น้ำหญ้าหนวดแมวสมุนไพร

น้ำหญ้าหนวดแมวสมุนไพร ลดอาการปวดเมื่อย ช่วยรักษาโรคไต

พฤศจิกายน 17, 2019 Sharee 0

น้ำหญ้าหนวดแมวสมุนไพร

น้ำหญ้าหนวดแมวสมุนไพร ใช้ส่วนต้นใบและดอก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากให้แห้ง ต้มดื่ม ใช้ขับปัสสาวะ ทำได้โดยเอาใบแห้ง 4 กรัม หรือ 4 หยิบมือ นำมาชงกับน้ำเดือดประมาณ 750 ซีซี เหมือนชงชา แล้วนำมาดื่มต่างน้ำตลอดทั้งวันนานประมาณ 1-6 เดือน จะช่วยทำให้ปัสสาวะใสและปัสสาวะได้คล่องขึ้น (การใช้ใบสดอาจจะมีอาการคลื่นไส้และหัวใจสั่นได้ ควรใช้ใบตากแห้งจะดีที่สุด)

ลดอาการปวดเมื่อย ช่วยรักษาโรคไต และขับปัสสาวะ

น้ำหญ้าหนวดแมวสมุนไพร

ข้อควรระวังการใช้หญ้าหนวดแมว
ใบของหญ้าหนวดแมวพบเกลือของโปแตสเซียมสูงจึงไม่ควรใช้กับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต และหญิงมีครรภ์

นอกจากนี้ในต่างประเทศระบุให้ระวัง ผลข้างเคียงจากการใช้หญ้าหนวดแมว ได้แก่ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ผิวหนังผื่น หรือบวมแดง

อย่างไรก็ตาม ควรใช้หญ้าหนวดแมวหลังอาหารและค่อยๆ จิบกินในกรณีที่ใช้ครั้งแรกๆ เพราะหญ้าหนวดแมวมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ หากผู้ใช้กำลังกระหายน้ำและดื่มน้ำหญ้าหนวดแมวทั้งแก้วอาจทำให้น้ำตาลลดและเกิดอาการใจสั่นเพราะหิวได้ นอกจากนี้สารจากหญ้าหนวดแมวจะทำให้ยาจำพวกแอสไพรินไปจับกับกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้นจึงไม่ควรใช้ร่วมกับยาแอสไพริน

หญ้าหนวดแมวแม้จะมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้จริง แต่ในการใช้แต่ละครั้ง ควรศึกษาให้ดีและอ่านข้อควรระวังและผลข้างเคียงให้ดีก่อนนำมาใช้ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวผู้ใช้เอง…

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

ตุลาคม 21, 2019 Sharee 0

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย

กระถินสรรพคุณทางสมุนไพรอันหลากหลาย ต้นกระถิน สามารถขยายพันธุ์ ด้วยการใช้เมล็ด และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย สำหรับลักษณะของต้นกระดิน มีรายละเอียด ดังนี้

ต้นกระถิน มีความสูงประมาณไม่เกิน 10 เมตร ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่ เปลือกมีสีเทา มีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป
ใบกระถิน เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน แกนกลางใบประกอบมีขน เรียงตรงข้ามกัน ส่วนใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของโคนใบเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบมีขน
ดอกกระถิน ดอกของกระถินจะมีสีขาว ออกอดช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ดอกมีลักษณะเป็นช่อ แบบกระจุกแน่น ออกดอกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ลักษณะเป็นรูประฆัง
ฝักกระถิน ลักษณะแบน ปลายฝักแหลม เมื่อฝักแก่จะแตกตามยาว ภายในฝักกระถินจะมีเมล็ดเรียงตามขวางจำนวนมาก และจะออกผลช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนมกราคมของทุุกปี
เมล็ดกระถิน สำหรับเมล็ดของกระถิน จะอยู่ภายในฝักกระถิน มีลักษณะเป็นรูปไข่ แบน สีน้ำตาล และ มัน

สรรพคุณของกระถิน

รากของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับระดู
เมล็ดแก่ของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้นอนหลับ ช่วยขับลม ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบำรุงไต
เมล็ดของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ฝักอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ยอดอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
ดอกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ช่วยบำรุงตับ
เปลือกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด

โทษของกระถิน

ในใบของกระถิน มีสารชนิกหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นพิษ ชื่อ สารลิวซีนีน ( Leucenine ) หากกินไปมากๆ อาจทำให้ขนร่วงและเป็นหมันได้ กระถินเป็นพืชที่มีคุณสมบัติ ช่วยดูดธาตุซีลีเนียมจากดินได้มาก จึงอาจทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้…

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว สรรพคุณบำรุงร่างกาย❤ ป้องกันมะเร็ง

ตุลาคม 16, 2019 Sharee 0

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว

ตะลิงปลิงสมุนไพรรสเปรี้ยว ลำต้นตะลิงปลิง ลักษณะลำต้นขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 8 เมตร มีใบจำนวนมาก ลักษณะของลำต้นคล้ายกับต้นมะยม เปลือกลำต้นสีน้ำตาล แต่ผิวเปลือกลำต้นเรียบ เนื้อไม้ไม่แข็ง ค่อนข้างเปราะ กิ่งหักง่าย
ใบตะลิงปลิง ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ ลักษณะใบรีปลายใบแหลม คล้ายหอก ใบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีส้มแดง ใบแก่สีเขียวสด
ดอกตะลิงปลิง ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกตามลำต้น และ โคนกิ่ง ช่อดอกมีสีน้ำตาลอมม่วง กลีบดอกมีสีแดงอมม่วง
ผลตะลิงปลิง ลักษณะทรงกลมรียาว เป็นทรงกระบอก ผลอ่อนสีเขียวสด เนื้อในผลสีเขียวอ่อนอมขาว ส่วนผลสุกสีเหลือง ภายในผลมีเมล็ด ผลมีรสเปรี้ยว
เมล็ดตะลิงปลิง อยู่ภายในผลตะลิงปลิง เมล็ดสีน้ำตาล เมล็ดเป็นทรงกระบอกแบน

สรรพคุณของตะลิงปลิง

ผลตะลิงปลิง สรรพคุณบำรุงร่างกาย ป้องกันมะเร็ง ช่วยย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ปกป้องการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยขับสารพิษ แก้ไอ แก้คออักเสบ ช่วยละลายเสมหะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาโรคหอบหืด รักษาแผลร้อนใน เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยรักษาสิว รักษาฟ้า รักษากะ และ รักษาผิวด่างดำ ช่วยรักษาตาอักเสบ
ดอกตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ไอ บำรุงผิวพรรณ รักษาสิว ลดรอยกะ ลดรอยฟ้า และ รักษารอยด่างดำ
ใบตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยแก้ผดผื่นคัน รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลฝี ช่วยรักษาสิว แก้ท้องเสีย ช่วยลดไข้ รักษาโรคซิฟิลิส และ แก้ปวดตามข้อกระดูก
เมล็ดตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับพยาธิ แก้ท้องอืด และ ช่วยขับลม
เปลือกลำต้นตะลิงปลิง และ แก่นไม้ตะลิงปลิง สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคผิวหนัง
รากตะลิงปลิง สรรพคุณแก้ร้อนใน แก้กระหาย ช่วยลดไข้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาโรคริดสีดวงทวาร แก้อาการคันตามผิวหนัง รักษาโรคผิวหนัง ช่วยรักษาแผล

โทษของตะลิงปลิง ตะลิงปลิง เป็นผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งการกินอาหารเปรี้ยวจัด ส่งเสียต่อสุขภาพของฟัน ทำให้ฟันกันกล่อนง่าย ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และทำให้บาดแผลหายช้า

No Image

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย ✨

ตุลาคม 6, 2019 Sharee 0

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง ✨✨✨✨

โอ้นิมน้องแม่ทองพันชั่ง  สมุนไพรทองพันชั่งสรรพคุณมากมาย สารพัดประโยชน์ สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เชื้อราบนผิวหนังเป็นหลัก ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็ได้แก่ ต้น ใบสด รากสดหรือแห้ง และทั้ง 5 ส่วนของต้น (ต้น, ดอก, ใบ, ก้าน, ราก) และทองพันชั่งยังสามารถช่วยรักษาอาการอื่น ๆ และโรคต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ไปดูกันเลยครับ

สรรพคุณของทองพันชั่ง

  • ช่วยบำรุงธาตุ บำรุงร่างกาย และใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (ราก, ต้น)
  • ช่วยแก้โรค 108 ประการ (ต้น)
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบ)
  • ช่วยรักษาวัณโรคปอดในระยะเริ่มแรก ด้วยการใช้ก้านและใบสดประมาณ 30 กรัม (ถ้าแห้งใช้ 10-15 กรัม) นำมาผสมกับน้ำตาลกรวดต้มเป็นน้ำดื่ม (ก้าน, ใบ) บาคาร่า
  • ช่วยแก้ลมสาร (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใช้เป็นยาหยอดตา (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ใบรสเบื่อเมาช่วยดับพิษไข้ หรือจะใช้รากนำมาต้มรับประทานแก้พิษไข้ก็ได้ (ใบ, ราก)
  • ช่วยแก้ไข้เหนือ (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้อาการไอเป็นเลือด (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการช้ำใน (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้) ช่วยทำให้ระบบกระเพาะอาหารทำงานได้ดีมากขึ้น (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการจุกเสียด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยแก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้ปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย ช่วยรักษาโรคนิ่ว ด้วยการใช้ทองพันชั่งทั้งต้น ดอก ใบ ก้าน และราก นำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วตากแดดให้แห้ง ต้มเป็นน้ำดื่ม (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร (ใบ)
  • ช่วยแก้โรคมุตกิดระดูขาวของสตรี (ใบ)
  • ใช้รักษาโรคตับอักเสบ (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยฆ่าพยาธิ (ใบ)
  • ช่วยขับพยาธิตามผิวหนัง ช่วยแก้พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง ตามบาดแผล (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้อาการปวดฝี (ใบ)
  • ช่วยแก้พิษงู (ใบ, ราก)
  • ช่วยถอนพิษ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการอักเสบ (ใบ)
  • ช่วยรักษาคุดทะราด (ทั้งต้น)
  • ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (ราก, ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ (ใบ)
  • ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกตามชายโครง คอเคล็ด มือเคล็ด (ไม่มีการระบุส่วนที่ใช้)
  • ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส (สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์)
  • ช่วยต้านยีสต์ โดยสาร Rhinacanthin C, D และ N จากใบทองพันชั่งสามารถช่วยยับยั้งเชื้อ Candida albicans ได้ (ภาคภูมิ พาณิชยูปการนันท์) (ใบ)
  • ช่วยรักษาโรคผมร่วง (ต้น)
  • ช่วยแก้อาการผมหงอกเนื่องจากเชื้อรา (ราก)
  • ช่วยรักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน เรื้อน ผดผื่นคันเรื้อรัง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำทองพันชั่งไปผลิตเป็น โทนเนอร์ทองพันชั่ง เพื่อความสะดวกในการหาซื้อและการนำมาใช้งาน (ใบ, ราก,
  • ทั้งต้น) สำหรับวิธีการใช้ก็มีหลากหลายสูตร คือ
  • ใช้ใบสด 5-8 ใบ นำมาตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงผสมเล็กน้อย แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน (ใบสด)
  • ใช้ใบสดตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันก๊าด หรือน้ำมันดิบ หรือแอลกอฮอล์ 75% แล้วนำมาบริเวณที่เป็นวันละ 1 ครั้งประมาณ 3 วันจนกว่าจะหายขาด (ใบสด)
  • ใช้รากสด 2-3 ราก นำมาป่นแช่กับเหล้าไว้นาน 1 สัปดาห์ แล้วกรองเอาแต่น้ำยาที่แช่มาทาบริเวณที่เป็นเกลื้อนบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย (รากสด)
  • ใช้รากทองพันชั่งนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำมะขาม แล้วนำมาชโลมทาบริเวณที่เป็น (ราก)
  • ใช้รากทองพันชั่งประมาณ 6-7 รากและหัวไม้ขีดไฟ 1/2 กล่อง นำมาตำจนเข้ากันให้ละเอียด แล้วผสมน้ำมันใส่ผมหรือจะผสมกับวาสลีนเพื่อไม่ให้ยาแห้ง แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นกลากหรือโรคผิวหนังเป็นประจำ (ราก)
  • ทองพันชั่งรักษามะเร็ง ช่วยยับยั้งมะเร็ง มะเร็งในกระเพาะ มะเร็งในคอ มะเร็งในปาก มะเร็งในปอด มะเร็งภายในและภายนอก ต้นทองพันชั่งมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ในการช่วงยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก ด้วยการใช้ทั้งต้นสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำพอท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ (ใบ, ราก, ทั้งต้น)
    มีผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ใช้ต้นทองพันชั่งนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ช่วยทำให้อาการของโรคดีขึ้น ช่วยทำให้น้ำเหลืองดีขึ้น เม็ดตุ่มตามตัวน้อยลง รับประทานข้าวได้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลอ้างอิงและงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ (ต้น)
No Image

กระเบากลักสมุนไพรหลากหลายคุณประโยชน์

กันยายน 7, 2019 Sharee 0

กระเบากลักสมุนไพรหลากหลายคุณประโยชน์

กระเบากลักสมุนไพรหลากหลายคุณประโยชน์

กระเบากลักสมุนไพรหลากหลายคุณประโยชน์ จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นค่อนข้างเปลาตรง มีความสูงได้ประมาณ 5-10 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมแดง ผิวเรียบ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงขึ้นปกคลุม ส่วนกิ่งแก่เกลี้ยง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะกล้าจากเมล็ด ชอบน้ำปานกลางและแสงแดดแบบครึ่งวัน มีเขตการกระจายพันธุ์ในภูมิภาคอินโดจีน และแหลมมลายู ส่วนในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค โดยมักขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ตามเขาหินปูน และใกล้ชายทะเล บนพื้นที่ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงความสูงประมาณ 800 เมตร       บาคาร่า

สรรพคุณของกระเบากลัก
รากและเนื้อไม้ใช้เป็นยาดับพิษทั้งปวง แก้เสมหะเป็นพิษ (รากและเนื้อไม้)
เมล็ดใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (เมล็ด)
ผลใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด (ผล, เมล็ด)
ใบใช้เป็นยาแก้พิษบาดแผล ฆ่าพยาธิบาดแผล และแก้กลากเกลื้อน (ใบ)
บางข้อมูลระบุว่า เมล็ดนอกจากจะใช้ทำยาถ่ายพยาธิ ยังใช้เป็นยารักษาโรคผมร่วงได้ด้วย (ไม่มีอ้างอิง)…

No Image

ว่านไพลสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ รักษาอาการได้สารพัด

กันยายน 4, 2019 Sharee 0

ว่านไพลสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ

ว่านไพลสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ

ว่านไพลสมุนไพรที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ไพล หรือว่านไพล เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นขึ้นเป็นกอ ออกดอกช่อสีนวลกับใบประดับสีออกม่วงแดง ทุกส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ส่วนดอกมีสรรพคุณช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย ส่วนลำต้นช่วยเรื่องปรับสมดุล ใบช่วยแก้ปวดเมื่อยหรือมีไข้ และรากช่วยบรรเทาอาการเลือดกำเดาไหลได้ แต่ส่วนที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดก็คือส่วนเหง้าที่แก่จัดได้ที่แล้ว มีสรรพคุณและสารสำคัญหลากลายจนได้จัดเป็นหนึ่งเครื่องยาสมุนไพรพื้นฐานที่ได้รับความสนใจ ตลอดจนมีงานวิจัยรองรับมากมายอีกด้วย   บาคาร่า

สรรพคุณของไพล
ว่านไพลดอกไพล สรรพคุณช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย กระจายเลือดที่เป็นลิ่มเป็นก้อน (ดอก)
ช่วยแก้ธาตุพิการ (ต้นไพล)
สรรพคุณสมุนไพรไพล ใบช่วยแก้ไข้ (ใบ)
ช่วยแก้อาเจียน อาการอาเจียนเป็นโลหิต (หัวไพล)
ช่วยแก้อาการปวดฟัน (หัวไพล)
ไพลกับสรรพคุณทางยา เหง้าช่วยขับโลหิต (เหง้า)
ช่วยแก้เลือดกำเดาไหลออกทางจมูก (ราก)
ช่วยรักษาโรคที่บังเกิดแต่โลหิตออกทางปากและจมูก (เหง้า)
เหง้าไพล ใช้เป็นยารักษาหอบหืด ด้วยการใช้เหง้าแห้ง 5 ส่วน / ดีปลี 2 ส่วน / พริกไทย 2 ส่วน / กานพลู 1/2 ส่วน / พิมเสน 1/2 ส่วน นำมาบดผสมรวมกัน ใช้ผงยา 1 ช้อนชาชงกับน้ำร้อนแล้วรับประทาน หรือจะปั้นเป็นยาลูกกลอนด้วยการใช้น้ำผึ้ง ขนาดเท่าเม็ดพุทรา แล้วรับประทานครั้งละ 2 ลูก โดยต้องรับประทานติดต่อกันเรื่อย ๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น (เหง้าแห้ง)
ช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องขึ้น ท้องเดิน ช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการใช้เหง้าแห้งนำมาบดเป็นผงแล้วรับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ด้วยการนำมาชงกับน้ำร้อนและผสมเกลือด้วยเล็กน้อยแล้วนำมาดื่ม (เหง้าแห้ง)
ช่วยแก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย แก้บิด บิดเป็นมูกเลือด ด้วยการใช้เหง้าสดประมาณ 4-5 แว่น นำมาตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำ เติมเกลือครึ่งช้อนชาแล้วนำมารับประทาน หรือจะฝนกับน้ำปูนใสรับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าสด)
ช่วยแก้อาการท้องผูก (เหง้า)
ช่วยสมานแผลในลำไส้ แก้ลำไส้อักเสบ (เหง้า)
ช่วยแก้อุจจาระพิการ (ต้นไพล)
ช่วยขับระดู ประจำเดือนของสตรี ขับเลือดร้ายทั้งหลาย และแก้มุตกิดระดูขาว (หัวไพล, เหง้า)
ช่วยทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ (เหง้า)
ช่วยรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง ด้วยการใช้หัวไพลนำมาฝนแล้วทาบริเวณที่มีอาการฟกช้ำบวมหรือเคล็ดขัดยอก / หรือจะใช้เหง้าสด 1 แง่ง นำมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เนื่องจากไพลจะมีน้ำมันหอมระเหย (เหง้าสด) ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก ฟกช้ำบวม ข้อเท้าแพลง ด้วยการใช้เหง้า 1 เหง้า นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำมาทานวดบริเวณที่มีอาการ / หรือจะนำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับเกลือเล็กน้อย นำมาห่อเป็นลูกประคบ แล้วอังไอน้ำให้ความร้อน นำมาใช้ประคบบริเวณที่มีอาการฟกช้ำบวมและบริเวณที่ปวดเมื่อย เช้า-เย็น จนกว่าจะหาย / หรือจะใช้ทำเป็นน้ำมันไพล ด้วยการใช้ไพลหนัก 2 กิโลกรัม นำมาทอดในน้ำมันพืชร้อน ๆ 1 กิโลกรัม ให้ทอดจนเหลืองแล้วเอาไพลออก และใส่กานพลูผงประมาณ 4 ช้อนชา และทอดต่อไปด้วยไฟอ่อน ๆ ประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วนำมากรองรอจนน้ำมันอุ่น ๆ และใส่การบูรลงไป 4 ช้อนชา ใส่ภาชนะปิดให้มิดชิด รอจนเย็นแล้วจึงเขย่าการบูรให้ละลาย แล้วนำน้ำมันไพลมาทาถูนวดวันละ 2 ครั้งเวลามีอาการปวด เช้า-เย็น (สูตรของคุณวิบูลย์ เข็มเฉลิม) (เหง้า, หัว)
ช่วยลดอาการอักเสบ แก้ปวด บวม เส้นตึง เมื่อยขบ (เหง้า)
ช่วยแก้เมื่อย แก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามร่างกาย (ใบ)
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (เหง้า)

ไพล สรรพคุณของเหง้าช่วยรักษาฝี (เหง้า)
ช่วยดูดหนอง (เหง้า)
ช่วยแก้ผดผื่นคัน ด้วยการใช้เหง้านำมาบดทำเป็นผงผสมกับน้ำ หรือจะใช้เหง้าสดนำมาล้างให้สะอาด ฝนแล้วทาบริเวณที่เป็นก็ได้เช่นกัน (เหง้า)
เหง้าใช้ทาเคลือบแผลเพื่อป้องกันอาการติดเชื้อได้ (เหง้า)
ช่วยแก้อาการครั่นเนื้อครั่นตัว (ใบ)
ช่วยรักษาโรคเหน็บชา (เหง้า)
ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ (เหง้า)
ใช้เป็นยาสมานแผล ด้วยการใช้เหง้าสด 1 แง่ง นำมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วต้มรวมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ เนื่องจากไพลจะมีน้ำมันหอมระเหย (เหง้าสด)
เหง้าใช้เป็นยาแก้เล็บถอด ด้วยการใช้เหง้าสด 1 แง่ง (ขนาดเท่าหัวแม่มือ) นำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับเกลือและการบูร อย่างละครึ่งช้อนชา แล้วนำมาใช้พอกบริเวณที่เป็นหนอง โดยควรเปลี่ยนยาที่ใช้พอกวันละ 1 ครั้ง (เหง้าสด)
เหง้าไพลสามารถนำมาใช้ต้มกับน้ำอาบหลังคลอดของสตรีได้ (เหง้า)
เหง้าของไพลมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งจากการทดลองพบว่ามันมีฤทธิ์ช่วยลดอาการอักเสบได้ (เหง้า)
ไพลมีฤทธิ์ช่วยคล้ายกล้ามเนื้อเรียบ ช่วยลดการบีบตัวของมดลูกและลำไส้ รวมไปถึงกระเพาะอาหารในหนูทดลอง
ไพลมีฤทธิ์ในการช่วยต้านเชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และเชื้อแบคทีเรีย
ไพลมีฤทธิ์ช่วยต้านฮีสตามีนในผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคหอบหืด โดยสามารถช่วยลดขนาดของตุ่มนูนจากการฉีดน้ำยาฮีสตามีนเข้าใต้ผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการหอบเกิดอาการหอบน้อยลง การทำงานของปอดทำงานได้ดีขึ้น
เหง้าไพลจัดอยู่ในตำรับยา “ยาประสะกานพลู” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อจากอาหารไม่ย่อยเนื่องจากธาตุ
เหง้าไพลจัดอยู่ในตำรับยา “ยาประสะไพล” ซึ่งมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือมาน้อยกว่าปกติ และช่วยขับน้ำคาวปลาในสตรีหลังคลอดบุตร
ข้อควรระวัง
การรับประทานในขนาดสูงหรือการใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดพิษต่อตับได้ และยังไม่มีความปลอดภัยที่จะนำมาใช้เป็นยารักษาโรคหืด และไม่ควรนำมารับประทานแบบเดี่ยว ๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะมีการขจัดสารที่พิษต่อตับออกไปเสียก่อน
การใช้ครีมไพลห้ามใช้ทาบริเวณขอบตา เนื้อเยื่ออ่อน และบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีแผลเปิด
ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพรชนิดนี้กับสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรและเด็กเล็ก…

No Image

พิชิตความแก่ด้วยสมุนไพรบอระเพ็ด

กันยายน 2, 2019 Sharee 0

พิชิตความแก่ด้วยสมุนไพรบอระเพ็ด

พิชิตความแก่ด้วยสมุนไพรบอระเพ็ด

พิชิตความแก่ด้วยสมุนไพรบอระเพ็ด บอระเพ็ดเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง ไม่มีขน ยาวได้ถึง 15 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร เปลือกเถาหนา 1.5-2.5 มิลลิเมตร ผิวบอระเพ็ดเป็นสีน้ำตาล เนื้อในมีสีเทาแกมเหลือง เถามีลักษณะกลม ผิวเปลือกเถาขรุขระเป็นปุ่มกระจายไปทั่ว และเมื่อแก่จะเห็นปุ่มปมเหล่านี้หนาแน่นและชัดเจนมาก

เปลือกเถาบอระเพ็ดมีรสขม ลอกออกได้ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ใบบอระเพ็ดมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ ก้านใบยาว 8-10 เซนติเมตร ส่วนดอกบอระเพ็ดจะออกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละช่อ ลักษณะดอกบอระเพ็ดมีสีเขียวอมเหลือง ดอกขนาดจิ๋ว ผลรูปร่างค่อนข้างกลม มีสีเหลืองหรือสีแดง

เถาบอระเพ็ดมีรสขมเย็นใช้แก้ไข้ทุกชนิด แก้ร้อนในได้ดีมาก แก้พิษฝีดาษ เป็นยาขมเจริญอาหาร บำรุงไฟธาตุ แก้โรคกระเพาะอาหาร บำรุงร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด ที่นิยมกันมาก คือ เป็นยาอายุวัฒนะ คนล้านนาฝานเถาเป็นแว่นๆ กินกับน้ำผึ้งแก้ไข้ หรือดองในน้ำผึ้งกินบำรุงกำลัง หรือทุบแล้วแช่น้ำผสมน้ำผึ้งดื่มแก้หวัด

หมอยาเมืองเลยนำบอระเพ็ดมาทำเป็นยาลูกกลอนกินเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้เจริญอาหาร บำรุงกำลัง ใช้เป็นยาตัวเดียว หรือใช้ร่วมกับยาตัวอื่นๆ เป็นตำรับได้ ตำรับที่นิยมกันนั้นตั้งชื่อผูกคำให้คล้องจองกันว่า ..”สุกในดิน ปีนหง่าไม้ ไง้ธรณี สีบ่อเศร้า เฒ่าบ่อเป็น”.. ซึ่ง สุกในดิน หมายถึง ขมิ้นชัน ปีนหง่าไม้ หมายถึง บอระเพ็ด ไง้ธรณี คือ หัวหญ้าแห้วหมู สีบ่อเศร้า คือ รากต้นสีซมซื่น (เขยตาย) เฒ่าบ่อเป็น คือ รากย่านาง ให้เอาสมุนไพรทั้งห้านี้มาตากแดดให้แห้งแล้วบดเป็นผง ใช้น้ำผึ้งเป็นกระสายปั้นเป็นลูกกลอน กินเช้าเย็นหรือวันละสามเวลา พ่อหมอบอกว่ากินเป็นประจำจะแข็งแรงสดใส มีน้ำมีนวลเหมือนดังชื่อสมุนไพรคือ สีบ่อเศร้า เฒ่าบ่อเป็น ช่วยแก้เจ็บหลังเจ็บเอวได้ด้วย

แม่บ้านสมัยก่อนนำบอระเพ็ดมาแช่อิ่ม โดยเลือกเถาที่ไม่แก่จัด มาตัดเป็นท่อนๆ ลอกผิวด้านนอกแล้วผ่าข้างใน ดึงไส้ออก แช่ลงในน้ำซาวข้าวที่ใส่เกลือ แล้วนำไปลวกพอหายขม เสร็จแล้วแช่น้ำเกลืออีกที จากนั้นก็ต้มกะให้พอเคี้ยวได้ แล้วจึงล้างด้วยน้ำเย็น เสร็จสรรพก็นำไปแช่ในน้ำเชื่อมให้อิ่มตัว ช้อนขึ้นผึ่งให้แห้ง เก็บใส่ขวดโหลไว้รับประทานได้นานๆ วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบกินขนมจุบจิบ ก็มากินบอระเพ็ดแช่อิ่มแทน ได้น้ำตาลน้อยกว่ากินขนม แถมยังมีประโยชน์

พระธุดงค์ภาคอีสานก็นิยมเคี้ยวบอระเพ็ดสดๆ วันละ 2 องคุลีเป็นประจำ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ หมอชาวบ้านบางคนเวลาครั่นเนื้อครั่นตัวก็ควักขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยๆ หน้าตาเฉย มีสรรพคุณแก้ไข้ เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย

บอระเพ็ด ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านฤทธิ์ AChE ที่เป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม เพราะฉะนั้นจึงช่วยป้องกันความชราของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้        บาคาร่า

ชาวบ้านทุกภาคนิยมใช้บอระเพ็ดเพื่อคุมเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มีคนไข้โรคเบาหวานหลายคนที่มีประสบการณ์ด้วยตนเองจากการกินบอระเพ็ดเป็นประจำ แล้วทำให้การคุมน้ำตาลดีขึ้น โดยเชื่อว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่ธาตุไฟหย่อน สมุนไพรของขมอย่างบอระเพ็ดจะไปล้อมตับ ช่วยไม่ให้ตับร้อนเกินไปในการสร้างธาตุไฟเพื่อการย่อยและการเผาผลาญ ตับก็จะสร้างไฟได้อย่างปกติ ดังนั้น สมุนไพรที่มีรสขมจึงไปดูแลตับให้ทำหน้าที่ได้เป็นปกติ…

No Image

ใบย่านางสมุนไพรยาอายุวัฒนะ

สิงหาคม 30, 2019 Sharee 0

ใบย่านางสมุนไพรยาอายุวัฒนะ

ใบย่านางสมุนไพรยาอายุวัฒนะ

ใบย่านางสมุนไพรยาอายุวัฒนะ ย่านาง หรือใบย่านาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tiliacora triandra (Colebr.) Diels มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Bamboo grass ทางภาคเหนือเรียกว่า จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว และภาคใต้จะเรียกว่า ยาดนาง เป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย กิ่งอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิวค่อนข้างเรียบ รากมีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนานปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1 ซม. ดอกออกตามซอกโคนก้านใบเป็นช่องยาว 2-5 ซม. ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้นไม่มีกลีบดอก ผลรูปร่างกลมรีขนาดเล็ก สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ ย่านางเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยดับพิษร้อนต่าง ๆ ได้

ย่านางนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งสรรพคุณทางยาไม่ได้มีเพียงแค่ในใบย่านางเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนอื่น ๆ ของต้นก็มีประโยชน์มากมายเช่นกัน     บาคาร่า

สรรพคุณรากย่านาง

รากของย่านาง นิยมนำมาใช้เพื่อแก้อาการไข้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ หรือ ไข้ทับระดู และอาการเบื่อเมา นอกจากนี้รากของย่านางยังเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา 5 ราก หรือแก้วห้าดวง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาสมุนไพร โดยยาดังกล่าวเป็นสามารถรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะเริ่มแรกได้ โดยนำรากแห้งต้มกับน้ำครั้งละ 1 กำมือ แล้วดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง

สรรพคุณใบย่านาง

ใบย่านาง คือเป็นส่วนที่มีประโยชน์และถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคมากที่สุด เพราะเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น และมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง นอกจากนี้ถูกจัดเอาไว้ในตำราสมุนไพรว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย…

No Image

ฟ้าทะลายโจนสมุนไพรยอดฮีโร่พิชิตโรค

สิงหาคม 27, 2019 Sharee 0

ฟ้าทะลายโจนสมุนไพรยอดฮีโร่พิชิตโรค

ฟ้าทะลายโจนสมุนไพรยอดฮีโร่พิชิตโรค

ฟ้าทะลายโจนสมุนไพรยอดฮีโร่พิชิตโรค  ฟ้าทะลายโจร จัดเป็นสมุนไพรท้องถิ่นของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ศรีลังกา จีน และไทย นอกจากนี้ยังมีการใช้สมุนไพรชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วทั้งทวีปเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำใบและลำต้นที่อยู่ใต้ดินมาทำเป็นยารักษาโรค เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ประเทศไทยได้บรรจุสมุนไพรฟ้าทะลายโจรให้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือบัญชียาจากสมุนไพรของกระทรวงสาธารณสุข โดยจัดอยู่ในหมวดหมู่ของยารักษาโรคในกลุ่มอาการของระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร                                  บาคาร่า

ฟ้าทะลายโจร ถือเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มหาศาล ช่วยบรรเทาอาการป่วยต่างๆ ได้มากมาย ดังนี้

1.ช่วยรักษาโรคหวัด
ตามตำรับยาแพทย์แผนไทยนั้น ได้ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาโรคไข้หวัดมาเป็นเวลานาน เพราะฟ้าทะลายโจร มีสารสำคัญทางพฤกษศาสตร์อยู่หลายชนิด เช่น สารไดเทอร์ปีนแลคโตน สารฟลาโวนอยด์ และสารประกอบอื่นๆ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าฟ้าทะลายโจรสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

2.มีส่วนช่วยรักษาโรคไข้หวัดใหญ่
อย่างที่กล่าวไปว่าฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นจึงเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าจะมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน

3.รักษาโรคลำไส้อักเสบ
เนื่องจากฟ้าทะลายโจร มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบภายในร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคลำไส้อักเสบจากการทดลองในสัตว์อีกด้วย ดังนั้นจึงมักนำฟ้าทะลายโจรมาใช้ประโยชน์ในการบรรเทาและรักษาโรคลำไส้อักเสบ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยเร่งให้ตับสร้างน้ำดี มาช่วยย่อยอาหารได้อีกด้วย

4.ลดอาการเจ็บคอจากต่อมทอนซิลอักเสบ
เนื่องจากอาการต่อมทอนซิลอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อในช่องคอ ซึ่งฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณช่วยระงับอาการอักเสบและช่วยต้านเชื้อ ดังนั้นฟ้าทะลายโจรจึงช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

5.รักษาโรคข้อรูมาตอยด์
โรคข้อรูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่มีการอักเสบตามข้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ที่สำคัญยังมีสารคือ แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographis paniculata) ซึ่งนิยมนำมาใช้ในการรักษาทางเลือกในโรคแพ้ภูมิตนเองด้วย

6.ผู้ที่มีอาการท้องเสีย ท้องเดิน อาหารเป็นพิษ หรือเป็นบิดมีไข้ สามารถใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาได้ โดยนำฟ้าทะลายโจรไปผึ่งลมให้แห้ง จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาต้มกับน้ำประมาณ 1 กำมือแล้วดื่มตลอดวัน ฟ้าทะลายโจรจะเข้าไปขับสารพิษในลำไส้ออก ช่วยลดการระคายเคืองต่อผนังของลำไส้ ช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ

7.ช่วยรักษาไข้ไทฟอยด์หรือไข้ลากสาดน้อย
การรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูล 2 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ จะช่วยทำลายเชื้อไทฟอยด์ที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของต่อมน้ำเหลือง หรือผนังลำไส้เล็กได้

8.รักษาโรคงูสวัด
ผู้ป่วยโรคงูสวัดอาจบรรเทาอาการได้โดยการรับประทานฟ้าทะลายโจรแคปซูลประมาณ 2 – 3 เม็ดก่อนอาหาร รับประทานวันละ 3 เวลา ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ จะช่วยบรรเทาอาการงูสวัดได้

9.รักษาแผลจากโรคเบาหวาน
ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ช่วยรักษาแผลอักเสบได้ เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้จะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ซึ่งผู้ป่วยสามารถนำมาทาหรือรับประทานก็ได้ตามแต่สะดวก

10.ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวงทวารแนะนำให้รับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรครั้งละ 2-3 เม็ดก่อนอาหาร 3 เวลา รวมทั้งรับประทานก่อนเข้านอน จะช่วยให้อาการเลือดออกหรือปวดหน่วงค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถขับถ่ายได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมด้วย

การใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อสุขภาพ

สรรพคุณของฟ้าทลายโจรมีมากมาย แต่วิธีการใช้เพื่อบรรเทาหรือรักษาอาการก็แตกต่างกันไป มีทั้งการต้มเพื่อดื่มน้ำ หรือรับประทานเป็นแคปซูล รวมไปถึงการตำและพอก เราจะมาบอกขั้นตอนการใช้ฟ้าทะลายโจรโดยละเอียดให้ทราบกัน

รักษาอาการร้อนใน
อาการร้อนใน รักษาได้ด้วยการนำใบแก่ของฟ้าทะลายโจร ประมาณ 15 กรัม และใบเตยสด 15 กรัม ต้มกับน้ำสะอาดให้พอท่วมทิ้งไว้แค่พอเดือด แล้วกรองแต่น้ำ ดื่มก่อนอาหารทั้ง 3 มื้อของวัน (ถ้าต้องการให้หายขาด ควรดื่มแทนน้ำเปล่าต่อเนื่องกัน)

รักษาโรคท้องเสีย ท้องร่วง โรคบิด
ฟ้าทะลายโจร นำมาใช้รักษาอาการของโรคท้องเสีย ท้องร่วงได้ โดยให้นำกิ่งสด และใบสดของฟ้าทะลายโจรมาสับให้เป็นท่อนสั้น ๆ ประมาณ 1 เซนติเมตร 3 กำมือ นำไปต้มกับน้ำสะอาดเป็นเวลา 15 นาที แล้วดื่มก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง

รักษาอาการผมร่วง
นำใบฟ้าทะลายโจรสด 6-7 ใบไปแช่แล้วขยำในน้ำอุ่น หลังจากนั้นให้นำมาชโลมไว้ให้ทั่วศีรษะเป็นเวลา 5-10 นาที แล้วล้างออก หรือจะสระผมด้วยชมพูอีกครั้งก่อนล้างออกก็ได้ ใช้แก้อาการผมร่วง และกระตุ้นให้ผมงอกเร็วกว่าเดิม

นำมาใช้รักษาแผลสด และฝี
นำใบแก่ของฟ้าทะลายโจรประมาณ 1 กำมือ ตำให้ละเอียดแล้วใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เติมเหล้าขาวลงไป 1/2 ถ้วยยา และน้ำ 1/2 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วกรองแยกกากออกมาพอกบนแผลและฝี ใช้ผ้าสะอาดพันทิ้งไว้ 1 คืนแล้วเปลี่ยนกากไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น

นำมาใช้รักษาโรคหวัด คัดจมูก
นำใบฟ้าทะลายโจร 2-3 กำมือมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งในที่ร่มที่มีลมโกรกจนกว่าใบจะแห้ง (ห้ามตากแดดโดยเด็ดขาด เพราะตัวยาจะสูญเสียไปกับความร้อน) เมื่อใบแห้งดีแล้ว นำมาบดให้ละเอียด                         แล้วใส่กระปุกเล็ก ๆ ไว้ เมื่อเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ก็ให้เขย่ากระปุกนี้แรง ๆ แล้วเปิดฝาเพื่อสูดดมควันจากผงฟ้าทะลายโจร จะช่วยให้อาการดีขึ้น

ใช้แทนแอลกอฮอล์ล้างแผล
นำผงฟ้าทะลายโจร (ที่ได้จากการทำตามวิธีรักษาโรคหวัด คัดจมูก ด้วยการนำใบมาตากแห้งก่อนบดเป็นผง) มาแช่ทิ้งไว้กับเหล้าขาว 40 ดีกรี โดยให้เหล้าท่วมผงเล็กน้อย ปิดฝาขวดให้แน่นทิ้งไว้ 7 วัน ระหว่างนั้นให้เขย่าวันละ 1 ครั้งจนกว่าจะครบทั้ง 7 วัน เมื่อเป็นแผลสดก็นำมาทาแผลตามปกติ (สูตรนี้สามารถนำมาดื่มเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารได้อีกด้วย แต่ต้องกรองเอาเฉพาะเหล้าเท่านั้น ถ้าดื่มทั้งหมดจะขมมาก)

ข้อควรระวังในการใช้ฟ้าทะลายโจร

1.ไม่ควรใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกันเกิน 7 วัน เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ที่ค่อนข้างแรง อาจทำให้เกิดการปวดท้อง ท้องเสีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง วิงเวียนศีรษะได้ แต่ทางที่ดีหากรับประทานติดต่อกันเกิน 3 วันแล้วไม่ดีขึ้น ก็ควรหยุดรับประทานแล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงของโรคต่อไป ในกรณีที่จำเป็นจะต้องรับประทานต่อเนื่องเกิน 7 วันจริง ๆ ควรรับประทานคู่กับน้ำขิงเพื่อลดการเกิดผลข้างเคียงดังกล่าว (น้ำขิงมีฤทธิ์ร้อน จึงช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้)

2.ไม่ควรนำฟ้าทะลายโจรมาใช้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากฟ้าทะลายโจรก็มีสรรพคุณในการลดความดันโลหิต หากฝืนใช้ หรือใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกมึนงงสับสน ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ขึ้น ควรหยุดใช้ทันทีแล้วอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายใน 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากฟ้าทะลายโจรไม่มีการตกค้างในร่างกาย

3.ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ “เย็น” จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้ที่มีฤทธิ์ “ร้อน” ถ้าหากว่าผู้ป่วยเป็นหวัดที่เกิดจากฤทธิ์ “เย็น” (เช่น มีอาการหนาวข้างในร่างกาย เป็นไข้แบบไม่มีเหงื่อ) แล้วใช้ฟ้าทะลายโจร อาจทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

4.ฟ้าทะลายโจรมีผลข้างเคียงรุนแรง ควรสังเกตอาการอยู่เสมอว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เพราะในรายที่มีการแพ้ฟ้าทะลายโจรมาก อาจมีอาการเริ่มต้นตั้งแต่ ผื่นขึ้น หน้าบวม ตัวบวม หายใจไม่ออก ถึงขั้นเสียชีวิตได้ทันที

5.สตรีที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ และอยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานฟ้าทะลายโจร เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเด็ก และทำให้เกิดความผิดปกติได้

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรรสขมที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสูงมาก ซึ่งหากใช้อย่างเหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่แม้ว่าจะมีคุณประโยชน์มาก แต่หากใช้ผิด ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อระวังในการใช้โดยละเอียด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

No Image

สมุนไพรกรวย

สิงหาคม 1, 2019 Sharee 0

สมุนไพรกรวย

สมุนไพรกรวย

สมุนไพรกรวย ต้นกรวย จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงได้ประมาณ 10-25 เมตร โคนต้นเป็นพอน มักมีรากค้ำยันบริเวณโคนต้น เรือนยอดมีลักษณะแคบยาวหรือเป็นรูปกรวยคว่ำ กิ่งแตกเกือบตั้งฉากกับลำต้น ปลายกิ่งห้อยลู่ลง เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ เล็กน้อย เป็นสีน้ำตาลหรือเทา เมื่อสับเปลือกจะมียางใสสีแดงไหลออกมามาก ตามเปลือกและกิ่งจะมีช่องอากาศทั่วไป ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและวิธีการตอนกิ่ง พรรณไม้ชนิดนี้มีเขตการกระจายพันธุ์ในศรีลังกา หมู่เกาะอันดามัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบขึ้นกระจายพันธุ์ทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ โดยมักขึ้นตามป่าดิบชื้นริมน้ำหรือบนที่ราบตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองตอนที่ติดต่อกับทะเล

ใบกรวย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือแหลม ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร เส้นแขนงใบมีข้างละ 10-18 เส้น เป็นเส้นตรงขนานกัน ปลายเส้นโค้งขึ้นเลียบขอบใบ แผ่นใบด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างเป็นสีนวล ก้านใบยาวประมาณ 0.5-1 เซนติเมตรดอกกรวย ดอกแยกเพศอยู่ต้นเดียวกัน โดยจะออกเป็นช่อแยกแขนงตามซอกใบ ยาวประมาณ 10-16 เซนติเมตร มีขน ช่อดอกเพศผู้จะแตกแขนงแผ่กว้างกว่าช่อดอกเพศเมีย ดอกมีขนาดเล็กมากและมีจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อนและมีกลิ่นหอม ออกชิดกันแน่นเป็นกลุ่ม ๆ ตามแขนงช่อดอก วงกลีบรวมติดกัน ส่วนบนแยกเป็น 2 กลีบ ดอกเพศผู้จะมีเกสรเพศผู้ 6-10 อัน ส่วนดอกเพศเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ ออกดอกในช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนผลกรวย ผลมีลักษณะกลมเป็นผลแบบมีเนื้อ ออกเป็นพวง พวงละประมาณ 2-5 ผล ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ผนังผลหนา เมื่อสุกผลจะเป็นสีส้มหรือสีแดงอมส้ม ก้านผลมีขนาดยาวประมาณ 0.8-1.1 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไข่สีน้ำตาล แข็ง และมีขนาดใหญ่ เนื้อหุ้มเมล็ดเป็นสีแดงอมส้ม หุ้มเมล็ดมิดชิดโดยรอบหรือเปิดเป็นช่องเล็ก ๆ ที่ส่วนบน ออกผลในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน บาคาร่า

สรรพคุณของกรวย
ชาวมาเลเซียจะใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเดือด ใช้เป็นยากลั้วปากและคอ แล้วบ้วนทิ้งเพื่อช่วยบำบัดอาการเจ็บคอได้ดี (เปลือกต้น) (บางข้อมูลระบุว่า ให้ใช้น้ำยางจากเปลือกต้น)
เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต (เปลือกต้น)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com…

1 2 3 4