะอาด และตัดเป็นชิ้นๆแล้วปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วกรองเอาแต่น้ำค่ะ

วิธีการหมักผม
จะต้องทำให้ผมเปียกหมาดๆก่อนค่ะ แล้วชโลมส่วนผสมสำหรับหมักให้ทั่ว แล้วเอาผ้าขนหนูมาพันไว้ให้หนังศีรษะอุ่น เพราะเส้นเลือดกับรูขุมขนจะได้ขยายตัว สารอาหารจะได้ แทรกลงสู่เข้าไป บำรุงรากผมได้สะดวกค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 20-25 นาที แล้วจึงสระผมออกด้วยแชมพูตามปกติ แนะนำให้ทำ3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 3 เดือนจะช่วยให้ผมที่หงอกและแตกปลายมีสุขภาพดีขึ้น บำรุงเส้นผมให้ดำเงางาม นุ่มสลวยเป็นธรรมชาติ ตะไคร้และหอมหัวใหญ่เป็นพืชพื้นบ้านที่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งที่เป็นต้นสด และในแบบเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.youtube.com

No Image

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

พฤษภาคม 31, 2019 Sharee 0

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

วิธีบรรเทาอาการ ปวดฟันด้วยตนเองและยาแก้ปวดฟัน

อาการปวดฟันเป็นอาการทีทราบกันดีว่าเป็นอาการที่สร้างความทรมานและสร้างความรู้สึกรำคาญได้ในเวลาเดียวกัน ยา แก้ปวดฟัน จึงอาจเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนเลือกใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อรักษาและบรรเทาอาการปวดฟันได้เองด้วยของใช้ในครัวเรือน ซึ่งในบทความนี้ได้รวบรวมยาแก้ปวดฟันที่สามารถหาซื้อได้ใกล้บ้าน รวมถึงวิธีการรักษาอาการปวดฟันโดยไม่ต้องพึ่งยามาให้ได้ศึกษากัน

อาการปวดฟันเป็นอาการผิดปกติภายในช่องปากที่เกิดได้จากหลายเหตุ อย่างฟันผุ ฟันแตก การอักเสบ การติดเชื้อ หรือแม้แต่ขาดสุขอนามัยที่ดี ซึ่งสาเหตุของอาการปวดฟันเหล่านี้อาจเกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง การแปรงฟันที่ไม่สะอาด หรือการใช้ยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ เป็นต้น

วิธีแก้ปวดฟันที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

ยาแก้ปวดฟันส่วนใหญ่นั้นสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยา โดยยาที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้มี ดังนี้

ไอบูโพรเฟน ผู้ใหญ่รับประทานยาไอบูโพรเฟนปริมาณ 200-400 มิลลิกรัมทุก 4-6 ชั่วโมง
พาราเซตามอล ผู้ใหญ่รับประทานยาพาราเซตามอลชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 325-1,000 มิลลิกรัมทุก 4-6 ชั่วโมง เด็กรับประทานยาพาราเซตามอลปริมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวต่อกิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงและไม่ควรรับประทานเกิน 5 ครั้งต่อวัน
นาพรอกเซน ผู้ใหญ่รับประทานยานาพรอกเซนชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 550 มิลลิกรัมทุก 12 ชั่วโมง หรือรับประทานยานาพรอกเซนชนิดออกฤทธิ์ทันทีปริมาณ 275 มิลลิกรัมทุก 6-8 ชั่วโมง
เบนโซเคนชนิดทา ใช้ยาเบนโซเคนชนิดทารูปแบบเจลความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ทาบริเวณที่มีอาการปวด 4 ครั้งต่อวัน โดยยาเบนโซเคนนั้นมีความเข้มข้นของยาชาแตกต่างกันไป จึงควรขอคำแนะนำจากแพทย์ถึงปริมาณและความถี่ในการทายาก่อนการใช้
อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

วิธีบรรเทาอาการ

วิธีแก้ปวดฟันโดยไม่พึ่งยา

วิธีแก้ปวดฟันโดยไม่รับประทานยาอาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยา หรือนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดชั่วคราวในกรณีที่ไม่สามารถหายาได้ โดยวิธีแก้ปวดฟันที่สามารถทำเองได้ที่บ้านมี ดังนี้

1.ประคบเย็น
ใช้ผ้าขนหนูผื่นเล็กห่อน้ำแข็งหรือถุงน้ำแข็งและประคบเย็นบริเวณที่ปวดฟันราว 20 นาที และทำซ้ำอีกครั้งในช่วง 2-3 ชั่วโมง โดยความเย็นนั้นจะไปช่วยลดการอักเสบและบวมบริเวณนั้น

2.บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ
น้ำเกลือนั้นมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค สมานแผลในปาก ต้านการอักเสบ และยังช่วยชะล้างคราบหรือเศษอาหารตามซอกฟันที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดฟันได้ โดยนำเกลือป่น 2 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นหนึ่งแก้วสำหรับใช้บ้วนปาก

3.ใช้ไหมขัดฟัน
การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดช่องปากหากใช้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยกำจัดเศษอาหารที่ติดในซอกฟันบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึงได้ นอกจากนี้ ไหมขาดฟันยังอาจช่วยลดคราบพลัคที่เป็นสาเหตุของหินปูนด้วย

4.รักษาด้วยสมุนไพร
สมุนไพรนั้นนับว่าเป็นยาแก้ปวดฟันจากธรรมชาติ โดยสมุนไพรที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ เช่น ใบฝรั่งมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ลดการอักเสบ วิธีการใช้เริ่มต้นด้วยการนำใบฝรั่งไปล้างให้สะอาดแล้วนำมาเคี้ยวหรือนำไปบดและต้มในน้ำเดือดเพื่อใช้ในการบ้วนปาก น้ำมันกานพลูมีสารฆ่าเชื้อโรคจากธรรมชาติสามารถนำมาหยดใส่ก้อนสำลีและทาบริเวณที่ปวดหรือใช้ผสมกับน้ำสะอาดเพื่อใช้บ้วนปากช่วยในลดอาการปวดและการอักเสบ กระเทียมออกฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดและฆ่าเชื้อโรคภายในปาก นำมารักษาด้วยวิธีการเคี้ยวอย่างช้า ๆ หรือนำมาบดและทาบริเวณที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
การรักษาเหล่านี้เป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการปวดฟันเท่านั้น ไม่สามารถรักษาอาการติดเชื้อหรือรักษาโรคได้ อาการปวดฟันอาจเป็นสัญญาณของผิดปกติภายในช่องปาก จึงควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้ที่ทราบว่าตนเองมีโรคประจำตัว ควรดูแลตนเองตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาอาการปวดฟันคือการป้องกันการปวดฟันไม่ให้เกิดขึ้น ด้วยการดูแลช่องปากและฟันให้สะอาดและดีอยู่เสมอ อย่างแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ใช้ไหมขัดฟันเพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบพลัค รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำเพื่อสุขภาพปากที่ดี

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.pobpad.com

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร โทษและสรรพคุณ มีอะไรบ้าง เป็นอย่างไร

กุมภาพันธ์ 23, 2019 Sharee 0

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร นิยมรับประทานผลของมังคุด ประโยชน์ของมังคุด สรรพคุณของมังคุด ช่วยสมานแผล แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ลดอาการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย เปลือกมังคุดนำมาทำเครื่องสำอางค์ได้

มังคุด ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณ ช่วยสมานแผล แก้ท้องเสีย ท้องร่วง ลดอาการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย มังคุด ภาษาอังกฤษ เรียก Mangosteen มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia mangostana Linn. ชื่ออื่นของมังคุด เช่น แมงคุด เมงค็อฟ เป็นต้น

มังคุด ผลไม้

สรรพคุณด้านสมุนไพรไทยของมังคุด

นำเปลือกมาใช้ประโยชน์ ซึ่งสรรพคุณของเปลือกมังคุดมี ดังนี้

รักษาโรคท้องเสียเรื้อรัง และโรคลำไส้ โดยใช้เปลือกมังคุดครึ่งผลต้มกับน้ำรับประทานครั้งละ 1 แก้ว
รักษาอาการท้องเดิน ท้องร่วง โดยเปลือกมังคุต้มกับน้ำปูนใส ในเด็กให้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชาทุก 4 ชั่วโมง ในผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชั่วโมง
รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกผลสดหรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใส ทาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง วันละ 2-3 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด

รับประทานสดเป็นผลไม้หรือทำเป็นน้ำผลไม้อย่าง น้ำมังคุดและน้ำเปลือกมังคุด
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย
มีฤทธิ์ในการจับอนุมูลอิสระต่าง ๆ ได้มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส แข็งแรง
ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง
ช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์
เปลือกมังคุดมีสารช่วยป้องกันเชื้อราจึงเหมาะแก่การหมักปุ๋ย
นำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด เป็นต้น
นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ทอฟฟี่มังคุด
มังคุดมีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรังจากสิวและอาการแพ้
นำมาแปรรูปเป็นสบู่เปลือกมังคุด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่นเต่า รักษาสิวฝ้า บรรเทาอาการของโรคผิวหนัง
โทษของมังคุด

ในมังคุดมีสารแซนโทน (Xanthone) ในปริมาณมาก แม้จะมีส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง และอาการแพ้ต่าง ๆ แต่ก็ยังขาดข้อมูลในการสนับสนุนว่ามังคุดจะสามารถรักษาอาการต่าง ๆ เหล่านี้ได้จริง ถึงแม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาความเป็นพิษในมนุษย์ แต่ก็พบอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่างในแต่ละบุคคล เช่น มีอาการผิวหนังบวมแดง เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว ปวดศีรษะ ปวดบริเวณข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ลำไส้แปรปรวน เป็นต้น

นอกจากนี้มังคุดยังมีสารแทนนิน (Tannin) ที่อยู่ในเปลือกของมังคุด หากบริโภคมากเกินไปและต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดเป็นพิษต่อตับ ไต การเกิดมะเร็งในร่องแก้ม ในทางเดินอาหารส่วนบน และยังไปลดจำนวนของเม็ดเลือดขาวจนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลงจากปกติ

มังคุดในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกมังคุดมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ไปสู่ในหลายๆประเทศทั่วโลกเช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเนเธอแลนด์ โดยมีมูลค่าการส่งออกปีละมากกว่า 1,500 ล้านบาท มังคุดที่ถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมีทั้งในรูปของผลสดและมังคุดแปรรูป ภาคใต้จัดเป็นแหล่งปลูกมังคุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถผลิตมังคุดที่มีคุณภาพดีและมีรสชาติดีเมื่อเทียบกับมังคุดในภูมิภาคอื่นของประเทศ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จากการที่มังคุดมีเอกลักษณ์ทั้งในรูปร่างของผลที่สวยงาม และมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว เป็นที่ชื่นชอบของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจนได้รับฉายาว่า “Queen of Fruits” ในปัจจุบันมังคุดจึงจัดเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูงในการส่งออกของประเทศไทย และในอนาคตมีแนวโน้มว่ามังคุดจะมีความสำคัญมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากว่าประเทศไทยได้ทำการขยายตลาดการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งมีประชากรสูง ก็ให้ความสนใจกับไม้ผลชนิดนี้ด้วย

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

มะลิ ไม้ประดับ

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 21, 2019 Sharee 0

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร พืชท้องถิ่น ดอกมะลิ มีกลิ่นหอม นิยมนำดอกมะลิมาใช้ประโยชน์ ลักษณะของต้นมะลิเป็นอย่างไร สรรพคุณของมะลิ เช่น ช่วยสมานแผล บำรุงหัวใจ แก้อักเสบ

มะลิ ไม้ประดับ สมุนไพร เป็นพืชมีถิ่นกำเนิด ดั้งเดิมอยู่ในแถบประเทศเอเชีย เช่น อินเดีย คาบสมุทรอาระเบีย เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เป็นทรงพุ่ม ใบแน่น ความสูงประมาณ 5 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบ ๆ คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นมะลิไว้ประจำบ้าน ซึ่งมะลิจะทำให้เกิดความรักความคิดถึงในครอบครัว เพราะ ดอกมะลิ เป็นดอกไม้ประจำวันแม่แห่งชาติ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความรักของลูกที่มีต่อแม่ คนไทยนิยมใช้ดอกมะลิร้อยเป็นพวงมาลัยแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ คนไทยโบราณยังเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นมะลิไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ เพราะดอกมะลิมีสีขาวบริสุทธิ์

มะลิ ไม้ประดับ

สรรพคุณของมะลิ

ต้นมะลิ เราสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรได้อย่างไรบ้าง ซึ่งสามารถใช้ได้ทุกส่วน เช่น ดอกมะลิ ใบมะลิ และ รากของต้นมะลิ โดยรายละเอียด ดังนี้

ดอกมะลิ สามารถนำมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ(jasmine oil) ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด บรรเทาอาการปวดหัว น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลินำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำเครื่องสำอางค์ ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ สามารถใช้ทาภายนอกเท่านั้น ห้ามรับประทาน หรือใส่ในอาหาร หรือ ขนม จะเป็นอันตรายมากในสตรีมีครรถ์
ดอกมะลิกับการทำอาหาร สามารถนำดอกมะลิมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร และ ขนมไทย เพื่อเพิ่มความหอมของอาหารและขนมไทย เช่น ซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ ลอดช่องน้ำกะทิ
ดอกมะลิแก่ นำมาเป็นส่วนผสมของยาหอม สรรพคุณ แก้หืดหอบและบำรุงหัวใจ
ใบของต้นมะลิ สามารถนำมาทำยา แก้อาการไข้ พอกแก้ฟกชำ ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสีย แผลเรื้อรัง บำรุงสายตา ช่วยขับถ่าย โรคผิวหนัง
รากของต้นมะลิ สามารถนำมาทำเป็นยา แก้ร้อนใน ขับประจำเดือน เสียดท้อง รักษาหลอดลมอักเสบ แก้ปวดเคล็ดขัดยอก
ต้นมะลิ ภาษาอังกฤษ เรียก Arabian jasmine ในหลายท้องที่ในประเทศไทย เรียก ต้นมะลิว่า ข้าวแตก เตียงมุน มะลิป้อม มะลิหลวง แต่ชื่อเหล่านี้ก็คือ ต้นมะลิแต่แตกต่างกันออกไปตามท้องถิ่น ต้นมะลิ เป็นพืช ที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นไม้พุ่ม ความสูงไม่เกิน 200 เซ็นติเมตร กลีบดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอม ต้นมะลิมีมากมายรวม 200 สายพันธ์

โทษของมะลิ

ต้นมะลิมีกลิ่นหอม ซึ่งมาจากน้ำมันหอมระเหยที่ออกมาจากดอกของมะลิ การนำเอามะลิมาใช้ประโยชน์นั้น ต้องใช้ในปริมาณที่พอดี จึงจะเกิดประโยชน์ โดยรายละเอียดของการข้อควรระวังการใช้ต้นมะลิมีดังนี้

รากของมะลิ หากรับประทานมาก ๆ อาจทำให้สลบได้
ดอกมะลิ นำมาใช้แต่งกลิ่น แต่ไม่ควรนำมารับประทานเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลต่อระบบประสาทและสมองได้
ดอกมะลิ มีฤทธิ์เป็นยาหอมเย็น แต่อย่าใช้มากเกินไป เพราะ อาจเกิดภาวะจุกเสียดแน่นท้องได้
การดื่มน้ำลอยดอกมะลิ นั้นในปัจจุบันการปลูกต้นมะลิเพื่อการค้าอาจมีสารเคมีปนเปื้อนได้ต้องล้างให้สะอาด แต่หากเป็นมะลิที่เชื่อได้ว่าไม่มีสารตกค้างหรือสารเคมี ก็สามารถนำมารับประทานได้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com…

สะเดาดิน ผักขวง

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร โทษและสรรพคุณ มีอะไรบ้าง

กุมภาพันธ์ 19, 2019 Sharee 0

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร ประโยชน์ของสะเดาดิน สรรพคุณของสะเดาดิน แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนใน แก้อาการปวดหู ยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี

สะเดาดิน ผักขวง สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สมุนไพรไทย นำมาทำอาหาร ลวกกินกับน้ำพริก สรรพคุณ แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี แก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าเชื้อ

สะเดาดิน ผักขวง

สรรพคุณของสะเดาดิน

การนำสะเดาดินมาใช้ประโยชน์ สามารถนำทั้งต้นมาใช้ประโยชน์ รายละเอียด ดังนี้ คือ นำมาทำเป็นยาบำรุงธาตุ แก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก แก้ไข้ เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู เป็นยาระบาย ช่วยบำรุงน้ำดี แก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง เป็นยาฆ่าเชื้อ

ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงเป็นยาบำรุงธาตุ โดยใช้ทั้งต้น
ต้นสดนำมาตำผสมกับขิงใช้เป็นยาสุมกระหม่อมเด็ก จะช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้หวัดคัดจมูก โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงทั้งต้นมีรสขมเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้ทั้งปวง โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้หวัด แก้ไอ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ระงับความร้อน โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้ผสมกับน้ำมันละหุ่ง แล้วนำไปอุ่นใช้เป็นยาหยอดหูแก้อาการปวดหู โดยใช้ทั้งต้น
ในประเทศอินเดียจะใช้ผักขวงทั้งต้นปรุงเป็นยาระบาย โดยใช้ทั้งต้น
ผักขวงมีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำดี โดยใช้ทั้งต้น
ทั้งต้นใช้เป็นยาแก้คัน เป็นยาทาแก้โรคผิวหนัง หรือเป็นยาฆ่าเชื้อ โดยใช้ทั้งต้น
ใช้เป็นยาทาแก้อาการฟกช้ำบวมอักเสบ โดยใช้ทั้งต้น

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://beezab.com

ปอผี ผักกระเดียง

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร สรรพคุณและประโยชน์ของปอผี

กุมภาพันธ์ 18, 2019 Sharee 0

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร หรือ ผักกระเดียง ชื่อวิทยาศาสตร์ของปอผี คือ Hydrolea zeylanica (L.) Vahl สมุนไพร พืชล้มลุก สรรพคุณของปอผี บำรุงหัวใจ ตับ รักษามาลาเรีย แก้เบาหวาน ยาฆ่าเชื้อ รักษาโรคตาฟาง สมานแผลพุพอง

ปอผี ผักกระเดียง สมุนไพร ต้นปอผี หรือ ผักกะเดียง เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ปอผีจะเลื้อยไปตามพื้นดินและแตกแขนงชูยอดขึ้นสูง ต้นปอผีมีความสูงประมาณ 1 เมตร ลำต้นกลมและแข็ง รากของปอผีจะออกตามข้อ สามารถขยายพันธุ์ได้โดยใช้เมล็ด ปอผีชอบความชื้น ชอบดินที่มีน้ำขัง ใบของปอผี เป็นใบเดี่ยวลักษณะใบเป็นรูปรี ปลายแหลม ดอกของปอผี จะออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว กลีบดอกเป็นสีน้ำเงินอมม่วง ปอผีจะออกดอกในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ผลของปอผี ผลจะเป็นผลแห้งรูปทรงรี ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก ปอผีจะติดผลในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ของทุกปีี

ปอผี ผักกระเดียง

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของต้นปอผี

ต้นปอผี ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน แตกแขนงมาก ชูยอดตั้งขึ้น สูงได้ประมาณ 10-100 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะกลมและแข็ง มีรากออกตามข้อ ลำต้นเรียบหรือมีขนนุ่ม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์ในอินเดียถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในเขตร้อนของทวีปออสเตรเลีย ชอบขึ้นบริเวณที่ชื้นแฉะ บนดินชื้นและมีน้ำขัง ตามนาข้าว หนองน้ำ ริมหนองน้ำ หรือขึ้นแผ่คลุมผิวน้ำ สามารถพบได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลไปจนถึงที่ความสูงประมาณ 1,000 เมตร
ใบปอผี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียน ลักษณะของใบเป็นรูปใบหอกถึงรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.5-5 เซนติเมตร ไม่มีหูใบ
ดอกปอผี ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะแยกแขนงหรือออกเป็นดอกเดี่ยวตามซอกใบและที่ปลายยอด ช่อดอกยาวได้ถึง 5 เซนติเมตร มีดอกย่อยสมบูรณ์เพศจำนวนมาก ดอกย่อยนั้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเขียว ลักษณะเป็นรูปหอก มีขนนุ่ม วงกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ปลายกลีบแหลมด้านนอกมีขนขึ้นปกคลุม ขนาดประมาณ 4.5-8 มิลลิเมตร เรียงสลับกับกลีบดอก ส่วนกลีบดอกนั้นมีลักษณะเป็นรูปไข่ มี 5 กลีบ กลีบดอกเป็นสีน้ำเงินอมม่วงหรือสีม่วงอมเขียว กลางดอกเป็นสีขาว ขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน เรียงสลับกับกลีบดอก ก้านชูเกสรเพศเมียมี 2 อัน อับเรณูเป็นสีแดงเข้ม ออกดอกในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
ผลปอผี ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี มีขนาดกว้างประมาณ 2.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ห่อด้วยกลีบรองดอก มีกลีบเลี้ยงติดคงทน ภายในมีเมล็ดสีดำจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน มีขนาดประมาณ 0.3-0.4 มิลลิเมตร จะติดผลในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
สรรพคุณของปอผีหรือผักกระเดียง

สำหรับ ปอผี นั้นสามารถนำ ต้น และใบ มาใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

ทั้งต้นปอผี มาต้ม สามารถรักษาโรคตาฟางได้ เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับ รักษาโรคมาลาเรีย และแก้เบาหวาน
ใบของต้นปอผี สามารถนำมาใช้ รักษาลำไส้ผิดปกติ และใช้เป็นยาสมานแผล เป็นยาฆ่าเชื้อ
ข้อควรระวังในการบริโภคปอผี

ในสตรีหลังคลอดไม่ควรรับประทานเป็นผักสด เนื่องจากจะทำให้น้ำนมขม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://beezab.com…

1 2 3